“คลื่นความเย็น” ถล่มยุโรป รุนแรงที่สุดในรอบ 14 ปี เมื่อโลกร้อน ไม่จำเป็นต้องร้อนเสมอ
“ยุโรป” กำลังเผชิญกับ “คลื่นความหนาวเย็น” จากอาร์กติกที่รุนแรง ส่งผลให้อุณหภูมิลดฮวบ หิมะตกหนัก และระบบคมนาคมรวมถึงพลังงานได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในช่วงสภาพอากาศที่ท้าทายที่สุดของทวีปนับตั้งแต่ปี 2012 และสะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้ว
มวลอากาศเย็นจากอาร์กติกได้แผ่ปกคลุมยุโรปส่วนใหญ่ นำมาซึ่งอุณหภูมิติดลบอย่างรุนแรงและหิมะตกหนักต่อเนื่อง คลื่นความหนาวจากทิศเหนือครั้งนี้ทำให้การเดินทางซับซ้อนยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดปัญหาการจ่ายไฟฟ้าในหลายพื้นที่ โดยมีระบบความกดอากาศสูงปกคลุมมหาสมุทรแอตแลนติกและอาร์กติกเป็นตัวเสริมให้ลมเหนือพัดแรง ดึงอุณหภูมิในยุโรปเหนือและยุโรปกลางให้ลดลงอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่า อุณหภูมิช่วงกลางคืนในอังกฤษตะวันออกเฉียงใต้ลดลงถึงลบ 12.5 องศาเซลเซียส ขณะที่ฝรั่งเศสและเยอรมนีเผชิญน้ำค้างแข็งรุนแรงราวลบ 22 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง ความต้องการใช้ไฟฟ้าก็พุ่งสูงขึ้น โดยฝรั่งเศสมีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในรอบห้าปี ส่งผลให้ทางการต้องนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติเข้ามาเสริม เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงาน
หิมะตกหนักยังส่งผลให้สนามบินหลายแห่งในฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ต้องปิดรันเวย์หรือจำกัดการให้บริการ เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวถูกยกเลิกหรือเลื่อนเวลา ขณะที่ระบบรถไฟและรถโดยสารประสบความล่าช้าอย่างหนัก สนามบินสคิปโฮลในอัมสเตอร์ดัมต้องจำกัดการดำเนินงานบางส่วน
กรมอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศสระบุว่า คลื่นความหนาวครั้งนี้รุนแรงที่สุดในประเทศนับตั้งแต่ปี 2012 โดยมีการประกาศเตือนภัยระดับสีส้มจากหิมะและน้ำแข็งใน 26 เขตการปกครอง บางพื้นที่ตามชายฝั่งแอตแลนติกมีหิมะสะสมสูงถึง 30 เซนติเมตร มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงไฟฟ้าดับที่กระทบครัวเรือนหลายพันหลัง
ในเนเธอร์แลนด์ การคมนาคมระหว่างประเทศได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนในเยอรมนี บ้านเรือนราว 27,000 หลังในกรุงเบอร์ลินไม่มีไฟฟ้าใช้ติดต่อกันหลายวัน เนื่องจากสภาพอากาศหนาวจัดทำให้การซ่อมแซมระบบไฟฟ้าดำเนินไปได้อย่างยากลำบาก
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานเน้นย้ำว่า เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานรัฐ ระบบพลังงาน และภาคคมนาคม เพื่อบรรเทาผลกระทบของสภาพอากาศรุนแรงต่อประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
คลื่นความหนาวจากอาร์กติกที่ถล่มยุโรปได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อระบบคมนาคม พลังงาน และความปลอดภัยของประชาชน เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าภูมิภาคยังมีความเปราะบางต่อสภาพอากาศสุดขั้ว และจำเป็นต้องเสริมความพร้อมเชิงระบบเพื่อรับมือกับภัยลักษณะนี้ในอนาคต ท่ามกลางแนวโน้มสภาพอากาศที่รุนแรงและคาดเดายากมากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- โลกร้อนเล่นงาน “ป่าไม้” ต้นไม้โตช้า ดูดซับคาร์บอนลดลง
- “ออสเตรเลีย” ร้อนจัด คลื่นความร้อนแรงสุดในรอบ 6 ปี เสี่ยงเกิดไฟป่าซ้ำรอย “แบล็กซัมเมอร์”
- “เอเชีย” กำลังแพ้ศึกโลกร้อน เร่งพัฒนาเทคโนโลยี แต่ทอดทิ้งวิกฤตอากาศ
- ดอกไม้ฤดูหนาวบานก่อนเวลา สัญญาณโลกร้อน ทำปฏิทินธรรมชาติพัง
- โลกร้อน ภัยพิบัติแรง ดร.ธรณ์ เตือน “เอลนีโญ” อาจดันอุณหภูมิโลกทะลุ 1.5 องศาฯ