พาณิชย์ เร่งปิดดีล FTA ไทย-เกาหลีใต้ ดันความร่วมมือเศรษฐกิจปูทางลงทุนเทคโนโลยีอนาคต
รมว.พาณิชย์ เปิดโต๊ะหารือเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ เห็นพ้องเดินหน้าเจรจา CEPA ไทย-เกาหลีใต้ ให้คืบหน้าเป็นรูปธรรม ยกระดับสู่ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน” พร้อมเชิญชวนกลุ่มทุนชั้นนำจากโซลใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาค ท่ามกลางการค้า–ลงทุนที่เติบโตกว่า 15,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา
16 พ.ย. 2568 - นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการพบหารือกับนายปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยว่า ไทย–เกาหลีใต้เห็นพ้องร่วมกันผลักดันการเจรจา“ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ไทย–เกาหลีใต้ (CEPA)” ให้เร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนให้แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่สถานะ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน” ในระยะต่อไป
โดยระบุว่า CEPA จะเป็นการขยายความร่วมมือเพิ่มเติมจาก FTA เดิมที่ไทยและเกาหลีใต้มีอยู่ โดยสอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและซับซ้อน ทั้งสองฝ่ายจึงต้องการผลลัพธ์แบบ “Win-Win” ที่รองรับห่วงโซ่การผลิตใหม่และสร้างความสามารถแข่งขันร่วมกันในระยะยาว
นอกจากนี้ ไทยได้เชิญชวนนักลงทุนจากเกาหลีใต้ โดยเฉพาะธุรกิจที่โดดเด่นด้านยานยนต์สมัยใหม่ พลังงานสะอาด ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ให้เข้ามาลงทุนเพิ่มในไทย เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาค และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตระดับโลกของเกาหลีใต้
ปัจจุบันมีนักลงทุนเกาหลีใต้ดำเนินธุรกิจในไทยกว่า 400 บริษัท อาทิ บริษัทฮุนได และบริษัท COSMAX ผู้นำด้านเครื่องสำอางของเกาหลีใต้ ซึ่งได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
รมว.พาณิชย์ ย้ำว่า รัฐบาลไทยเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบให้โปร่งใส เอื้อต่อการลงทุน และได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD พร้อมขอบคุณเกาหลีใต้ที่ให้การสนับสนุนไทยในกระบวนการดังกล่าว
ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติการค้า ปี 2567 เกาหลีใต้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 13 ของไทย มูลค่าการค้ารวม 15,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกของไทย 5,957 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 9,343 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.–ก.ย.) การค้ารวมอยู่ที่ 11,685 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 4,435 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 7,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดย สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำตาลทราย อลูมิเนียม แผงวงจรไฟฟ้า และน้ำมันสำเร็จรูป ส่วนสินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เหล็กและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล และเครื่องจักรไฟฟ้า
“การหารือครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการเร่งรัดความตกลง CEPA เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดเงินลงทุนจากผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก และเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยในยุคการแข่งขันสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออก”