โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตาประชุม “ธนาคารกลางญี่ปุ่น” สัปดาห์นี้ คาดขึ้นดอกเบี้ยสูงสุดรอบ 30 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 03.48 น.

"ธนาคารกลางญี่ปุ่น" เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ทศวรรษ ขณะที่รัฐบาลต้องการต้นทุนการกู้ยืมต่ำ เงินเยนอ่อนค่า ดันเงินเฟ้อนำเข้า เขย่าตลาดพันธบัตร

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 04.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ถูกคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปีในการประชุมวันศุกร์นี้ ทว่าทิศทางในระยะถัดไปกลับยิ่งคลุมเครือ เมื่อความต้องการเงินทุนต้นทุนต่ำของรัฐบาลปะทะกับปัญหาเงินเยนที่อ่อนค่าลง ซึ่งกำลังผลักดันต้นทุนนำเข้าให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง และเคยวิจารณ์แนวคิดการขึ้นดอกเบี้ยว่าเป็นเรื่องไร้สาระเมื่อปีก่อน กำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง จนบั่นทอนความนิยมของพรรครัฐบาล แม้เธอจะหลีกเลี่ยงการวิจารณ์แผนการถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของอุเอดะ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม โดยให้ความสำคัญกับการต่อสู้เงินเฟ้อเป็นอันดับแรก

อย่างไรก็ดีทาคาอิจิยังต้องควบคุมไม่ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งแรง ในช่วงที่รัฐบาลกำลังจัดทำงบประมาณประจำปีงบประมาณถัดไป ซึ่งโดยปกติจะประกาศในช่วงปลายเดือนธันวาคม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะ 1.97% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 ปีเมื่อต้นเดือนนี้ ส่งผลให้อุเอดะออกมาเตือนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า อัตราผลตอบแทนกำลังปรับขึ้นค่อนข้างเร็วเกินไป

ครั้งล่าสุดที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BOJ อยู่ใกล้ระดับปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ราว 3% ซึ่งจะเพิ่มภาระดอกเบี้ยให้รัฐบาลญี่ปุ่นที่มีระดับหนี้สาธารณะสูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และจำกัดขีดความสามารถด้านการใช้จ่าย ในช่วงที่รัฐบาลต้องรับมือทั้งปัญหาค่าครองชีพและการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เพื่อตอบโต้ท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้นของจีน

เรียวทาโร โคโนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ญี่ปุ่นของ BNP Paribas กล่าวว่า เพื่อคำนึงถึงความต้องการอัตราดอกเบี้ยต่ำของรัฐบาลทาคาอิจิ จังหวะการขึ้นดอกเบี้ยน่าจะจำกัดอยู่ที่ประมาณทุก 6 เดือน อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่ BOJ อาจถูกบีบให้เร่งคุมเข้มนโยบาย ขึ้นอยู่กับทิศทางค่าเงินนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย

คณะกรรมการนโยบายการเงินของ BOJ ถูกคาดหมายว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.75% เมื่อสิ้นสุดการประชุมสองวันในวันศุกร์นี้ และเป็นครั้งแรกในยุคของอุเอดะที่นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 50 รายที่ถูกสำรวจเห็นตรงกันว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้น

หากเป็นไปตามคาด การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นมติเอกฉันท์ครั้งแรกของคณะกรรมการ 9 คน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังจากที่การประชุมสองครั้งก่อนหน้านี้มีกรรมการสองรายแสดงความเห็นแย้งเรียกร้องให้ขึ้นดอกเบี้ย

ข้อมูลจากตลาดสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า (overnight-indexed swaps) บ่งชี้ว่ามีโอกาสมากกว่า 90% ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปลายเดือนตุลาคม และตลาดได้คาดการณ์เต็มที่แล้วว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในเดือนตุลาคม 2570

ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นมากกว่า 1% จากระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือนเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน หลังความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมเพิ่มสูงขึ้น

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีของญี่ปุ่นพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อต้นเดือนนี้ โดยปรับขึ้นเร็วกว่าพันธบัตรอายุสั้น ท่ามกลางความกังวลต่อฐานะการคลังที่อาจอ่อนแอลง และจังหวะการคุมเข้มนโยบายที่อาจช้าเกินไปในการควบคุมเงินเฟ้อ

