บุกปิดล้อมบ่อนดังกลางเมืองโคราช รวบนักพนันเกือบ 100 พบเจ้ามือเขมร 4 คน
กรมการปกครอง สนธิกำลังตำรวจนำ บุกปิดล้อมบ่อนดังกลางเมืองโคราช รวบนักพนันเกือบ 100 คน เงินสดนับล้าน พบเจ้ามือ 4 คน เป็นชาวกัมพูชา
เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. (13 ม.ค. 2569) นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมชุดปฎิบัติการพิเศษกรมการปกครองกว่า 50 นาย นำกำลังบุกจับบ่อนการพนันไฮโลเสือมังกร ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา
โดย นายรณรงค์ ได้เปิดเผยว่า "นายกฯ อนุทิน" ได้สั่งจัดระเบียบสังคมปราบปรามบ่อนพนันเปิดท้าทายกฎหมาย สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเดินหน้าปราบปรามบ่อนการพนันและผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ Rose Garden รุกฆาตเซียนบ้านเอ็ง เพื่อกวาดล้างแหล่งอบายมุขขนาดใหญ่ที่ฝังตัวอยู่ใจกลางเมือง และเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรมและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
จากการร้องเรียนของประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์และกลุ่มข่าวท้องถิ่นพบว่า หลังจากมีการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาบ่อนที่เขมรปิดตัวลงเริ่มมีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือบริเวณ โรงแรมใน ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนหนาแน่น แต่กลับถูกใช้เป็นฐานอบายมุขของผู้มีอิทธิพล บ่อนดังกล่าวมีนักพนันเข้าเล่นจำนวนมาก เนื่องจากสถานการณ์บ่อนในประเทศกัมพูชาและเมียนมาปิด เจ้ามือไทยจึงอาศัยช่วงดังกล่าวเปิดบ่อนในหลายพื้นที่
การสืบสวนเชิงลึกของพนักงานฝ่ายปกครองพบว่า บ่อนแห่งนี้มีการจัดระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา มีการเข้าออก 2 เส้นทาง ใช้ประตูเหล็กเลื่อน การ์ดพกวิทยุสื่อสาร และการควบคุมด้วยกล้องวงจรปิดทุกจุด พร้อมทั้งมีการตรวจค้นร่างกายและยึดโทรศัพท์มือถือก่อนเข้าสู่พื้นที่เล่น เพื่อป้องกันการบันทึกภาพและการแทรกซึมของเจ้าหน้าที่รัฐ
ภายในอาคารถูกดัดแปลงเป็นห้องโถงขนาดใหญ่รองรับนักพนันจำนวนมาก มีการจัดให้เล่นการพนันหลายประเภท โดยเฉพาะเสือมังกรและไฮโล มีเจ้ามือประจำโต๊ะควบคุมรอบการเล่นการรับแทง พร้อมจัดพื้นที่พักผ่อน ร้านอาหาร และจุดบริการต่างๆ เพื่อรองรับนักพนันให้ใช้เวลาอยู่ในบ่อนได้นาน สะท้อนถึงการดำเนินการในลักษณะ "บ่อนอิทธิพลเชิงพาณิชย์" อย่างชัดเจน
จากนั้นพนักงานฝ่ายปกครองได้แฝงตัวเข้าไปเป็นนักเล่น ทำการทดสอบการเล่นพนันประเภทเสือมังกร พบว่ามีการจัดให้มีการเล่นจริง มีเจ้ามือ มีระบบรับแทง และมีนักพนันเข้าร่วมจำนวนมาก
จากพยานหลักฐานทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นบ่อนการพนันผิดกฎหมาย มีการวางระบบเพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย จึงได้เสนอแผนต่อผู้บังคับบัญชาเพื่ออนุมัติปฏิบัติการเชิงรุกเต็มรูปแบบ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้วางกำลังและแผนปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายทุกด้าน และเส้นทางหลบหนี เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์และดำเนินการตามกฎหมาย ทันทีที่เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเข้าจับกุมกลุ่มนักพนันชาย-หญิง กว่า 100 คน ต่างพยายามวิ่งแตกตื่นเพื่อหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนักพนันได้ทั้งสิ้น 85 คน โดยมีเจ้ามือ 4 คน เป็นคนกัมพูชา ชาย 2 คน หญิง 2 คน ให้การว่ามีการจ่ายค่านายหน้าพาหลบหนีเข้าเมืองมาโดยไม่มีเอกสารใดๆ และยังมีนักพนันบางส่วนได้หนีการจับกุมออกทางช่องทางหลบหนีไปได้ โดยสามารถยึดเงินของกลางได้เป็นเงินสดประมาณ 833,560 บาท ชิปแทนเงินสด 400,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 1,233,560 บาท และพบหลักฐานทางบัญชียอดเงินเฉลี่ยวันละ 2 ล้านบาท (60 ล้านบาท/เดือน) และคาดว่ามีการคว้าเงินสดจำนวนหนึ่งหลบหนีไปด้วย
ต่อมาได้มีการประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาร่วมในการปฎิบัติการจับกุมในครั้งนี้ โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.สภ.โพธิ์กลาง นำกำลังเดินทางมายังที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำตัวไปยังศาลากลางจังหวัด เพื่อสอบสวนก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง เพื่อดำเนินคดีต่อไป