โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาผู้บริโภค หนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด “ใครก่อมลพิษต้องจ่าย” ป้องสิทธิประชาชน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 08.33 น.

สภาผู้บริโภคเรียกร้องให้วุฒิสภาเร่งพิจารณาและผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อประชาชน ให้แล้วเสร็จก่อนการยุบสภา หลังมีความกังวลว่า หากกระบวนการพิจารณาล่าช้า ร่างกฎหมายฉบับนี้อาจต้องตกไป ซึ่งจะเป็นการถอยหลังครั้งสำคัญในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศไทย

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า เสนอให้วุฒิสภาเร่งเดินหน้ากระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. …. ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค ซึ่งมีสิทธิที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี (Rights to Healthy Environment) ตามหลักสิทธิผู้บริโภคสากล และประเทศไทยได้รับรองพันธกรณีนี้กับสหประชาชาติแล้ว เพราะฉะนั้น รัฐต้องรับผิดชอบในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ให้เกิดขึ้นจริง

ที่ผ่านมามีกรณีที่ผู้บริโภคในภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ได้ใช้สิทธิทางกฎหมายในการฟ้องร้องรัฐบาลจากกรณีมลพิษทางอากาศ PM 2.5 และศาลได้ตัดสินให้รัฐบาลต้องจัดทำแผนแก้ไขภายใน 90 วัน ถือเป็นก้าวสำคัญของการใช้สิทธิผู้บริโภคในประเด็นสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคได้สนับสนุนให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด บรรจุหลักการ “ผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย (Polluter Pays Principle)” เพื่อให้เกิดกลไกความรับผิดทางกฎหมายต่อผู้ที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เช่น การเผาไร่ข้าวโพดในภาคเหนือ หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยอากาศพิษเกินมาตรฐาน

“ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดความรับผิดชัดเจนต่อการก่อมลพิษสิ่งแวดล้อม การมีกฎหมายฉบับนี้จะทำให้ผู้ที่สร้างปัญหาต้องร่วมรับผิดชอบ ทั้งในเชิงค่าใช้จ่ายและการเยียวยาผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน” นางสาวสารีกล่าว

นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังได้เสนอให้เพิ่ม “สิทธิในการบริโภคที่ยั่งยืนและการดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 สิทธิผู้บริโภคใหม่ ที่จะถูกบรรจุใน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฉบับปรับปรุงใหม่ เพื่อให้สิทธิด้านสิ่งแวดล้อมถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในกฎหมายหลักของประเทศ

ปัญหามลพิษทางอากาศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของประเทศไทยเท่านั้น หลายประเทศทั่วโลกต่างเผชิญและผลักดันสิทธิในอากาศสะอาดให้เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เช่น ในปี 2562 ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซีย 32 คนในกรุงจาการ์ตา ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลจากการจัดการมลพิษทางอากาศล้มเหลว จนศาลมีคำสั่งให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการปรับปรุงคุณภาพอากาศ ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ได้ออกกฎหมายใหม่ให้ประชาชนสามารถฟ้องรัฐบาลได้ หากค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน รวมถึงกำหนดบทลงโทษทางการเงินแก่ประเทศที่ไม่ปฏิบัติตาม

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้สิทธิของตนเองตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการร้องเรียน หากได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ รวมถึงการยื่นฟ้องหน่วยงานของรัฐหากละเลยต่อหน้าที่ โดยศาลไทยได้ให้ความสำคัญกับสิทธินี้มากขึ้นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชนและเครือข่ายผู้บริโภคยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกความรับผิดร่วมอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่เพื่อลงโทษภาคธุรกิจ แต่เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบในการรักษาสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“การฟ้องร้องไม่ใช่การต่อสู้กับรัฐ แต่คือการเรียกร้องให้รัฐปฏิบัติหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และทำให้ปัญหามลพิษทางอากาศได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน” นางสาวสารีกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาผู้บริโภค หนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด “ใครก่อมลพิษต้องจ่าย” ป้องสิทธิประชาชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...