โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JSP อาวุธลับสุขภาพ ฤกษ์ดีจดอนุสิทธิบัตร งาดำรำข้าวยอดทะลัก

ทันหุ้น

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 15.56 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. เวลา 18.15 น.

#JSP #ทันหุ้น – JSP ปล่อยหมัดเด็ดสายสุขภาพ! “น้ำมันแม่อี๊ดดวงใจ” แบรนด์สุภาพโอสถ ทำยอดขายขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในปี 68 จากเป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท พร้อมตอกย้ำความเป็นนวัตกรรมไทย จรดปากกาจดอนุสิทธิบัตร “สูตรผสมน้ำมันงาดำ–น้ำมันรำข้าวในอัตราที่เหมาะสม” หลังใช้เวลาวิจัย 1 ปี

นายพิษณุ แดงประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหารสายงานขายและการตลาดบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า ในปี 2568 JSP สามารถทำยอดขายเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ำมันงาดำรำข้าวแบรนด์ “สุภาพโอสถ” หรือที่รู้จักกันในชื่อที่ติดตลาด “น้ำมันแม่อี๊ดดวงใจ” มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของบริษัทเมื่อเทียบจากเป้าหมายยอดขายรวมที่ตั้งไว้ 1,000 ล้านบาท ล่าสุด JSP จึงได้จดอนุสิทธิบัตร “สูตรของน้ำมันงาดำและน้ำมันรำข้าวที่ผสมกันด้วยในอัตราที่เหมาะสม” ซึ่งเป็นสูตรที่ใช้ระยะเวลาในการทำวิจัย 1 ปี โดยเป็นสูตรน้ำมันงาดำและรำข้าวที่รับมาจากเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชุน เหมาะสมสําหรับช่วยดูแลสุขภาพกับผู้บริโภค โดยนําไปทดสอบผลในห้องปฏิบัติการแล้วพบว่าช่วยลดการอักเสบของข้อและรูมาตอยด์ ในเซลล์กระดูกอ่อนที่ถูกกระตุ้นด้วย ทีเอ็นเอฟ-แอลฟา (TNF-α) (Tumor necrosis factoralpha) และช่วยลดความดันในเส้นเลือด (ทดสอบการยับยั้งของเอนไซม์เอซีอี 50%)

อย่างไรก็ดีจำนวนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรที่จดได้ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างชาติที่จดได้ 296 ฉบับ ซึ่งการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรนี้สะท้อนถึงความพยายามในการนำพืชสมุนไพรมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุน ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างแรงบันดาลใจให้คิดค้นสิ่งใหม่ๆ เช่น ยารักษาโรค

นอกจากนี้การจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่าสินค้าที่ได้รับไปนั้นมาจากงานวิจัยอย่างเข้มข้นและได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ซึ่งก็จะสร้างผลตอบแทนให้ผู้ประดิษฐ์คิดค้น และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

“การจดสิทธิบัตรของ “สูตรของน้ำมันงาดำและน้ำมันรำข้าวที่ผสมกันด้วยในอัตราที่เหมาะสม” ก็จะสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันงาดำของเราได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้นมียอดขายที่ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ส่งผลดีเฉพาะด้านยอดขายแต่ช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรมากขึ้น โดยเฉพาะการจดอนุสิทธิบัตรที่ทำได้ง่ายกว่าแต่สามารถคุ้มครองการประดิษฐ์ที่ใหม่และใช้ประโยชน์ทางอุตสาหกรรมได้” นายพิษณุ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...