โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'มีเธอแล้ว ต้องมีฉัน' สิงห์เติมพอร์ตโฟลิโอ จับกลุ่มวัยรุ่นเพิ่ม เสิร์ฟ 'MY BEER' หลังมี U Beer

Brandbuffet

เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2561 เวลา 07.27 น. • Brand Move !!

ยังเดินหน้าเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอกลุ่มเบียร์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหน้าขายสำคัญอย่างเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ทำให้กลุ่มบุญรอด เลือกใช้ลานเบียร์สิงห์ในการทดลองปล่อยของ​ เพื่อแนะนำ Lager Beer ตัวใหม่ ภายใต้ชื่อ MY BEER (มายเบียร์) พร้อมประเดิมขายผ่านช่องทาง​ On Premise ตามร้านอาหารที่จำหน่ายเครื่องดื่มของสิงห์ไปก่อน โดยคาดว่าช่องทาง Off Premise ไม่ว่าจะเป็นตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ น่าจะเริ่มกระจายได้ภายในปีหน้า

ขณะที่กระแสการรับรู้ของ MY BEER เริ่มมีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นแล้ว โดยเฉพาะหากใครมีโอกาสได้ไปแฮงก์เอ้าท์ในบริเวณลานเบียร์สิงห์ โดยเฉพาะในแลนด์มาร์กสำคัญที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่จะเป็นจุดสำคัญในการสื่อสารและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง​ ซึ่งจะได้เห็นความพิเศษจากโซนสีฟ้าอยู่ท่ามกลางเค้าน์เตอร์และเก้าอี้สีเหลืองของทั้งลาน

รวมทั้งความเคลื่อนไหวจากกลุ่ม Influencers เพจสายปาร์ตี้ สายดริ้งก์ทั้งหลาย ซึ่งถือเป็นกลุ่มแรกๆ ที่มีโอกาสได้ทดลองดื่มมายเบียร์กันไปแล้ว และต่างพร้อมใจกันออกมาช่วยจุดกระแสให้กับเบียร์น้องใหม่ล่าสุดจากค่ายสิงห์กันอย่างต่อเนื่อ​ง จนเป็นที่สนใจของบรรดาลูกเพจและผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น

ระหว่างรอข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกลุ่มบุญรอด เกี่ยวกับ MY BEER ออกมานั้น ทางเว็บไซต์ Brand Buffet​​​ ได้รวบรวมข้อมูลที่เริ่มมีออกมาอย่างประปรายผ่านสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหลายเกี่ยวกับ MY BEER มาให้ทราบกันไว้เบื้องต้น อาทิ

- มายเบียร์ จัดอยู่ในเบียร์กลุ่ม Lager ที่ดื่มได้ค่อนข้างง่าย ด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ที่ 4.5% ในระดับเดียวกับยูเบียร์ และสิงห์ไลท์​ และอยู่ตรงกลางระหว่างเบียร์สิงห์ที่มีปริมาณแอลกอฮอลล์ 5% และสโนวี่ ไวเซ็นที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ 4%

- สำหรับแพกเกจจิ้ง บรรจุอยู่ในกระป๋องสีเงินและสีฟ้า ขนาดบรรจุ 490 Ml. ซึ่ง​​​ทั้งแพกเกจและรสชาติ น่าจะเป็นกลุ่มที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะที่ระดับราคาน่าจะเกาะอยู่ในกลุ่มที่ประมาณ​ 45-50 บาท (สำหรับราคาจำหน่ายในช่องทาง Off Premise)

- ในเบื้องต้นจะขายเฉพาะช่องทาง On Premise ซึ่งภายหลังจากเริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการในราวไตรมาสแรกของปีหน้า​ ​จึงจะวางขายผ่านร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างครอบคลุม​​ รวมทั้งจะเริ่มมีแพกเกจแบบขวดแก้ว ทั้งขวดเล็ก และขวดใหญ่เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติมตามมาภายหลัง

อย่างไรก็ตาม การออกมาทำตลาด MY BEER​ ยังสะท้อนถึงกลยทุธ์ในการทำตลาดของสิงห์ ที่ยังเน้นการโฟกัสตาม Segmentation มากกว่าการเข้าไปแข่งในตลาด Mainstream ที่มีทั้งแบรนด์ของตัวเองและคู่แข่งเป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาดและยังแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง แต่เลือกที่จะเข้ามาสร้างตลาดใหม่จากฐานคนดื่มเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะมีความชื่นชอบประเภทหรือรสชาติของเบียร์ในแบบของตัวเอง ไม่ตามแบบใคร​ และไม่ยึดติดกับแบรนด์

ประกอบกับเป็นการตอกย้ำความแข็งแรงในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ของสิงห์​ ด้วยการมีเบียร์ตัวเลือกใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในการแจ้งเกิด U BEER มาแล้วเมื่อปี 2016Z (อ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่) และสร้างความคึกคักให้กับตลาดได้เป็นอย่างมาก รวมทั้งการเลือก Timing ในการเปิดตัวเบียร์ใหม่ในช่วง Seasonal สำคัญ​ ​อย่างการแนะนำเบียร์พี่หมี หรือ Snowy Weizen เข้ามาเติมพอร์ตในตลาดเบียร์พรีเมี่ยม ช่วงปลายปี 2017 ในงาน Singha Farm Festival เมื่อปลายปี 2017 และต่อเนื่องยาวมาจนถึงช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเช่นกัน

