Trump Media หนุน TAE Technologies สร้างโรงไฟฟ้าฟิวชันแห่งแรกของสหรัฐ ในปี 2574
Trump Media เตรียมอัดฉีดเงินทุนให้ TAE Technologies ผ่านดีลควบรวมมูลค่ากว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานฟิวชันเชิงพาณิชย์แห่งแรกของสหรัฐ ภายในปี 2574
วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 05.49 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัท Trump Media ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานฟิวชันเชิงพาณิชย์แห่งแรกของสหรัฐอเมริกา โดยบริษัท TAE Technologies ตั้งเป้าเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในปี 2574 หลังทั้งสองฝ่ายประกาศแผนควบรวมกิจการแบบแลกหุ้น มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มิคช์ล บินเดอร์บาวเออร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TAE Technologies เปิดเผยกับ CNBC ว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะผสาน “ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง” ของ Trump Media and Technology Group เข้ากับเทคโนโลยีฟิวชันของ TAE ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่บริษัทขาดหายไปในการนำเทคโนโลยีสู่ระดับเชิงพาณิชย์
“เรามีความสามารถด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีในการขยายโครงการอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังขาดคือเงินทุน ตอนนี้เราได้ผสานเงินทุนเข้ากับฐานเทคโนโลยีที่มีอยู่”
"ฟิวชัน" พลังงานแห่งอนาคตที่ยังไม่เคยค้าขายได้จริง
พลังงานฟิวชันเป็นรูปแบบพลังงานนิวเคลียร์ที่เลียนแบบกระบวนการให้พลังงานของดวงอาทิตย์ โดยการหลอมรวมอะตอมเพื่อสร้างพลังงานจำนวนมหาศาล จุดเด่นสำคัญคือไม่ก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสีอายุยาวเหมือนกระบวนการฟิชชันในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม อย่างไรก็ดีแม้มีการวิจัยมานานหลายทศวรรษ เทคโนโลยีฟิวชันยังไม่เคยถูกนำมาใช้เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง โดยความสำเร็จในการจุดปฏิกิริยาฟิวชัน (fusion ignition) เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในห้องปฏิบัติการเมื่อเดือนธันวาคม 2565 เท่านั้น
ถึงกระนั้น บินเดอร์บาวเออร์แสดงความเชื่อมั่นว่า TAE มีศักยภาพในการผลิตและจำหน่ายพลังงานฟิวชันได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจาก Trump Media
เงินทุนจาก Trump Media กับแผนโรงไฟฟ้า 50 เมกะวัตต์
ตามข้อตกลง Trump Media จะลงทุนสูงสุด 200 ล้านดอลลาร์ใน TAE และจะเพิ่มเงินลงทุนอีก 100 ล้านดอลลาร์ หลังยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC)
แม้ Trump Media จะมีรายได้ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดที่มากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ แต่บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน Trump Media รายงานสินทรัพย์ทางการเงินรวม 3,100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงเงินสดและสินทรัพย์ดิจิทัล แม้จะขาดทุนสุทธิ 54.8 ล้านดอลลาร์ จากรายได้เพียงไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์ก็ตาม
TAE และ Trump Media ระบุว่าบริษัทที่ควบรวมกันแล้วมีแผนในปี 2569 ซึ่งขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเลือกพื้นที่และเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าฟิวชันระดับสาธารณูปโภคแห่งแรกของโลก กำลังผลิตเริ่มต้น 50 เมกะวัตต์ และมีแผนขยายในอนาคตเป็น 350–500 เมกะวัตต์ต่อแห่ง
"พลังงาน-AI-ความมั่นคง" วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์
เดวิน นูนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trump Media ระบุว่า พลังงานฟิวชันจะเป็นความก้าวหน้าด้านพลังงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคพลังงานนิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ในทศวรรษ 1950 พร้อมชี้ว่าฟิวชันจะช่วยลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มอุปทาน เสริมความเป็นผู้นำด้าน AI ของสหรัฐ ฟื้นฟูภาคการผลิต และสนับสนุนความมั่นคงทางทหาร
การลงทุนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่กระแส AI ทำให้สาธารณูปโภคของสหรัฐ เผชิญความท้าทายในการจัดหาพลังงานเพียงพอสำหรับศูนย์ข้อมูลทั่วประเทศ ขณะที่กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ได้เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อเร่งการนำเทคโนโลยีฟิวชันสู่เชิงพาณิชย์
โดยหลังการควบรวม เดวิน นูนส์ และมิคช์ล บินเดอร์บาวเออร์ จะทำหน้าที่เป็นซีอีโอร่วม โดยนูนส์ยังคงดูแลธุรกิจสื่อทั้งหมดของ Trump Media ขณะที่บินเดอร์บาวเออร์จะรับผิดชอบ TAE Technologies
อนึ่ง TAE ก่อตั้งในปี 2541 และระดมทุนเอกชนมาแล้วกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Chevron และ Alphabet (Google) โดยมีคณะกรรมการซึ่งรวมถึง เออร์เนสต์ โมนิซ อดีตรัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลโอบามา
บินเดอร์บาวเออร์ ระบุว่า เหตุผลที่เลือกจับมือกับ Trump Media แทนพันธมิตรเดิม คือความรวดเร็วและความเด็ดขาดในการตัดสินใจ “นี่คือดีลที่ขยับจริง และทำให้เราสร้างโรงไฟฟ้าได้จริง”
อ้างอิง : www.cnbc.com