โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่เคยพกปืน ‘หมวดเบนซ์’ โต้หนุ่มบีเอ็ม หลังถูกขับชนบนทางด่วน แจ้ง4ข้อหาหนัก

Khaosod

อัพเดต 21 ก.ค. 2562 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2562 เวลา 10.18 น.

ไม่เคยพกอาวุธ ‘หมวดเบนซ์’ โต้หนุ่มบีเอ็ม หลังถูกขับชนบนทางด่วน แจ้ง 4 ข้อหาหนัก เผยเป็นตำรวจอารักขามีกฎห้ามพกปืน แม้แต่มีดก็ไม่มี

จากกรณีโซเชียลแชร์คลิป รถยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว สีขาว ขับออกมาจากช่องจ่ายเงิน บริเวณด่านเก็บเงินธัญบุรี ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีชายอีกคนเกาะอยู่ที่ฝากระโปรงรถ ก่อนคนขับรถบีเอ็มจะสะบัดจนคนกระเด็นไปกองกับพื้น แล้วขับหนีไป ต่อมาทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ ร.ต.ท.จิตต์เกษม หรือหมวดเบนซ์ จันทร์รัก ผู้บังคับหมวด สบ. 1 กองร้อยที่ 2 กองกำกับการอารักขา 1 กองบัญชาการอารักขาควบคุมฝูงชน คู่กรณีคือ นายเอกราช ชูใหม่ อายุ 38 ปี ซึ่งเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้วไปนั้น

หมวดเบนซ์ / เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษาชั้น 11 ห้อง 1110 รพ.ตำรวจ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. เข้าเยี่ยม ร.ต.ท.จิตต์เกษม จันทร์รัก โดยมีพล.ต.ต.หญิง พันวดี รัตนสุมาวงศ์ นายแพทย์สบ 6 รพ.ตร. แพทย์เวร ร่วมตรวจอาการหลังผ่าตัด

พบว่าไหล่และขาซ้ายกระดูกหักต้องใส่เหล็กดาม แผลรอยถลอกใบหน้าซ้าย เอวด้านหลังและนิ้วมือทางด้านซ้าย และน.ส.ไอณดา ฟื้นชมภู ภรรยา เข้ารับกระเช้าเยี่ยมพร้อมกับยื่นหนังสือ เพื่อร้องขอความธรรมกรณีดังกล่าว นอกจากนี้ พ.ต.อ.จักรแก้ว แก้วคงยศ ผกก.สภ.ลำลูกกา พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนสภ.ลำลูกา เข้ามาพบร.ต.ท.จิตต์เกษม เพื่อสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ขณะเดียวกันนายเอกราชส่งกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมร.ต.ท.จิตต์เกษม แต่ทางภรรยาขอให้รอก่อน เนื่องจากไม่ได้แจ้งล่วงหน้า โดยเขียนข้อความ “แสดงความเสียใจเป็นอย่างมากต่อเหตุการที่เกิดขึ้น ขอให้หายๆ เร็วๆ ถ้าหมวดอยากคุยเรื่องค่ารักษาพยาบาลรวมถึงค่าอื่นๆ ยินดีพูดคุยและโทรหาได้ตลอด ถ้ามีโอกาสผมขออนุญาตมาเยี่ยมด้วยตนเองในโอกาสต่อไป”

ร.ต.ท.จิตต์เกษม กล่าวว่า ตนยืนยันว่าตั้งแต่ตนเป็นตำรวจมายังไม่เคยซื้ออาวุธปืนแต่อย่างใด เนื่องจากตนต้องปฏิบัติหน้าที่ถวายการอารักขามีกฎห้ามพกอาวุธปืน แม้แต่อาวุธมีดก็ไม่มี

ส่วนกรณีที่ปาดหน้ากันนั้น ระหว่างที่ตนขับรถมาช่องทางด้านขวาสุด คนขับรถยนต์คู่กรณีขับแซงซ้ายขึ้นมาปาดหน้า จึงทำให้ท้ายรถยนต์ด้านขวาของคู่กรณีชนเข้ากับที่หน้ารถทางด้านซ้ายของตน จึงขับตามไปพร้อมกับบีบแตรรถไล่ และเปิดกระจกให้หยุดรถ แต่คู่กรณีไม่มีท่าทีว่าหยุดรถ จึงโทรแจ้ง 191 เพื่อสกัดจับ

จากนั้นพอถึงด้านก็ขับขึ้นไป เพื่อที่จะเข้าไปหยุดรถ โดยอ้อมหลังรถวิ่งมาโดยลงไปเพื่อจะหยุดรถคู่กรณีไว้ จนกระทั่งเกิดถูกชนกระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงของรถตามที่เกิดเหตุดังกล่าว

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่ได้เพราะร.ต.ท.จิตต์เกษมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เห็นว่าเป็นประชาชนคนที่มีเหตุเกิดขึ้นในทำนองนี้ แล้วมีกรณีที่ให้ข้อมูลว่าต่างฝ่ายต่างให้ข้อมูลว่า ตัวเป็นฝ่ายถูก จึงอยากจะทำความจริงให้ปรากฎ โดยจะลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ เพื่อคำแนะนำกับพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกาว่า ควรทำอย่างไรบ้าง และนำพยานหลักฐานเข้าประกอบสำนวนทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

อย่างไรก็ตาม อยากทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนให้ทราบว่า กรณีที่มีคนมาขวางหน้ารถจะต้องปฏิบัติอย่างไร และเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุแล้วมีคนอยู่บนฝากระโปรงรถหรือหน้ากระจกรถ ต้องปฏิบัติอย่างไร หลังลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าว

ส่วนอาการบาดเจ็บนั้น รองผบ.ตร. กล่าวว่า ถือว่าอาการสาหัส เนื่องจากขาด้านซ้ายหักมุมเดียวกับที่ถูกรถชน ไหล่ด้านซ้ายกระดูกแตกละเอียด ขาถูกกระแทกจากกระจกรถตอนตกลงจากรถ ใบหน้าได้รับบาดแผลจากรอยขูดกับถนนและเลือดออกในลูกตา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

การดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุนั้น ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนสภ.ลำลูกกา แจ้งข้อหาดำเนินคดี 4 ข้อหา ได้แก่ พยายามฆ่า, ขับรถประมาทหวาดเสียวอันอาจก็ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนจองผู้อื่น, ขับรถในทางทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นแล้วหลบหนีไปไม่หยุดช่วยเหลือ ไม่แสดงตนแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทราบทันที

 

ภาพบางส่วนจาก อมรินทร์ทีวี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...