โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สว.-สสส.-สช. ชู “นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม” เปิดตลาดนัดนโยบาย ใช้พลังประชาชนฝ่าวิกฤต เปลี่ยนทิศทางประเทศสู่เลือกตั้ง 69

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

สว.-สสส.-สช. ประสานเสียง ชู ‘นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม’ เปิดตลาดนัดนโยบาย ดันข้อเสนอเข้าสภาฯ นำไทยฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ซับซ้อน ย้ำนักการเมือง-รัฐแก้เพียงลำพังไม่ได้ หวังใช้เสียงประชาชนเปลี่ยนทิศทางประเทศผ่านการเลือกตั้ง 69

วันที่ 13 ม.ค. 2569 นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในเวทีเสวนา “ความหวังการเลือกตั้งฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ภายใต้งาน "Opening Day: Policy Watch Connect 2026" ว่า ปัญหาสังคมและคุณภาพชีวิตในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากเกินกว่าที่ภาคการเมือง หรือภาคราชการจะสามารถจัดการได้เพียงฝ่ายเดียว แม้ภาครัฐจะมีอำนาจและการจัดการตามระบบราชการ แต่การสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและภาคประชาชน ซึ่งภาคประชาสังคมคือกลุ่มที่เติบโตมาจากภาคประชาชนที่มี จิตสาธารณะ และต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง มีการรวมตัวกันอย่างเป็นระบบ (Organized) ใช้ข้อมูลทางวิชาการและการเชื่อมโยงเครือข่ายในการทำงาน ประยุกต์ใช้การบริหารจัดการแบบภาคเอกชนเข้ามาขับเคลื่อนงาน และมีความเข้าใจปัญหาเชิงลึกในระดับพื้นที่

8203;“ที่ผ่านมา สสส. สนับสนุนภาคประชาสังคมที่ต้องการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง โดยยุทธศาสตร์หลัก คือ การสร้างโมเดลต้นแบบ เช่น โครงการ "บ้านเช่าคนละครึ่ง" เพื่อแก้ปัญหาคนไร้บ้าน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการทำงานร่วมกับเครือข่าย และการขยายผลโดยภาครัฐ เมื่อได้โมเดลที่ใช้งานได้จริงแล้ว หน้าที่สำคัญคือการทำให้หน่วยงานรัฐ นำตัวอย่างต้นแบบเหล่านี้ไปขยายผลต่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในเชิงนโยบาย ซึ่งการจะขยายผลงานต้นแบบไปสู่ระดับประเทศได้ รัฐต้องมีระบบการสั่งการ การจัดการ ระบบงบประมาณ และการติดตามผลที่ชัดเจน รวมถึงนโยบายสาธารณะในระยะยาว ควรสนับสนุนให้ภาคประชาสังคมมีบทบาทหลัก และไม่ควรวางยุทธศาสตร์โดยฝากความหวังไว้ที่ฝ่ายรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด“

นายประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังติดอยู่ในสภาวะวิกฤตที่ซับซ้อนหลายด้าน ทั้งในมิติทางการเมืองที่ประชาธิปไตยอยู่ในสภาวะถดถอย รวมถึงมิติทางเศรษฐกิจ ปัญหารายได้ และการจัดรัฐสวัสดิการที่ยังไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่ควร แต่ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมได้ร่วมกันขับเคลื่อนและสร้างบทเรียนผ่านการเสนอทางเลือกเชิงนโยบายและกฎหมายใหม่ๆ เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นต้นแบบของนโยบายที่มาจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง เพราะนโยบายทางสังคมจากเบื้องล่างเป็นนโยบายที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์และบทเรียนความยากลำบากของผู้คนในสังคม โจทย์สำคัญที่สุดจึงอยู่ที่การทำให้นโยบายที่มาจากข้างล่างเหล่านี้ไปอยู่ในมือของผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้

“เวทีนี้เป็นเหมือนเจ้าของแผงลอยในตลาดนัดนโยบาย ทำหน้าที่เปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่างๆ ได้นำนโยบายมาสื่อสารและนำเสนอต่อสาธารณะ เพื่อผลักดันให้กลายเป็นนโยบายสาธารณะและกฎหมายที่มีอำนาจรัฐรองรับ และสร้างกลไกติดตามผลว่านโยบายที่สร้างสรรค์จากข้างล่างเหล่านี้จะถูกนำไปผลักดันต่ออย่างไรโดยรัฐบาลชุดใหม่ หรือถูกบรรจุลงในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเสียงของคนตัวเล็กตัวน้อยจะเปลี่ยนเป็นอำนาจในการบริหารจัดการประเทศได้อย่างยั่งยืน” นายประภาส กล่าว

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า ไทยกำลังเผชิญสภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต หรือ Poly-crisis ซึ่งมีความยากลำบากในการแก้ไขอย่างมาก หลายคนจึงคาดหวังกับการเลือกตั้งรอบนี้ที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ซึ่งนโยบายสาธารณะเป็นทางเลือกที่สำคัญ โดย ศ.ประเวศ วะสี เคยย้ำไว้ว่า อุดมการณ์สำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ คือ การสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม หากทำไม่ได้ก็จะเกิดปัญหากับมวลมนุษยชาติ ดังนั้นเวลาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาต้องมีองค์ความรู้ ด้านสังคม การเมือง มาร่วมด้วย และเชื่อว่างาน Policy Watch Connect 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-23 ม.ค. 2569 จะเป็นโอกาสดีในการเชื่อมโยงกันทุกภาคส่วนระดมโจทย์ใหญ่ของประเทศมากลั่นกรองเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จับต้องได้จริง เป็นประชาธิปไตยที่มาจากฐานรากจริง ๆ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดความหวังและการลงมือทำนำไปสู่ความสำเร็จต่อไป

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...