ส่วนในปี 2018 ได้แนะนำ KOPPER ที่ว่ากันว่าเป็นการนำคราฟท์เบียร์จากร้าน EST. 33 มาลงกระป๋อง ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ก่อนจะส่งท้ายปีด้วย Lager น้องใหม่ล่าสุดอย่าง MY BEER ที่ใช้ลานเบียร์สิงห์ในการแจ้งเกิด เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในปีนี้

สิ่งที่สังเกตเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน กับการทำตลาดเบียร์ใหม่ๆ ของกลุ่มสิงห์ในช่วงที่ผ่านมานี้ ที่จะไม่ผูกติดกับชื่อ แบรนด์​ หรือโลโก้ใดๆ ที่เชื่อมโยงหรือทำให้ผู้บริโภครับรู้ได้ว่าเป็นเบียร์ที่มาจากค่ายสิงห์อยู่บนกระป๋องเลย ​แต่พยายามที่จะนำเสนอเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบของตัวเอง เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ ทั้งในแง่ของตัวผลิตภัณฑ์และวิธีในการทำตลาดให้หลุดออกไปจากกรอบวิธีเดิมๆ ที่เคยทำมา ไม่ว่าจะเป็นยูเบียร์, สโนวี่ ไวเซ็น หรือแม้แต่คอปเปอร์​ เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่มองหาความเป็นตัวของตัวเอง

แต่สำหรับ MY BEER จะเห็นโลโก้ของสิงห์อยู่บนกระป๋องค่อนข้างเด่นชัด เนื่องจาก เป็นกลุ่ม LAGER BEER ซึ่งจัดเป็นเบียร์ในกลุ่มกระแสหลักที่ดื่มได้ง่าย รวมทั้งคาดว่าเพื่อต้องการสื่อสารเชื่อมโยงให้เห็นว่า​แบรนด์สิงห์เองก็สามารถที่จะเข้าถึง และเข้าใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ไม่ต่างจากเบียร์ทางเลือกอื่นๆ เช่นเดียวกัน

ขณะที่ในมุมการขับเคลื่อนตลาดเบียร์ในปัจจุบันที่มีมูลค่ากว่า 1.8 แสนล้านบาทนั้น แม้สัดส่วนใหญ่ในตลาดจะยังคงเป็นกลุ่มเบียร์กระแสหลักหรือ Mainstream ซึ่งมีทั้งแบรนด์สิงห์​และลีโอ ปักหลักทำตลาดอย่างแข็งแรงอยู่แล้วนั้น ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ถึงทิศทางของกลุ่มเบียร์สิงห์ ในการขยับมาโฟกัสการทำ Segmaentation ให้แข็งแรงมากย่ิงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในยุคนี้ รวมทั้งยังช่วยปลุกให้ตลาดเบียร์ให้มีความคึกคัก จากการพยายามเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอเพื่อให้มีสินค้าทำตลาดอย่าางครอบคลุมครบถ้วนทุกเซ็กเม้นต์​

โดยเฉพาะการนำเสนอเบียร์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากกลุ่มเบียร์ทางเลือกหรือเบียร์กระแสหลัก เนื่องจากเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่จะมีความชอบ วิธีคิด และรูปแบบในการบริโภคที่แตกต่างไปจากคนในรุ่นก่อนหน้า รวมทั้งยังมี Demanding เพิ่มากขึ้น หรือความต้องการได้รับการเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ จากการดื่มเบียร์ที่หลากหลายมากขึ้นอีกด้วย ดังที่ได้เห็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในตลาดเบียร์มาตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้นั่นเอง

นับว่าในปีนี้เป็นปีที่เบียร์หน้าใหม่ ถูกผลักดันลงสู่ตลาด เพื่อกระตุ้นยอดขาย พร้อมทั้งสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่มองหาทางเลือกในการแฮงก์เอาท์ แค่ในช่วงส่งท้ายปลายปี ก็มีทั้ง ฮันทส์แมน (Huntsman) ที่ปรากฏกายภายใต้สัญลักษณ์ “หมาป่า” และแบรนด์แบล็ค ดราก้อน (Black Dragon) จากค่าย Thai Bav (อ่านต่อคลิกที่นี่) และ Tiger Lemon Radler เบียร์สูตรใหม่ที่มีแอลกอฮอล์ 2% จากค่าย TAP (อ่านต่อ คลิกที่นี่)

สงครามน้ำเมาระลอกใหม่ที่แต่ละเจ้าเข็นสินค้าลงมาสู่ตลาด จะดำเนินต่อไปเช่นไร ท่ามกลางกระแสคราฟท์เบียร์มาแรง ขณะเดียวกันกระแสสุขภาพก็เป็นเทรนด์สำคัญที่เป็นความท้าทายของแบรนด์ใหญ่ทั้งหลาย…

ที่มาข้อมูล : สักวาตกค่ำ ร่ำสุราแดกเหล้า เมาเบียร์ เพลียไวนกินเหล้ากัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...