โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

2026 โลกเดือดเกินควบคุม อุณหภูมิพุ่ง พายุแรง หากนโยบายช้า เสี่ยงหายนะทั้งระบบ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปี 2026 วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องอนาคต แต่เป็นความเสี่ยงจริงที่กระทบเศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคงของโลกแล้ว โดยโลกทำสถิติร้อนที่สุด คาร์บอนไดออกไซด์และความร้อนในมหาสมุทรพุ่ง ล็อกโลกให้ร้อนขึ้นและเร่งพายุรุนแรงรวมถึงระดับน้ำทะเลให้สูง ดังนั้นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ภัยคุกคามในอนาคตที่ยังถกเถียงกันได้อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นแรงกดดันที่วัดผลได้จริง และกำลังกัดกินระบบพื้นฐานของโลก ทั้งเศรษฐกิจ สาธารณสุข และความมั่นคงด้านพลังงาน

ในปี 2026 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ภัยคุกคามในอนาคตที่ยังถกเถียงกันได้อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นแรงกดดันที่วัดผลได้จริง และกำลังกัดกินระบบพื้นฐานของโลก ทั้งเศรษฐกิจ สาธารณสุข และความมั่นคงด้านพลังงาน เมื่อถอดวาทกรรมออกไป สิ่งที่ปรากฏชัดคือความล้มเหลวของระบบที่กำลังเกิดขึ้นแล้ว และสะท้อนออกมาผ่านสถิติอุณหภูมิ พายุที่รุนแรง ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดยอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.55 องศาเซลเซียส ตัวเลขนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิแม้เพียงเสี้ยวองศา ก็เพิ่มความน่าจะเป็นของคลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และภัยแล้ง ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อระบบอาหาร ประสิทธิภาพแรงงาน และความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน

ในปี 2026 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ภัยคุกคามในอนาคตที่ยังถกเถียงกันได้อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นแรงกดดันที่วัดผลได้จริง และกำลังกัดกินระบบพื้นฐานของโลก ทั้งเศรษฐกิจ สาธารณสุข และความมั่นคงด้านพลังงาน เมื่อถอดวาทกรรมออกไป สิ่งที่ปรากฏชัดคือความล้มเหลวของระบบที่กำลังเกิดขึ้นแล้ว และสะท้อนออกมาผ่านสถิติอุณหภูมิ พายุที่รุนแรง ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น และความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดยอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมประมาณ 1.55 องศาเซลเซียส ตัวเลขนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิแม้เพียงเสี้ยวองศา ก็เพิ่มความน่าจะเป็นของคลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และภัยแล้ง ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อระบบอาหาร ประสิทธิภาพแรงงาน และความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน

รายงานประเมินสถานการณ์ฉบับที่ 6 ของคณะกรรมการ IPCC ระบุว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลโลกเกือบ เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า เมื่อเทียบกับช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ทำให้ความเสี่ยงน้ำท่วมในเมืองชายฝั่ง ท่าเรือ และเศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

ภูมิภาคแคริบเบียนกำลังเผชิญความจริงนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2025 พายุเฮอริเคนเมลิสซาขึ้นฝั่งจาเมกาในฐานะพายุระดับ 5 ที่รุนแรงเป็นพิเศษ ด้วยความเร็วลมใกล้ 185 ไมล์ต่อชั่วโมง สร้างความเสียหายหนักต่อที่อยู่อาศัย ถนน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดว่า อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงของการทวีกำลังพายุอย่างรวดเร็ว และผลกระทบสุดขั้วต่อประเทศเกาะขนาดเล็ก ซึ่งพายุใหญ่เพียงลูกเดียวอาจสร้างความเสียหายสูงถึง 50% ของ GDP ต่อปี กลายเป็นแรงกระแทกทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค

แม้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะชัดเจน แต่การกำหนดนโยบายยังตามไม่ทัน รายงานช่องว่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า นโยบายในปัจจุบันกำลังพาโลกมุ่งสู่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิราว 2.8 องศาเซลเซียส ภายในศตวรรษนี้ และแม้ประเทศต่าง ๆ จะดำเนินการตามคำมั่นสัญญาด้านสภาพภูมิอากาศทั้งหมด ก็ยังไม่เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีส

ในปี 2026 วิกฤตภูมิอากาศจึงไม่ใช่คำเตือนล่วงหน้าอีกต่อไป แต่คือความเสี่ยงเชิงระบบที่กำลังเกิดขึ้นจริง และกำลังทดสอบความสามารถของโลกในการรับมืออย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...