กัมพูชาส่งตัว "เฉิน จื้อ" กลับจีน ยกระดับความร่วมมือทวิภาคีความมั่นคง
วันนี้ (9 ม.ค.2569) การที่ทางการกัมพูชายอมส่งตัวนายเฉิน จื้อ หัวหน้าขบวนการอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์รายใหญ่ กลับไปยังประเทศจีน ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง 2 ประเทศ โดยเหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้ต้องสงสัยระดับสูงในเครือข่ายดังกล่าวถูกจับกุมและส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้สำเร็จ แม้สหรัฐอเมริกาจะมีความสนใจในตัวบุคคลรายนี้เช่นกัน แต่จีนได้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการดำเนินการผ่านช่องทางทวิภาคี
สื่อมวลชนจีนทุกสำนักต่างให้ความสำคัญกับข่าวการส่งตัวครั้งนี้ โดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ประกาศว่า เป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่จากการประสานงานระหว่าง 2 ชาติ เจ้าหน้าที่จีนได้เดินทางไปรับตัวนายเฉิน จื้อ โดยตรงที่กรุงพนมเปญ ก่อนนำตัวกลับมายังแผ่นดินใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป
จีนระบุว่า นายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นพลเมืองจีน ถูกต้องสงสัยว่า เป็นหัวโจกหลักของกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้องกับการพนันข้ามพรมแดน และการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยทีมสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับคดีหลายรายการ และกำลังขยายการตรวจสอบเพิ่มเติม
หลังจากนี้ ทางการจีนวางแผนออกหมายจับสมาชิกหลักของกลุ่มนายเฉิน จื้อ ในชุดแรกโดยเร็ว พร้อมเดินหน้าติดตามและจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน นอกจากนี้ ยังออกคำเตือนถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยขอให้หยุดกิจกรรมผิดกฎหมายทันที มอบตัวกับเจ้าหน้าที่เพื่อรับการพิจารณาลดหย่อนโทษ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายในอนาคต
การสอบสวนคดีที่เชื่อมโยงกับบริษัท Prince Group ของนายเฉิน จื้อ ได้ดำเนินมาตั้งแต่ 5-6 ปีก่อน โดยรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ในปี 2567 ระบุว่า สำนักงานความมั่นคงสาธารณะกรุงปักกิ่งได้ตั้งคณะทำงานพิเศษตั้งแต่เดือน พ.ค.2563 เพื่อติดตามและดำเนินคดีกับเครือข่ายนี้ในกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องในศาลหลายมณฑลของจีน
ในทางตรงกันข้าม สหรัฐฯ เพิ่งจัดตั้งทีมปฏิบัติการพิเศษเพื่อต่อสู้กับศูนย์หลอกลวงออนไลน์เมื่อปีที่แล้ว โดยมุ่งเป้าหมายหลักที่เมียนมา กัมพูชา และลาว การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นแรงผลักดันให้จีนเร่งกระชับความร่วมมือกับชาติในอาเซียน เพื่อป้องกันอิทธิพลภายนอกในการจัดการปัญหา ความพยายามที่เห็นภาพชัดเจนที่สุดคือปฏิบัติการปราบปรามศูนย์สแกมเมอร์ใกล้ชายแดนไทยในเมียนมา
เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนรายงานว่า ส่งทีมลงพื้นที่เมืองเมียวดี ร่วมกับเจ้าหน้าที่เมียนมาและไทย กวาดล้างขบวนการหลอกลวง ส่งผู้ต้องสงสัย 952 คน กลับจีน ขณะที่เจ้าหน้าที่จีนลงทุนเดินทางมารับตัวผู้ต้องสงสัยด้วยตนเอง ในปี 2568 มีชาวจีนถูกส่งกลับจากเมียวดีเพียงแห่งเดียวมากกว่า 7,600 คน
จีนได้เดินหน้าปราบปรามสแกมเมอร์มาอย่างต่อเนื่องหลายปี แม้จะเริ่มเห็นผลเด่นชัดในปี 2566 จากข้อมูลกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนเมื่อกลางปีที่แล้ว ตำรวจจีนปิดคดีหลอกลวงออนไลน์กว่า 1,740,000 คดี นับตั้งแต่ปี 2564 นอกจากนี้ ยังร่วมกับชาติพันธมิตรทลายศูนย์สแกมเมอร์กว่า 2,000 แห่ง จับกุมผู้ต้องสงสัยกว่า 80,000 คน ส่งตัวดำเนินคดีในศาลหลายแห่ง และออกหมายจับสมาชิกตระกูลอาชญากรใหญ่ 4 ตระกูลในพื้นที่โกก้าง
ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการกวาดล้างที่เข้มข้น โดยเฉพาะในกัมพูชาและเมียนมา จีนใช้โทษประหารชีวิตกับสมาชิกตระกูลหมิงและไป๋ ซึ่งมีอิทธิพลในรัฐชานติดชายแดนจีน ขณะที่ตระกูลเว่ยและหลิว ก็ถูกจับกุมและดำเนินคดีเช่นกัน จากข้อมูลสถาบันเพื่อยุทธศาสตร์และนโยบายเมียนมา (ISP) ตระกูลเหล่านี้เริ่มรุ่งเรืองตั้งแต่ปี 2553 ก่อนถูกปราบปรามอย่างหนักตั้งแต่ปลายปี 2566
เมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนถูกสื่อสอบถามถึงกรณีนี้ โดยย้ำว่าจะรอฟังแถลงข่าวเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่าจีนจะยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การปราบปรามสแกมเมอร์เป็นภารกิจที่ท้าทาย แต่จีนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อในการแก้ไขปัญหานี้
อ่านข่าวอื่น :
จับตา ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาคดีออกจากราชการ "บิ๊กโจ๊ก"
กองทัพเรือ ชวนเที่ยวงานวันเด็ก 10 ม.ค.นี้ เปิดพื้นที่ครอบคลุมทุกภูมิภาค
เคสแรกของปี สกัดไฟป่า พบพรานจุดไฟหวังไล่สัตว์เข้าติดบ่วง