โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไก่บ้านเมืองเพรียว สระบุรี ไก่เนื้อก็ได้ ไก่ชนก็ดี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 30 พ.ย. 2561 เวลา 03.19 น.

“ไก่เมืองเพรียว” เป็นไก่พื้นเมืองดั้งเดิมของชาวบ้านตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ที่เลี้ยงกันไว้ตามบ้านเรือนแบบปล่อยตามธรรมชาติ ต่างคนต่างเลี้ยงไม่มีรูปแบบการเลี้ยงที่ชัดเจน จนเมื่อเกิดการรวมกลุ่มกันของสมาชิกในชื่อเกษตรกรเลี้ยงไก่พื้นเมืองบ้านเขาขี้เหล็ก และจัดตั้งฟาร์มต้นแบบให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของสมาชิกและนำกลับไปพัฒนาไก่ของตนเอง จึงส่งเสริมให้มีการเลี้ยงไก่เชิงพาณิชย์ โดยได้รับการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์จากทางปศุสัตว์

การเลี้ยงไก่พื้นเมืองชนิดนี้สมาชิกกลุ่มจะรวมกันผลิต ผสมอาหารเองจากวัตถุดิบในท้องถิ่นปลอดจากสารเคมีทุกอย่างและแจกจ่ายให้สมาชิกนำกลับไปใช้ มีการเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด

(ซ้าย) คุณสมบัติ ขุนทอง รองประธานกลุ่ม กับ คุณอณัฐวิชัย ชาโพธิ์ สัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งคอย

คุณสมบัติ ขุนทอง รองประธานกลุ่ม กล่าวว่า เหตุผลสำคัญของการรวมกลุ่มเพื่อต้องการให้ชาวบ้านที่เลี้ยงไก่ในแต่ละครัวเรือนมีเอกภาพที่ชัดเจน ไม่ต้องการให้เลี้ยงกันเองโดยขาดระบบจนควบคุมไม่ได้ ทั้งในเรื่องโรคระบาดหรือการกำหนดราคาขาย

อย่างไรก็ตาม ลักษณะการเลี้ยงไก่พื้นเมืองของชาวบ้านกลุ่มนี้ไม่ได้เน้นเชิงการค้ามากนัก ดังนั้น ในแต่ละครัวเรือนจึงมีจำนวนไก่ที่เลี้ยงรายละ 30-50 ตัว ไปจนถึงจำนวนกว่า 100 ตัว แต่หากรวมจำนวนไก่ทั้งหมดในกลุ่มอาจได้จำนวนนับพันตัว ทั้งนี้ ในแต่ละครัวเรือนมักเน้นเลี้ยงไก่พ่อ-แม่พันธุ์ไว้เป็นหลัก แล้วค่อยๆ ขยายพันธุ์ด้วยการให้แม่ไก่ฟักเองตามธรรมชาติ โดยแม่พันธุ์ที่อายุมากแล้วเริ่มให้ลูกไม่แข็งแรงจะปล่อยขายเป็นไก่เนื้อ

รูปแบบการเลี้ยงไก่ของชาวบ้านจะทำเป็นโรงเรือนแบบเล้ากับล้อมเป็นคอกไว้ ซึ่งมีขนาดแต่ละครัวเรือนต่างกันขึ้นอยู่กับพื้นที่ ทั้งนี้ การล้อมคอกเพื่อป้องกันไม่ให้ไก่ออกไปหาอาหารกินไกล