หาก BOJ ขึ้นดอกเบี้ยในวันศุกร์ จะตอกย้ำสถานะตัวแปลก ของธนาคารกลางญี่ปุ่นในฐานะธนาคารกลางหลักแห่งเดียวของโลกที่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2541 ที่ BOJ และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำเนินนโยบายการเงินสวนทางกันภายในเดือนเดียวกัน

ชิเงโตะ นางาอิ อดีตหัวหน้าฝ่ายต่างประเทศของ BOJ กล่าวว่า ปีนี้เต็มไปด้วยความผันผวน และอาจยังมีแรงสั่นสะเทือนรออยู่ข้างหน้า พร้อมระบุว่า “อุเอดะถือว่าโชคดีมากแล้ว หากสามารถเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไปได้”

ทั้งนี้อุเอดะได้ส่งสัญญาณล่วงหน้าถึงการขึ้นดอกเบี้ยอย่างชัดเจนเมื่อต้นเดือนนี้ เพื่อยกระดับการสื่อสารกับนักลงทุน ทำให้ความสนใจในวันศุกร์จะมุ่งไปที่สัญญาณเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า เจ้าหน้าที่ BOJ มองว่าดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ยังไม่ถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลาง (neutral rate) และบางรายเห็นว่าแม้ระดับ 1% ก็ยังต่ำกว่าระดับสมดุล

อัตราเงินเฟ้อหลักของญี่ปุ่นทรงตัวที่ระดับ 2% หรือสูงกว่านั้นต่อเนื่องมากกว่า 3 ปีครึ่ง ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 โดยเงินเยนอ่อนค่ามีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเงินเฟ้อ ผ่านการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าที่สูงขึ้นสู่ราคาสินค้า

เงินเยนเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงค่าเงินถึง 4 ครั้งในปีที่ผ่านมา รัฐมนตรีคลัง ซัตสึกิ คาตายามะ ระบุเมื่อไม่นานมานี้ว่าการแทรกแซงยังเป็นหนึ่งในทางเลือก ซึ่งถือเป็นถ้อยแถลงที่พบได้ไม่บ่อย และสะท้อนความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้น

ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับญี่ปุ่นมายาวนาน เสนอว่ารัฐบาลญี่ปุ่นควรปล่อยให้ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยก่อนที่จะเข้าแทรกแซงตลาด พร้อมวิจารณ์ว่า BOJ จัดการกับเงินเฟ้อได้ช้ากว่าที่ควร

พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) สูญเสียเสียงข้างมากในการเลือกตั้งระดับชาติสองครั้งหลังสุด ส่งผลให้ทาคาอิจิหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ และพักจุดยืนสายผ่อนคลายทางการเงินที่เคยยึดถือ

นาโอมิ มูกุรุมะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดตราสารหนี้ของ Mitsubishi UFJ Morgan Stanley Securities กล่าวว่า การสื่อสารของรัฐบาลกับตลาดมีความสำคัญมากขึ้น แม้จะมากกว่าการส่งสัญญาณนโยบายของอุเอดะเองก็ตาม

แม้มีการขึ้นดอกเบี้ยในวันศุกร์ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BOJ ก็ยังคงต่ำเป็นอันดับสองในกลุ่มธนาคารกลางหลัก รองจากสวิตเซอร์แลนด์

ฮิเดโอะ ฮายาคาวะ อดีตผู้บริหาร BOJ และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งรู้จักอุเอดะมากว่า 40 ปี กล่าวว่า หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์การเมืองภายในประเทศและนโยบายภาษีเชิงรุกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กระทบภาคส่งออก อุเอดะอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่านี้

ฮายาคาวะกล่าวว่า“นี่เป็นปีแห่งโชคร้ายของ BOJ เมื่อเจอทั้งทรัมป์และทาคาอิจิ ธนาคารกลางญี่ปุ่นจึงตกอยู่ในสถานะตามหลังสถานการณ์”

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...