โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สายช้อปออนไลน์มีหนาว กรมศุลฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้า ตั้งแต่ 1 บาทแรก

อีจัน

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 08.17 น. • อีจัน

วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2568) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรเตรียมจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่สั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ตั้งแต่ 1 บาทแรกขึ้นไป โดยจะเริ่มมีผลตั้ง 1 มกราคม 2569 ตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลที่ต้องให้เห็นผลใน 4 เดือน ขณะนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง รับทราบแนวทางในการดำเนินงานแล้ว

ทั้งกรมฯ จะเชิญแพลตฟอร์มออลไลน์ ได้แก่ ช้อปปี้ (Shopee) และลาซาด้า (Lazada) เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่สั่งจากร้านต่างประเทศ ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 พร้อมขอความร่วมมือให้ช่วยตรวจสอบ ไม่ให้นำสินค้าที่ไม่มีใบอนุญาต เพื่อป้องกันไม่ให้นำสินค้าไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายตั้งแต่ต้นทาง เช่น ไม่มีมาตรฐาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ห้ามขายเป็นต้น ส่วนแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Tiktok, eBay, และ Amazon อยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจในลักษณะเดียวกัน

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร

สำหรับการดำเนินการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่สั่งซื้อบนแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น จะส่งผลให้สินค้าที่สั่งซื้อจากแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee และ Lazada กับร้านที่ตั้งอยู่ต่างประเทศจะต้องเสียภาษีนำเข้า บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังจากก่อนนี้มีการยกเว้นภาษีนำเข้ากับสินค้าที่ราคาไม่เกิน 1,500 บาท เก็บเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างเดียว เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับผู้ค้าคนไทยในประเทศที่เสียภาษีถูกต้อง ให้แข่งขันกับร้านค้าต่างประเทศที่ก่อนหน้านี้เสียแค่ภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

ส่วนวิธีการคิดภาษี หากเป็นการซื้อสินค้าทางร้านออนไลน์ ที่อยู่ต่างประเทศจะต้องเสียภาษีนำเข้าตามพิกัดนั้น เช่น หากมีอากร 10% ก็ต้องเสีย และจากนั้นจะมาคิดภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ผู้ค้า หรือผู้ให้บริการขนส่งจะเป็นคนดำเนินการเหมือนกับก่อนหน้านี้ ที่กรมเคยเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาทแล้ว ซึ่งจะไม่เป็นภาระแก่ประชาชนที่จะต้องมาเสียภาษีเพิ่มเติมทีหลัง

ส่วนกรณีคนที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน Shopee หรือ Lazada กับร้านค้าที่ตั้งอยู่ในไทยอยู่แล้ว จะไม่เกี่ยวข้องและไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเพิ่มแต่อย่างใด เพราะผู้ประกอบการเป็นคนเสียภาษีไปแล้ว

“การเก็บภาษีนี้ กรมไม่ต้องแก้กฎหมายเพิ่มเติมอะไร เพราะก่อนหน้านี้เคยมีประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าที่ต่ำกว่า 1,500 บาทอยู่แล้ว ซึ่งกฎหมายจะหมดเขต 31 ธันวาคม นี้ ดังนั้นกรมจะไม่มีการต่ออายุ ก็เท่ากับจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่บาทแรกได้เลย” นายพันธ์ทอง ระบุ

ทั้งนี้ วิธีการจัดการจะทำเหมือนกับสหรัฐอเมริกา ที่เคยยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ที่มีมูลค่าต่ำไปแล้ว เพื่อปกป้องผู้ค้าในประเทศ และเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังทำ แม้จะขัดต่อข้อตกลงองค์การการค้าโลกบ้าง แต่ก็เป็นผลดีกับผู้ประกอบการในไทย

นายพันธ์ทอง กล่าวว่า การเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์กับร้านค้าที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ คาดว่าจะทำให้กรมฯ มีรายได้เพิ่ม 3,000 ล้านบาท โดยคำนวณจากยอดนำเข้าสินค้าออนไลน์ที่มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ในแต่ละปีซึ่งมากกว่า 30,000 ล้านบาท และเสียภาษีเฉลี่ยที่ 10% อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวกรมมีแผนแก้กฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศให้เป็นอัตราเดียวด้วย

ขณะเดียวกัน กรมศุลฯ กำลังพิจารณายกเลิกกฎหมายที่ให้รางวัลนำจับแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า ตามข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ เนื่องจากในข้อตกลงดังกล่าว ทางสหรัฐมีประเด็นที่ให้ประเทศไทยจะต้องยกเลิก เริ่มตั้งแต่เดือนพ.ย.นำร่องเจ้าหน้าที่ระดับ 8 ขึ้นไป ส่วนรางวัลสินบนของผู้แจ้งเบาะแสยังมีอยู่

“กรมศุลฯ ในยุคนี้มี ควิก วิน 3 ด้าน ให้เกิดผล คือ 1.การใช้มาตรการทางศุลกากรเพื่อกระตุ้นให้เกิดการค้า เช่น ปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้า–ส่งออก ปรับกระบวนการตรวจสินค้า ส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ปรับปรุงพิธีการถ่ายลำและผ่านแดน รวมถึงเปิดโอกาสให้ไอซีดี ตรวจปล่อยสินค้าขาออกได้โดยตรง 2.การปกป้องสังคมจากสินค้าผิดกฎหมาย ทำเอ็มโอยู กับแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อควบคุมการจำหน่ายของผิดกฎหมาย และ 3.การจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างเป็นธรรม โดยมุ่งเก็บภาษีทุกประเภทกว่า 6 แสนล้านบาท นอกจากอากรนำเข้า 1.2 แสนล้านแล้ว ยังมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 3.7 แสนล้าน และภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทยอีกด้วย” นายพันธ์ทอง กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...