ลักษณะการเลี้ยงแบบธรรมชาติ

สำหรับไก่ที่ออกไข่แล้วแม่ไก่จะฟักไข่เองตามธรรมชาติ โดยวัคซีนจะเริ่มให้ครั้งแรกเมื่อลูกไก่อายุได้ 3 วัน แล้วไม่ควรให้เกิน 7 วัน หลังจากได้ลูกเจี๊ยบแล้วจะนำมาคัดความสมบูรณ์แล้วแยกออกมาเป็นพ่อ-แม่พันธุ์แล้วจะเริ่มคัดเมื่อลูกเจี๊ยบอายุสัก 1-2 สัปดาห์เพื่อแยกเลี้ยงไว้ต่างหาก ทั้งนี้ จะมีการกำหนดว่าพ่อพันธุ์ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 5 ตัว หรือตัวผู้ 2 ตัว ต่อตัวเมีย 10 ตัว ขึ้นอยู่กับแต่ละครัวเรือนจะกำหนด ไก่แต่ละแม่จะมีลูกเจี๊ยบได้คราวละ 5-10 ตัว

ลูกเจี๊ยบจะถูกเลี้ยงไว้ในสุ่มก่อนแล้วให้อาหารประเภทปลายข้าว ข้าวโพดบด หรือหัวอาหารและรำ ขึ้นอยู่กับแต่ละรายที่เลี้ยง เมื่อเลี้ยงไว้ได้สัก 2-3 อาทิตย์ จึงปล่อยออกมาเลี้ยงต่อในเล้า

ลูกเจี๊ยบโตที่ปล่อยหากินตามธรรมชาติ

ไก่ที่ชาวบ้านเลี้ยงอยู่ในช่วง 8-10 เดือนจึงเริ่มขายได้ และน้ำหนักที่ตลาดต้องการอยู่ระหว่าง 1.5-2 กิโลกรัม สำหรับชาวบ้านรายใดที่พร้อมจะขายไก่ก็จะดำเนินการผ่านกลุ่มเพื่อให้พ่อค้ามารับซื้อ

การเลี้ยงไก่พื้นบ้านเมืองเพรียวของชาวบ้านในพื้นที่จะเลี้ยงกันแทบทุกบ้าน มีจำนวนมาก-น้อยต่างกันขึ้นอยู่กับความต้องการและจำนวนพื้นที่ ทั้งนี้ ชาวบ้านจะเลี้ยงไก่ไปพร้อมกับการประกอบอาชีพหลักของชาวบ้านในพื้นที่คือการทำนา ปลูกมันสำปะหลัง ไร่ข้าวโพด หรือบางส่วนไปทำงานตามโรงงาน ทั้งนี้ ชาวบ้านเลี้ยงไก่เป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม โดยใช้อาหารตามธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น จึงไม่มีไขมัน แล้วมีเนื้อล้วน นับเป็นไก่อินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

เด็กน้อยทำความสะอาดไก่ชน

นอกจากการเลี้ยงไก่เนื้อแล้ว หากไก่ตัวใดที่มีรูปลักษณะคุณสมบัติเหมาะกับการเป็นไก่ชน โดยจะดูจากไก่ที่มีน้ำหนักระหว่าง 2.7-3 กิโลกรัม มีหางยาว ปีกยาว และหนา หรือมีคอยาวก็จะแยกเลี้ยงไว้ ทั้งนี้ ไก่ชนมักจะแยกไว้ทุกรุ่น โดยมีการให้ความดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ ทั้งวิธีการเลี้ยงและการให้อาหาร หรือวิตามิน กระทั่งพออายุได้สัก 8 เดือนจึงจะเริ่มให้ทดลองชน อย่างไรก็ตาม ไก่ชนที่เลี้ยงไว้แล้วมีคุณลักษณะเด่นมาก จะมีชาวบ้านจากจังหวัดอื่นเดินทางมาซื้อ

สำหรับไก่เนื้อจะมีพ่อค้ามารับซื้อ โดยจะมาติดต่อที่กลุ่มก่อนเพื่อสอบถามรายละเอียดความต้องการไก่ จากนั้นจึงไปจับไก่ตามบ้านของสมาชิกที่พร้อมขาย

