โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์บวก 183.04 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคฯ หลัง Micron คาดธุรกิจโตแกร่ง

efinanceThai

เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 00.42 น.

ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์บวก 183.04 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคฯ หลัง Micron คาดธุรกิจโตแกร่ง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 ธ.ค. 68 7:42: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกในวันศุกร์ (19 ธ.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 183.04 จุด หลังได้รับแรงหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากวันพฤหัสบดี หลัง Micron Technology ผู้ผลิตชิป รายงานแนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยจุดกระแสความเชื่อมั่นในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ถูกกดดันจากการประเมินมูลค่าที่อยู่ในระดับสูงและความกังวลด้านเงินทุน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 48,134.89 จุด เพิ่มขึ้น 183.04 จุด หรือ 0.38% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,834.50 จุด เพิ่มขึ้น 59.74 จุด หรือ 0.88% และดัชนีแนสแดค ปิดที่ 23,307.62 จุด เพิ่มขึ้น 301.26 จุด หรือ 1.31%

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวลดลง 0.67% ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.11% และดัชนีแนสแดคเพิ่มขึ้น 0.48% โดยหุ้น 7 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P 500 ปิดในแดนบวก ขณะที่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวลดลง 1.34% และ 0.49% ตามลำดับ

หุ้น Micron ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ หลังเพิ่มขึ้น 7% ขณะที่หุ้น Nvidia ปรับขึ้น 3.9% หลังสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการทบทวนส่งออกชิป AI ที่ทรงพลังเป็นอันดับ 2 ของบริษัทไปยังจีน ด้านหุ้น Oracle พุ่งขึ้น 6.6% หลัง ByteDance เจ้าของแอป TikTok ลงนามข้อตกลงโอนการดำเนินงานแอปวิดีโอสั้นในสหรัฐฯ ให้กับกลุ่มนักลงทุน ซึ่งรวมถึงยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์รายนี้ด้วย

โธมัส มาร์ติน ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนของ Globalt Investments กล่าวว่า หุ้นเทคโนโลยีโดยรวม โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI เผชิญแรงกดดันค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อ Micron รายงานผลประกอบการเมื่อวันพุธและตลาดตอบรับในเชิงบวก ก็ทำให้นักลงทุนเริ่มมองว่า อาจเป็นจังหวะกลับเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้อีกครั้ง

นอกจากนี้ เดือนธ.ค. ยังถือเป็นช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักทำผลงานได้ดี ตามสถิติตั้งแต่ปี 1950 ซึ่งปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ซานตาคลอส แรลลี่ สะท้อนจากดัชนี S&P 500 ที่ปรับขึ้นเฉลี่ย 1.3% ในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปีและ 2 วันทำการแรกของเดือนม.ค. ตามข้อมูลจาก Stock Traders Almanac

ในหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค พบว่า หุ้น Nike ร่วงลงถึง 10.5% หลังบริษัทเครื่องกีฬารายใหญ่รายงานอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องมาจากยอดขายที่อ่อนแอในจีนและความพยายามปรับโครงสร้างพอร์ตสินค้า ขณะที่หุ้น Lamb Weston ร่วงเกือบ 26% หลังผู้ผลิตเฟรนช์ฟรายส์แช่แข็ง ส่งสัญญาณอุปสงค์ที่ซบเซาไปตลอดช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ ขณะที่ Conagra ลดลง 2.5% หลังรายงานผลประกอบการที่อ่อนแอ

บรรดานักลงทุนผ่อนคลายความกังวลลง หลังรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจคลาดเคลื่อน เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลเป็นเวลา 43 วัน ทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลในเดือนต.ค.ได้ พร้อมกันนี้ นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในปีหน้า ตามข้อมูลจาก LSEG และให้น้ำหนักความเป็นไปได้ราว 20% ที่การลดดอกเบี้ยครั้งแรกอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนม.ค.

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์เตือนถึงความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นจากภาวะ Triple witching ซึ่งเป็นการที่สัญญาอนุพันธ์สำคัญ 3 ประเภท ประกอบด้วยออปชันหุ้น, ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้น และออปชันดัชนีหุ้น จะหมดอายุพร้อมกัน โดยเบรนต์ โคชูบา ผู้ก่อตั้ง SpotGamma ระบุว่า ตลาดกำลังได้แรงหนุนระยะสั้นจากภาวะขายมากเกินไปและการหมดอายุของออปชันที่ช่วยเคลียร์สถานะการลงทุนในตลาด แต่เมื่อออปชันหมดอายุแล้ว ตลาดอาจมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาหลังช่วงเทศกาลคริสต์มาสได้มากขึ้น

ที่มา Reuters

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...