เงินบาทแข็งค่า คืออะไร ใครได้-เสียประโยชน์ ?
เงินบาทแข็งค่า หนึ่งในภาวะเศรษฐกิจต้องจับตา เกิดขึ้นมาจากอะไร แล้วใครได้-ใครเสียประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน
จากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวันนี้ โดย “ห้องค้ากสิกรไทย” เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้อยู่ที่ 31.09 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าที่สุดในรอบ 4 ปีครึ่ง
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายวิชัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ค่าเงินบาท
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ค่าเงินบาท นับเป็นหนึ่งในประเด็นที่คอข่าวเศรษฐกิจและคนทำธุรกิจให้ความสนใจ เพราะค่อนข้างเกี่ยวข้องและมีผลกับการดำเนินธุรกิจ
เข้าใจ “ค่าเงินบาทแข็ง-อ่อน”
คำว่า “ค่าเงินบาทแข็ง” หรือ “ค่าเงินบาทอ่อน” เป็นคำที่ใช้อธิบายภาวะอัตราแลกเปลี่ยน โดยกรณีนี้เป็นการพูดถึงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
โดยการซื้อขายระหว่างประเทศ ประเทศคู่ค้าต้องกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงิน 2 สกุล ซึ่งการเทียบเงินสกุลที่ต่างกันนี้ไม่ได้เปรียบเทียบจากขนาดของประเทศหรือขนาดเศรษฐกิจ แต่จะเปรียบเทียบจาก “อำนาจซื้อที่แท้จริง” ของเงินสกุลนั้น ๆ ในการซื้อสินค้าหรือบริการ
กรณีของค่าเงินบาทแข็ง คือ การที่เงินบาทมีค่ามากขึ้น หรือใช้เงินบาทน้อยลงในการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินอื่น
ยกตัวอย่าง กรณีค่าเงินบาทปัจจุบันอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
หากค่าเงินขยับมาอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิด “ค่าเงินบาทแข็ง” คือเราใช้เงินบาทน้อยลงในการแลกสกุลเงินอื่น หรือเงินบาทมีค่ามากขึ้น เงินบาทมีค่าแพงขึ้นในการแลกสกุลเงิน แต่หากค่าเงินขยับไปที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะเป็น “ค่าเงินบาทอ่อน” แทน คือใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลกสกุลเงินอื่น หรือเงินบาทมีค่าลดลง มีค่าถูกลงในการแลกสกุลเงิน
ค่าเงินบาทแข็ง ใครได้-ใครเสีย
การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท ต่างก็มีทั้งคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์
กรณีค่าเงินบาทแข็ง คนที่ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่ คือ คนที่ต้องจ่ายออกไป เช่น ผู้นำเข้า ซึ่งนำเข้าเท่าเดิม แต่จ่ายถูกลง หรือนักลงทุน สามารถนำเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ ในราคาที่ถูกลง รวมถึงผู้ที่มีหนี้กับสถาบันการเงินต่างประเทศ จ่ายหนี้เท่าเดิม แต่ใช้เงินบาทน้อยลง หรือการไปเที่ยว ไปเรียนต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายจะถูกลง เมื่อเทียบเป็นเงินบาท
ส่วนผู้ที่เสียประโยชน์ คือ ผู้ส่งออก คนทำงานต่างประเทศ เพราะจะสามารถแลกเงินต่างประเทศมาเป็นเงินบาทไทยได้น้อยลง
ขณะที่หากค่าเงินบาทอ่อน ผู้ส่งออก คนทำงานต่างประเทศ จะแลกเงินต่างประเทศมาเป็นเงินไทยได้มากขึ้น
แต่คนที่ต้องจ่ายออกไป ก็ต้องใช้เงินมากขึ้น ผู้นำเข้า ต้องจ่ายมากขึ้นเพื่อนำเข้าของปริมาณเท่าเดิม หรือจ่ายเท่าเดิม แต่ได้ของน้อยลง หรือคนที่ต้องจ่ายหนี้ คนที่ไปเที่ยว ไปเรียนต่างประเทศ จะต้องใช้เงินบาทมากขึ้นด้วย
“เงินบาทแข็ง-อ่อน” เกิดขึ้นจากอะไร ?
เงินแต่ละสกุลมีลักษณะเหมือนสินค้าที่ราคาขึ้นลงจากกลไกตลาด หรือกำหนดจากอุปสงค์และอุปทานเงินตราของแต่ละประเทศ เช่น กรณีเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หากมีความต้องการซื้อเงินบาทมากขึ้น โดยเอาเงินดอลลาร์สหรัฐมาขาย เงินบาทก็จะแพงขึ้น (แข็งค่าขึ้น) ในทางกลับกัน หากมีความต้องการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น โดยเอาเงินบาทมาขาย เงินบาทก็จะถูกลง (อ่อนค่าลง)
ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย, รายการ Prachachat BITE SIZE
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทแข็งค่า คืออะไร ใครได้-เสียประโยชน์ ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net