"ยศชนัน" นำทีมเพื่อไทย หาเสียงตลาดบางใหญ่ แม่ค้าให้กำลังใจ บอก"คะแนนมุดดิน" ยังมีเยอะ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า บรรยากาศสุดคึกคัก แม่ค้ามอบพิมเสนน้ำให้กำลังใจ บอกไม่ต้องสนโพล มั่นใจคะแนนเสียงเงียบ ยังหนุนเพื่อไทย
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นำคณะผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อช่วย นายประถมการ อ่วมอ่อง ผู้สมัคร สส. นนทบุรี เขต 6 เบอร์ 5 หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น มีพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเข้ามาทักทาย มอบดอกไม้ และขอถ่ายรูปเพื่อให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ช่วงระหว่างการเดินตลาด แม่ค้าขายผลไม้รายหนึ่งได้ตะโกนเรียกคณะของพรรคเพื่อไทยให้เข้ามาพูดคุย พร้อมมอบ "พิมเสนน้ำ" ให้กับ ศ.ดร.ยศชนัน เพื่อนำไปดมให้หอมชื่นใจและผ่อนคลายจากการลงพื้นที่
โดยแม่ค้าผลไม้รายดังกล่าว ได้กล่าวให้กำลังใจ ศ.ดร.ยศชนัน ว่า "อินเนอร์มันอยู่ข้างใน คนจะเลือกยังไงก็เลือกอยู่แล้ว ขอให้มุ่งหน้าต่อไป ไม่ต้องไปสนใจโพลที่ออกมาในเวลานี้ เพราะคะแนนมันมุดดินอยู่เยอะ" สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้กับคณะทำงาน
จากนั้น เวลา 09.00 น. หลังเสร็จสิ้นการเดินทักทายประชาชน ศ.ดร.ยศชนัน ได้เดินทางไปสักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ประดิษฐานอยู่ ณ ตลาดบางใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อไป
สำหรับคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทยที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ , นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ , นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ , นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ , นายประถมการ อ่วมอ่อง ผู้สมัคร สส. นนทบุรี เขต 6 เบอร์ 5 , นางสาวนภาดา เพ็ชร์จินดา ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ , นายนิทัศน์ ศรีนนท์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ , นางสุรภี รุ้งโรจน์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ รวมถึง ผู้สมัคร สส.นนทบุรี ของพรรคเพื่อไทย
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนและประชาชน โดยมี นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 25 เบอร์ 4 ให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและมีประชาชนมารอมอบดอกไม้ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยวงพูดคุยได้เน้นการรับฟังปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ ได้แก่ ปัญหายาเสพติด และข้อเสนอแนะเรื่องการจราจร โดยเฉพาะการขอเพิ่มจุดขึ้นลงทางด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการเดินทางของชาวทุ่งครุ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของ "พหุวัฒนธรรม" โดยระบุว่าการลงพื้นที่พร้อมกับคุณพงศ์กวินและคุณกิตติพลในวันนี้ เพื่อยืนยันว่า "กรุงเทพมหานครคือพื้นที่ที่ทุกคนต้องสามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม ทั้งการเข้าถึงอาหารฮาลาล หรือการจัดสรรพื้นที่ในสถานที่ราชการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องทุกกลุ่มวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้คือประเด็นที่เราตระหนักและให้ความสำคัญ" นอกจากนี้ยังย้ำในช่วงท้ายถึงการสนับสนุนการเดินทางประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แม้ไทยจะเป็นเมืองพุทธแต่ไม่ใช่ข้อจำกัดในการสร้างความเท่าเทียม พรรคเพื่อไทยพร้อมเปิดกว้างรับฟังทุกข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องมุสลิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในมิติด้านการท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์ ศ.ดร.ยศชนัน มองเห็นโอกาสจากการที่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเดินทางเข้าไทยมากขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกเท่าเทียมและเชื่อมโยงประวัติศาสตร์พื้นที่ โดยเฉพาะความเชื่อมโยงจากฝั่งพระประแดง พรรคจึงมีแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และหลังจากได้ชมนิทรรศการประวัติศาสตร์ในพื้นที่ ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวด้วยความประทับใจว่า "เรื่องราวอันทรงคุณค่าเหล่านี้ไม่ควรอยู่แค่ในพื้นที่ แต่ควรเผยแพร่ไปสู่พื้นที่ส่วนกลางของกรุงเทพฯ เราจะพยายามหาพื้นที่เปิดกว้างให้สังคมได้รับรู้ประวัติศาสตร์ของพี่น้องชาวมุสลิมให้มากยิ่งขึ้น"
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและการคมนาคม ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ว่าเรื่องปากท้องสัมพันธ์โดยตรงกับการท่องเที่ยว การบริหารจัดการจึงต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางคือสนามบินและการเดินทาง โดยต้องเข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก้าวแรก ด้านการลดค่าครองชีพ พรรคมีนโยบายแก้หนี้สินและนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ควบคู่กับระบบ Feeder (ขนส่งเชื่อมต่อ) เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงยาก เช่น คลองเตย หรือทุ่งครุ เดินทางได้สะดวกและประหยัดขึ้น โดยทางพรรคมีนโยบายเตรียมไว้กว่า 47 นโยบาย แต่เลือกทยอยนำเสนอเพื่อรอรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่จริง เพื่อให้มั่นใจว่าตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง
ส่วนประเด็นปัญหายาเสพติด พรรคมีแนวทางที่ชัดเจนและเป็นระบบ เริ่มจากหลักการ "ผู้เสพคือผู้ป่วย" ที่ต้องนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาเป็นอันดับแรก ซึ่งพรรคมีโมเดลศูนย์บำบัดที่พร้อมดำเนินการโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ในขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องดำเนินการควบคู่กันไปในการจัดการ "แหล่งขาย" และสืบสาวไปถึง "แหล่งผลิต" เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมไปถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง