“มิแรน” ผู้ว่าการเฟด ชี้ปี 2569 ต้องลดดอกเบี้ยมากกว่า 1% เหตุนโยบายยังกดดันเศรษฐกิจ
"มิแรน" ผู้ว่าการเฟด ชี้ปี 2569 ต้องลดดอกเบี้ยมากกว่า 1% ท่ามกลางมุมมองที่แตกต่างของเจ้าหน้าที่เฟดต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน
วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 21.17 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Stephen Miran ผู้ว่าการเฟด ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 1% ในปี 2569 เนื่องจากนโยบายการเงินในปัจจุบันกำลังกดดันเศรษฐกิจ
มิแรนกล่าวเมื่อวันอังคารระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Fox Business Network ว่า “เป็นเรื่องยากมากที่จะบอกว่านโยบายการเงินอยู่ในระดับเป็นกลาง ตอนนี้นโยบายชัดเจนว่าเข้มงวดและกำลังฉุดเศรษฐกิจไว้” พร้อมเสริมว่า “ผมคิดว่าการลดดอกเบี้ยมากกว่า 1.00% จะมีเหตุผลรองรับในปีนี้”
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อเดือนที่แล้วเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แต่ส่งสัญญาณว่าการลดเพิ่มเติมในระยะใกล้ยังไม่แน่นอน โดยผู้กำหนดนโยบายมีมุมมองแตกต่างกันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน และตามค่ามัธยฐานของการคาดการณ์ล่าสุด เฟดประเมินว่าจะมีการลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปี 2569
ความเห็นของมิแรนเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่เฟดรายอื่นระบุในสัปดาห์นี้ว่า ระดับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอาจเข้าใกล้ระดับ “เป็นกลาง” ซึ่งไม่กระตุ้นและไม่ฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจ ทั้งนี้มิแรนเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยเชิงรุกมาตั้งแต่เดือนกันยายน หลังลาพักจากตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาว เพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการเฟด ซึ่งจะครบวาระในเดือนนี้
ด้านTom Barkin ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาริชมอนด์ กล่าวว่า ระดับดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในช่วงของค่าประมาณระดับเป็นกลาง อ้างอิงการคาดการณ์ที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม ขณะที่ Neel Kashkari ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิส ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า เขาเชื่อว่าขณะนี้เราอยู่ใกล้ระดับเป็นกลางพอสมควร เมื่อพิจารณาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง
ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอยู่ในช่วง 3.5-3.75% ขณะที่การประเมินระดับดอกเบี้ยเป็นกลางของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ทั้ง 19 คน อยู่ในช่วง 2.6-3.9% โดยค่ามัธยฐานอยู่ที่ 3%
บาร์กิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “นับจากนี้นโยบายจะต้องอาศัยการตัดสินใจที่ละเอียดอ่อน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความคืบหน้าในเป้าหมายทั้งสองด้านของเฟด” โดยชี้ว่าอัตราการจ้างงานที่ชะลอลงทำให้ไม่มีใครต้องการเห็นตลาดแรงงานอ่อนแอลงไปอีก ขณะเดียวกันเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายต่อเนื่องเกือบ 5 ปี ก็ทำให้ไม่มีใครอยากเห็นความคาดหวังเงินเฟ้อฝังตัวในระบบเศรษฐกิจ นี่คือสมดุลที่เปราะบาง
อ้างอิง : www.bloomberg.com