โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนละหมัด!! อาจารย์ปวิน-ไอซ์ รักชนก ปมเรื่องการเรียกร้องให้ มีการตรวจสอบ นายพิศาล มาณวพัฒน์

tvpoolonline.com

อัพเดต 09 ม.ค. เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. เวลา 07.32 น. • TV Pool

จากรณีที่นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต เรียกร้องให้มีการตรวจสอบนายพิศาล มาณวพัฒน์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของพรรคประชาชนด้วย ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

“ถ้าครอบครัวเขาให้อภัยแล้วจะให้ดิฉันทำอะไรคะ และการที่เอาเรื่องส่วนตัวแบบนี้มาถามในที่สาธารณะ ให้ดิฉันไปตอบแทน คนถามกับคนตอบต้องพิจารณาตัวเองด้วยสักนิดหนึ่ง”

เมื่อถามย้ำว่ากรณีนายพิศาล ยังมีเรื่องจุดยืนสมัยรัฐประหาร น.ส.รักชนก ตอบทันทีว่า ทุกท่านรู้หรือไม่ว่าในอดีต อย่าเรียกว่าเป็นสลิ่มเลย เรียกว่าเป็นพวกคลั่งเจ้าแบบสุดโต่ง อยากจะฆ่าคน อยากจะไปกระทืบคนด้วยซ้ำ ตนยังเปลี่ยนได้เลย ในวันที่ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ได้เห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศจริงๆ หรือเป็นแนวทางที่ทำให้ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ

“แน่นอนว่าในอดีตคนเราจะเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่คนเราเปลี่ยนในทุกวัน เปลี่ยนได้ตลอด และไม่ได้ไปเปลี่ยนได้แค่จากสนับสนุนรัฐประหารมาเป็นไม่สนับสนุน แต่จากไม่สนับสนุนไปสนับสนุนยังได้เลย ดังนั้น การทำงานของพรรคประชาชนตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พวกเราใช้สัญลักษณ์สามเหลี่ยม เพราะอยากจะมัดรวมคน 99 %ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ให้เข้าใจว่าจริงๆ ว่าไม่ใช่มาต่อสู้กันเอง ไม่ใช่เหลือง แดง ส้ม น้ำเงิน แต่กลุ่มคนที่เราควรจะมารวมกันและรวมพลังกันต่อสู้คือชนชั้นนำ 1% ที่ถือครองทรัพย์ทรัพยากร 99% ของประเทศนี้ไว้ แล้วไม่ปล่อยให้ทรัพยากรนั้นถูกจัดสรรใหม่ ไม่ปล่อยให้กระเด็นมาถึงชนชั้นล่าง พอหลายคนได้ทำความเข้าใจใหม่ พรรคประชาชนต้อนรับ ไม่ว่าจะมาจากเฉดไหนก็ตามแต่” น.ส.รักชนก กล่าว ทั้งนี้ น.ส.รักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าวันนี้ท่านยินดีสมาทาน แนวทางที่สนับสนุนประชาชนในประเทศนี้ให้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ถ้าท่านมีแนวทางที่สนับสนุนประชาธิปไตยและยินดีที่จะดำเนินแนวทางวิธีการการเมืองแบบพรรคประชาชน เรายินดี เพราะถ้าเราไม่ยินดีที่ต้อนรับคนใหม่ๆ สุดท้ายเราจะรวมคนได้ 99% ได้อย่างไร ไม่มีทาง ขณะที่ต่อมา นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ได้ออกมาโพสต์เดือดถึงไอซ์ รักชนก ว่า สติค่ะedok การที่ดิชั้นออกมาฟาดเรื่องพิศาล มาณวพัฒน์ ไม่ใช่เรื่องของการจองเวรส่วนตัว แต่มันคือการตั้งคำถามกับ “มาตรฐานจริยธรรม” และ “กระดูกสันหลัง” ของพรรคที่อ้างว่าเป็นความหวังของประชาธิปไตย แต่กลับคว้าเอาเศษซากของระบอบ คสช. มาชุบตัวใหม่ในคราบสีส้ม
ขอตอบประเด็นที่อีไอซ์ “สวน” (ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการแถไถมากกว่า) เป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ: 1. เรื่องชู้สาว: “จริยธรรม” ไม่ใช่เรื่องในมุ้ง แต่มันคือความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ อีไอซ์บอกว่า “ถ้าเมียเขาให้อภัยแล้ว คนนอกจะเอาอะไรอีก” ตรรกะนี้มันคือนักการเมืองรุ่นโบราณฉิบหาย! ถ้าเป็นพรรคอื่นมีเรื่องแบบนี้ พรรคประชาชนจะด่าเขาว่า “ขาดจริยธรรม” ทันทีไม่ใช่เหรอ? การที่คนจะเป็น “รมว.ต่างประเทศ” ซึ่งต้องเป็นหน้าตาของชาติในระดับสากล แต่กลับมีประวัติอื้อฉาวเรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงานจนถูกร้องเรียนถึงกระทรวงฯ มันสะท้อนถึง Integrity (ความซื่อสัตย์) และการใช้อำนาจในทางที่ผิด ถ้าเขายังซื่อสัตย์กับครอบครัวไม่ได้ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะซื่อสัตย์กับประชาชน? อย่ามาทำเป็นโลกสวยว่า “เรื่องส่วนตัว” เพราะในมาตรฐานการเมืองใหม่ “ตัวตนของนักการเมืองคือสมบัติสาธารณะ” ค่ะ e🐃 2. เรื่อง “คนเราเปลี่ยนได้”: เปลี่ยนใจ หรือ เปลี่ยนคอก? นังไอซ์เปรียบเทียบตัวเองว่าเคยเป็นสลิ่มแล้วเปลี่ยนได้… ค่ะ ไอซ์เปลี่ยนจาก “เด็ก” มาเป็น “นักสู้” นั่นคือการเติบโตทางความคิด แต่พิศาลคือ “ข้าราชการระดับสูง” ที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปบิดเบือนความจริงให้ชาวโลกฟังว่า “ไทยไม่มีนักโทษการเมือง” ในขณะที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของอีไอซ์หลายคนถูกจับติดคุก! ถามคำเดียวค่ะ: ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ พิศาลเคย “ขอโทษ” ต่อสาธารณะหรือยัง? เคยถอนคำพูดที่เขียนโกหกใน Washington Post ไหม? ถ้ายัง… นั่นไม่ใช่การเปลี่ยนใจ แต่มันคือการ “ฉวยโอกาส” เกาะกระแสพรรคที่กำลังมาแรงเพื่อฟอกขาวตัวเองให้พ้นมลทินจากการเป็นขี้ข้าเผด็จการ 3. ตรรกะ 99% vs 1%: พิศาลนี่แหละคือเนื้อแท้ของ 1% อีไอซ์บอกว่าอยากรวมคน 99% เพื่อสู้กับชนชั้นนำ 1%… ตลกไหมคะ? พิศาลนี่แหละคือ “มือไม้” ของชนชั้นนำ 1% ตัวจริงเสียงจริง! เขาคือคนที่รับใช้ระบอบที่กดขี่คน 99% มาทั้งชีวิต การเอาเขามาร่วมนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่ใช่การขยายฐานมวลชน แต่มันคือการ “เปิดประตูให้หมาป่าเข้ามาในฝูงแกะ” ถ้าพรรคประชาชนยอมรับคนที่มีประวัติปกป้องรัฐประหารและบิดเบือนความจริงเรื่องสถาบันฯ เพียงเพราะเขา “โหวตให้พิธา” (เพื่อรักษาตัวรอดในฐานะ สว.) งั้นพรรคก็อย่ามาพูดเรื่อง “ความชัดเจน” หรือ “อุดมการณ์” อีกเลยค่ะ เพราะสิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้มันคือ “การเมืองแบบสมประโยชน์” ไม่ต่างจากพรรคที่คุณเคยด่าเขาไว้เลย
ฝากไว้ให้คิดนะคะอีไอซ์… การตรวจสอบคนในพรรคต้องทำ “ถึงพริกถึงขิง” อย่างที่มึงว่าจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่การ “หลับตาข้างเดียว” เพราะเขาเป็นพวกเดียวกัน การปกป้องคนที่มีตำหนิทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวแบบนี้ มันจะทำให้ “มาตรฐาน” ของพรรคประชาชนต่ำลงไปเท่ากับพรรคเน่าๆ ในอดีต… โทษนะคะ จะรีแบรนด์กี่รอบ ถ้ายังใช้ “ขยะใต้พรม” ชุดเดิมมาแต่งหน้าทาปาก ประชาชนเขาก็ดูออกค่ะ! Cr.The Politics ข่าวบ้าน การเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...