เพื่อไทยบุกเชียงใหม่! “ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ” ชูนโยบาย สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน ทวงคืนพื้นที่
วันที่ 9 ม.ค. 2569 พรรคเพื่อไทย นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนและปราศรัยหาเสียงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
สำหรับพื้นที่วัดม่วงเขียว อ.สันกำแพง ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เนื่องจาก ศ.ดร.ยศชนัน เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 แต่เกิดการรัฐประหารก่อนจึงไม่ได้เข้าทำหน้าที่ในสภา และบรรยากาศการลงพื้นที่ทั้ง 2 ที่ในวันนี้มีประชาชนมาร่วมให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น บางคนนำพวงมาลัยดอกดาวเรือง หรือ "ดอกคำปู้จู้" ในภาษาเหนือ มาคล้องคอจนมิดศีรษะ
ในช่วงการปราศรัย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เริ่มต้นด้วยความยินดีที่ได้กลับมาพบปะชาวสันกำแพงอีกครั้ง และภาคภูมิใจมากที่ได้มาเยือนบ้านเกิดของอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมประกาศว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมกลับมาทวงแชมป์ สส. พื้นที่ จ.เชียงใหม่อีกครั้ง โดยแสดงความมั่นใจว่า ศ.ดร.ยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ประชาชน เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคนเชียงใหม่ และพร้อมจะเป็นนายกฯ คนใหม่ของประเทศ
"นอกจากแคนดิเดตนายกฯ แล้ว อีกจุดแข็งของพรรคเพื่อไทยคือ สส.พรรคเพื่อไทย ไม่เคยละทิ้งพื้นที่ ไม่เคยละทิ้งประชาชน ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาพี่น้องในพื้นที่ ในประวัติศาสตร์พรรคเพื่อไทย สส. ไม่เคยมีใครต้องให้ประชาชนมาประกาศตามหาว่าไม่เคยเห็นหน้าในพื้นที่" จุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อถึงนโยบายที่เป็นจุดแข็ง โดยมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นหมุดหมายสำคัญ ภายใต้สโลแกน 'สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน' สำหรับการพัฒนาพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว พรรคเพื่อไทยจะสร้างความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างแดน ซึ่งคาดว่าจะมีถึง 20 ล้านคนต่อปี ด้วยโครงการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ของเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ 'สนามบินล้านนา' เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับโครงการรถไฟรางคู่ เพื่อเพิ่มโอกาสในมิติใหม่ๆ ให้เม็ดเงินไหลไปยังทุกพื้นที่ของจังหวัด ส่วนปัญหาสังคม เช่น ยาเสพติดและสแกมเมอร์ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามให้จบ เพื่อคืนชีวิตที่ปกติให้กับประชาชน
"การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เราไม่พร้อมที่จะไปเลือกคนที่ไม่เคยบริหารประเทศ แล้วบอกว่าถ้า 4 ปี ทำไม่ดีไม่ต้องเลือกใหม่ เราไม่พร้อมที่เลือกรัฐบาลที่เป็นเพียง 2 เดือน แต่พิสูจน์ความล้มเหลวได้แล้ว วันนี้ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคนทั้งพรรค ให้ได้ สส. และนายกฯ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" จุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านณัฐวุฒิ กล่าวว่า แม้มีเสียงวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งรอบนี้พรรคเพื่อไทยอยู่ในสภาพบอบช้ำ แต่ขอยืนยันว่าหัวใจพวกเรายังแข็งแกร่ง และยังคัดสรรนโยบายดีๆ ออกมาให้กับประชาชน "ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ยังเป็นปรัชญาในทางนโยบายของพรรคเพื่อไทย เลือกตั้งคราวนี้ ยืนยันว่าจิตวิญญาณอุดมการณ์ของพวกเรายังอยู่" ณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นโยบายแบบจัดเต็มเป็นแพ็กเกจ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งนโยบายล้างหนี้ประชาชน, ลดค่าไฟฟ้าทันทีเหลือ 3.70 บาท, นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และโครงการบ้านเพื่อไทย เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้าน โดยผ่อนจ่ายเพียง 4,000 บาท ย้ำว่าผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทยทุกคนอยู่กับพื้นที่และมีจิตสำนึกในการทำเพื่อประชาชน จึงขอโอกาสส่ง สส.เพื่อไทยสู่สภา และส่งพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปราศรัยว่า "ยศชนัน หลานนายกฯ ทักษิณ กลับมาแล้ว" รอบนี้ขอพา จักรพล ตั้งสุทธิธรรม (ท็อป) ผู้สมัคร สส. เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ เข้าไปในสภา เพื่อผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดให้สำเร็จ หลังจากผ่านมา 10 ปีแล้ว ที่คนสันกำแพงเคยร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยด้วยการเลือกคนเมืองของเราเข้าไปบริหารประเทศ ดังนั้นตอนนี้ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้หลายคนอาจจะจำตนไม่ได้เพราะก่อนหน้านี้ผมยาว แต่ตอนนี้ราศีเริ่มจับ เพราะโพลขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแล้ว พร้อมย้ำถึง "นโยบายคนไทยไร้จน" โดยเน้นย้ำเรื่องการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งนโยบายนี้ต้องใช้ความกล้าหาญ แม้หลายคนเริ่มออกมาทำลายนโยบาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความเป็นคน โดยกำหนดเส้นแบ่งความยากจนที่ 3,000 บาท สิ่งที่ตนจะทำคือหาเงินเข้ามาในระบบและเจียดมาสักนิดเพื่อให้คนด้อยโอกาสได้กลับมาลืมตาอ้าปาก อีกสิ่งที่ต้องทำคือการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามา ซึ่งอย่างน้อยคน 1 ใน 3 ของประเทศต้องเก่ง AI
"วันนี้ถ้าไม่เลือก ท็อป-จักรพล แบบถล่มทลาย ยศชนันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ขอให้รอบนี้อย่าประมาท วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่วันเลือกตั้งอย่างเดียว แต่เป็นวันแห่งความหวัง"