โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำแข็ง AF7 เปิดใจครั้งแรก! พร้อมชดใช้ผู้เสียหาย รับปากเคลียร์หนี้ภายใน 2-3 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 พ.ย. 2568 เวลา 00.52 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2568 เวลา 00.52 น. • The Bangkok Insight

น้ำแข็งAF7 เปิดใจครั้งแรก! พร้อมชดใช้ผู้เสียหาย รับปากเคลียร์หนี้ภายใน2-3 ปี แต่วอนคู่กรณีหยุดโจมตี

จากกรณีที่มีกลุ่มผู้เสียหาย ทั้งโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ดีลเลอร์ และเพื่อนนักร้อง ออกมากล่าวหานักร้อง น้ำแข็ง AF7 และภรรยา เจ้าของธุรกิจก๋วยเตี๋ยวว่าสั่งสินค้าและยืมเงินแล้วไม่จ่าย ซึ่งก็ได้มีการมานั่งพูดคุยกันในรายการ โหนกระแส

น้ำแข็ง AF7

น้ำแข็ง AF7 เปิดใจครั้งแรก! พร้อมชดใช้ผู้เสียหาย รับปากเคลียร์หนี้ภายใน 2-3 ปี

ล่าสุด (6 พ.ย.) ในรายการ โหนกระแส น้ำแข็ง ได้ควงทนายความส่วนตัว ชี้แจงในรายการโหนกระแส ซึ่งเจ้าตัวยอมรับการบริหารเงินผิดพลาด แต่ยื่นข้อเสนอขอเวลา 2-3 ปีเคลียร์หนี้ทั้งหมด แต่วอนคู่กรณีหยุดโจมตี

โดยทางด้านของ น้ำแข็ง ชี้แจงว่า ธุรกิจนี้ภรรยาทำมา 6-7 ปีแล้ว ตนเพิ่งเข้ามาช่วยปีกว่า และพบปัญหาสะสม 3 ประเด็น คือ 1.สภาพคล่องทางการเงิน 2.การทุจริตของคนในบริษัท และ 3. การบริหารงานของภรรยา ซึ่งน้ำแข็งยอมรับว่าภรรยาสร้างแบรนด์และคิดสูตร แต่มีปัญหาการบริหาร ตนเคยทะเลาะกับภรรยาเรื่องนี้หลายครั้ง เพราะภรรยาทั้งใจอ่อนและใจร้อน เช่น ยอมขายสินค้าให้ดีลเลอร์ในราคาต่ำจนขาดทุน เพราะกลัวดีลเลอร์ไม่กลับมาซื้อ ทำให้ดีลเลอร์นำสินค้าไปตัดราคากันเองจนตลาดเสียหาย

ส่วนเงินยืมจากผ้าแพร อดีตนักร้องเวทีเดียวกัน น้ำแข็งยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นผ้าแพรหรือใครที่ให้ยืมเงิน ตนเชื่อว่าพวกเขาช่วยเพราะความไว้ใจ ตนรู้สึกเสียใจที่ทำให้คนเหล่านี้ไม่สบายใจ แต่ยืนยันจะคืนเงินผ้าแพรทั้งหมด ขอเวลาเท่านั้น หนี้หลายก้อนมีการทำเอกสารรับสภาพหนี้แล้ว และจะทยอยจ่ายให้ทุกคน รวมถึงดีลเลอร์อื่น ๆ หากมีหลักฐานชัดเจน

น้ำแข็ง AF7

สำหรับกรณีคุณฝ้าย ดีลเลอร์รายใหญ่ ที่เสียหาย 5.25 ล้านบาท และกังวลเรื่องบ้านจะถูกยึดจากการขายฝาก น้ำแข็งกล่าวว่า ช่วงที่ธุรกิจเลอรสไปได้ดี คุณฝ้ายก็ได้รับผลประโยชน์ ทั้งโบนัส ทอง และไอโฟน โดยเปรียบว่า เมื่อธุรกิจดี กัปตันเรือ (คุณเอย) ก็พาทุกคนไปด้วยกัน แต่พอวันนี้ที่ธุรกิจมีปัญหา ทำไมคุณฝ้ายและคนอื่น ๆ ถึงกระโดดลงจากเรือ และหันกลับมาทำร้ายกัปตันเรือ

ด้านคุณฝ้ายโต้แย้งว่า ไม่เคยขายสินค้าต่ำกว่าราคาฐาน 21 บาท หากใครซื้อได้ต่ำกว่านี้ขอให้แสดงตัว พร้อมเปิดคลิปเสียงสนทนาระหว่างตนกับคุณเอย (ภรรยาน้ำแข็ง) ซึ่งคุณเอยพูดทำนองว่า ต้องให้ดีลเลอร์ปั่นราคากันเอง ตัดราคากัน ไม่อย่างนั้นลูกค้าจะแห่ไปซื้อเจ้าอื่นหมด ซึ่งคุณฝ้ายชี้ว่าเป็นเจตนาของแบรนด์ที่ต้องการให้ดีลเลอร์ปั่นราคากัน ในประเด็นคลิปเสียงนี้ น้ำแข็งถามกลับว่า จะมีบริษัทที่ไหน มาปั่นให้ดีลเลอร์ตัวเองแข่งกันตัดราคา เพราะสุดท้ายบริษัทเองที่เสียหาย

ด้านทนายพัทธ์ธีรา วารัณิธิศวร์ ทนายความฝั่งผู้เสียหาย โต้แย้งว่า การเปรียบเทียบเช่นนั้นไม่ยุติธรรม เพราะการที่ธุรกิจดีขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพราะคุณเอยคนเดียว แต่เป็นเพราะดีลเลอร์ทุกคนที่ช่วยกันทำ วันนี้สิ่งที่ผู้เสียหายทำ คือการออกมารักษาสิทธิ์ในฐานะเจ้าหนี้

น้ำแข็ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนตั้งใจดำเนินธุรกิจต่อเพื่อหาเงินมาคืนเจ้าหนี้ แต่กลับมีบางคนที่ออกมาโจมตี ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตไปที่คุณฝ้าย ว่าได้ไปทำแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวแบบเดียวกันมาขายแข่ง โดยประเด็นคือการที่คุณฝ้ายปักลิงก์ขาย "ก๋วยเตี๋ยวเลอรส" แต่เมื่อลูกค้ากดลิงก์ กลับกลายเป็นหน้าสินค้าของแบรนด์คุณฝ้ายแทน คุณฝ้าย ยอมรับว่าทำแบรนด์ของตัวเองจริง เพราะล้มเหลวจากเงินนับ 10 ล้านบาทที่จมอยู่กับเลอรส จนถึงขั้นคิดสั้น แต่ครอบครัวช่วยให้ทำแบรนด์นี้เพื่อความอยู่รอด

ทนาย ศุภภัทรพจน์ นิติศศธร ต้องขอให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาคุยกันถึงทางออก โดยสอบถามฝั่งน้ำแข็งถึงกรอบเวลาและจะให้ความมั่นใจเจ้าหนี้ได้อย่างไร ทนายแชมป์ตอบว่า เท่าที่ทราบมีเจ้าหนี้เพียงเท่านี้ และคาดว่าหากยังดำเนินธุรกิจต่อไปได้ จะสามารถหาเงินมาคืนทุกคนได้หมดภายใน2-3 ปี จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกคนว่าอย่าดิสเครดิต หรือทำลายช่องทางทำธุรกิจของเลอรส เพราะถ้าหากหาเงินไม่ได้ ก็จะไม่สามารถใช้หนี้ได้

ขอบคุณที่มา : รายการโหนกระแส

น้ำแข็ง AF7
น้ำแข็ง AF7
น้ำแข็ง AF7

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...