โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทแข็งค่า คืออะไร ใครได้-เสียประโยชน์ ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ธ.ค. 2568 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 07.17 น.

เงินบาทแข็งค่า หนึ่งในภาวะเศรษฐกิจต้องจับตา เกิดขึ้นมาจากอะไร แล้วใครได้-ใครเสียประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน

จากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวันนี้ โดย “ห้องค้ากสิกรไทย” เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้อยู่ที่ 31.09 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าที่สุดในรอบ 4 ปีครึ่ง

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายวิชัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ค่าเงินบาท

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ค่าเงินบาท นับเป็นหนึ่งในประเด็นที่คอข่าวเศรษฐกิจและคนทำธุรกิจให้ความสนใจ เพราะค่อนข้างเกี่ยวข้องและมีผลกับการดำเนินธุรกิจ

เข้าใจ “ค่าเงินบาทแข็ง-อ่อน”

คำว่า “ค่าเงินบาทแข็ง” หรือ “ค่าเงินบาทอ่อน” เป็นคำที่ใช้อธิบายภาวะอัตราแลกเปลี่ยน โดยกรณีนี้เป็นการพูดถึงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

โดยการซื้อขายระหว่างประเทศ ประเทศคู่ค้าต้องกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงิน 2 สกุล ซึ่งการเทียบเงินสกุลที่ต่างกันนี้ไม่ได้เปรียบเทียบจากขนาดของประเทศหรือขนาดเศรษฐกิจ แต่จะเปรียบเทียบจาก “อำนาจซื้อที่แท้จริง” ของเงินสกุลนั้น ๆ ในการซื้อสินค้าหรือบริการ

กรณีของค่าเงินบาทแข็ง คือ การที่เงินบาทมีค่ามากขึ้น หรือใช้เงินบาทน้อยลงในการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินอื่น

ยกตัวอย่าง กรณีค่าเงินบาทปัจจุบันอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

หากค่าเงินขยับมาอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิด “ค่าเงินบาทแข็ง” คือเราใช้เงินบาทน้อยลงในการแลกสกุลเงินอื่น หรือเงินบาทมีค่ามากขึ้น เงินบาทมีค่าแพงขึ้นในการแลกสกุลเงิน แต่หากค่าเงินขยับไปที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะเป็น “ค่าเงินบาทอ่อน” แทน คือใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลกสกุลเงินอื่น หรือเงินบาทมีค่าลดลง มีค่าถูกลงในการแลกสกุลเงิน

ค่าเงินบาทแข็ง ใครได้-ใครเสีย

การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท ต่างก็มีทั้งคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์

กรณีค่าเงินบาทแข็ง คนที่ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่ คือ คนที่ต้องจ่ายออกไป เช่น ผู้นำเข้า ซึ่งนำเข้าเท่าเดิม แต่จ่ายถูกลง หรือนักลงทุน สามารถนำเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ ในราคาที่ถูกลง รวมถึงผู้ที่มีหนี้กับสถาบันการเงินต่างประเทศ จ่ายหนี้เท่าเดิม แต่ใช้เงินบาทน้อยลง หรือการไปเที่ยว ไปเรียนต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายจะถูกลง เมื่อเทียบเป็นเงินบาท

ส่วนผู้ที่เสียประโยชน์ คือ ผู้ส่งออก คนทำงานต่างประเทศ เพราะจะสามารถแลกเงินต่างประเทศมาเป็นเงินบาทไทยได้น้อยลง

ขณะที่หากค่าเงินบาทอ่อน ผู้ส่งออก คนทำงานต่างประเทศ จะแลกเงินต่างประเทศมาเป็นเงินไทยได้มากขึ้น

แต่คนที่ต้องจ่ายออกไป ก็ต้องใช้เงินมากขึ้น ผู้นำเข้า ต้องจ่ายมากขึ้นเพื่อนำเข้าของปริมาณเท่าเดิม หรือจ่ายเท่าเดิม แต่ได้ของน้อยลง หรือคนที่ต้องจ่ายหนี้ คนที่ไปเที่ยว ไปเรียนต่างประเทศ จะต้องใช้เงินบาทมากขึ้นด้วย

“เงินบาทแข็ง-อ่อน” เกิดขึ้นจากอะไร ?

เงินแต่ละสกุลมีลักษณะเหมือนสินค้าที่ราคาขึ้นลงจากกลไกตลาด หรือกำหนดจากอุปสงค์และอุปทานเงินตราของแต่ละประเทศ เช่น กรณีเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หากมีความต้องการซื้อเงินบาทมากขึ้น โดยเอาเงินดอลลาร์สหรัฐมาขาย เงินบาทก็จะแพงขึ้น (แข็งค่าขึ้น) ในทางกลับกัน หากมีความต้องการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น โดยเอาเงินบาทมาขาย เงินบาทก็จะถูกลง (อ่อนค่าลง)

ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย, รายการ Prachachat BITE SIZE

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทแข็งค่า คืออะไร ใครได้-เสียประโยชน์ ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...