พ่อค้าที่เดินทางมารับซื้อไก่ในทุกสัปดาห์ในครั้งละไม่ต่ำกว่า 20 ตัว โดยจะเลือกไก่ที่มีขนาดใหญ่ สมบูรณ์และมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2 กิโลกรัม ต่อตัว ในราคารับซื้อตัวละ 80-90 บาท ตัวผู้หรือตัวเมียราคาเดียวกัน เป็นการรับซื้อเป็นไก่เป็น จากนั้นพ่อค้าจึงนำไปแปรรูปขายทั้งตัวในราคาตัวละประมาณ 150 บาท มักนำไปขายที่ตลาดสดแถวแก่งคอย

พ่อค้ารับซื้อไก่ชี้ว่า ไก่ของชาวบ้านกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีคุณภาพเพราะเลี้ยงกันอย่างมีระบบทั้งวิธีการดูแลและการให้ยา จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด อีกทั้งไก่บ้านเป็นที่นิยมของผู้บริโภคเพราะไม่มีไขมัน มีเนื้อล้วน นำไปปรุงอาหารแล้วอร่อย

มีความปราดเปรียวคล่องแคล่ว

คุณสมบัติ บอกว่า อีกไม่นานทางกลุ่มจะติดตั้งตู้ฟักไข่เพื่อให้สมาชิกนำไข่มาฟัก แล้วเมื่อได้เป็นตัวลูกเจี๊ยบก็จัดการหยอดวัคซีนทันที ดังนั้น แนวทางนี้จึงสามารถช่วยให้การฟักไข่ที่ชาวบ้านนำมามีประสิทธิภาพมากกว่าการฟักตามธรรมชาติ อีกทั้งเมื่อลูกไก่ฟักแล้วทางกลุ่มจะหยอดวัคซีนให้ฟรี แล้วจึงนำคืนให้ชาวบ้านกลับไปเลี้ยงต่อไป

สมาชิกกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไก่พื้นเมืองบ้านเขาขี้เหล็ก

ดังนั้น ชาวบ้านสามารถประหยัดต้นทุนจากการสูญเสียไก่ แล้วสะดวกไม่ต้องหยอดวัคซีนเอง ทั้งยังช่วยให้วัคซีนเป็นไปตามตารางที่ทางปศุสัตว์กำหนด อีกทั้งยังเป็นการควบคุมการใช้วัคซีนของทางราชการได้อย่างคุ้มค่า อย่างไรก็ตาม การนำไข่ของชาวบ้านมาฟักที่กลุ่มมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ค่าบำรุงเล็กน้อย

คนสานสุ่มไก่ถือว่าเป็นอีกอาชีพที่มีบทบาทในหมู่บ้าน โดยปกติคุณทะนงที่มีอาชีพสานสุ่มไก่มานานกว่า 10 ปี จะสานไว้ขายปีละ 70-80 ใบ แล้วสานคนเดียวเท่านั้น ใช้ไม้ไผ่สีสุกที่หาได้ในพื้นที่มาสานสุ่มไก่ ทำไว้ 2 ขนาด คือเล็ก-ใหญ่ ต้นทุนจะซื้อไม้ไผ่ลำละ 30 บาท โดยสุ่ม 2 ใบ ใช้ไม้ไผ่ 3 ลำ จึงลงทุนซื้อไม้ไผ่ในราคา 90 บาท แต่ขายมีรายได้ 500 บาท

จึงเห็นได้ว่าการเลี้ยงไก่พื้นบ้านเมืองเพรียวของชาวบ้านตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี สามารถสร้างเม็ดเงินโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งรายได้จากอาชีพเกษตรกรรมประจำเพียงอย่างเดียว เพราะไก่พื้นบ้านชนิดนี้เป็นที่ต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็นไก่เนื้อหรือไก่ชนก็ตาม

สอบถามรายละเอียดการสั่งซื้อไก่เมืองเพรียวได้ที่ คุณสมบัติ ขุนทอง โทรศัพท์ (089) 796-6004

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...