โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติศาสตร์การจูบ และท่าจูบยอดฮิต

Wongnai Beauty

เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2561 เวลา 15.28 น.
ภาพไฮไลต์

การจูบมีที่มาจากอะไร และทำไมคนเราถึงต้องจูบ มาหาคำตอบกันค่ะ

สงสัยมานานแล้วค่ะว่า "การจูบ" มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่างเวลาดูหนังแนวย้อนยุค ฉากที่พระนางมีใจให้กัน ก็จะเห็นเขาแสดงความรักในแบบต่าง ๆ เช่น การหอมแก้ม การดมผม การกอด หรือแม้กระทั่งการจูบ เลยอดคิดไม่ได้ว่า แท้จริงแล้ววัฒนธรรมการจูบของมนุษย์เรานั้น มีที่มาจากอะไร และใครเป็นต้นกำเนิด มาหาคำตอบกันค่ะ

เกิดอะไรขึ้นเมื่อล้านปีที่แล้ว

เป็นที่น่าสงสัยนะคะว่าทำไมเราถึงต้องจูบ ทั้ง ๆ ที่การจูบคือการแลกน้ำลายกัน ซึ่งอาจมีทั้งเชื้อโรคและไวรัสปะปนไปด้วย จากหนังสือ 500 ล้านปีของความรัก ได้ตั้งข้อสันนิษฐานที่ว่ามนุษย์ชอบสีแดง หากย้อนกลับไปถึงบรรพบุรุษเราเมื่อล้านปีที่แล้ว สมัยที่ยังใช้ชีวิตในพื้นที่สีเขียว อาหารที่หาได้ส่วนใหญ่คือพืชซึ่งมีแคลอรี่ต่ำ อาหารที่มีแคลอรี่สูงมักเป็นผลไม้สุก มีสีแดง ซึ่งเป็นของหายาก จากวิวัฒนาการสีแดงจึงกลายเป็นสีที่สะดุดตาและดึงดูด เป็นเหมือนสีแห่งรางวัลค่ะ

เพราะสีแดงทำให้น่าจูบ

จากวิวัฒนาการจะเห็นว่าสีแดงเป็นสีที่กระตุ้นความรู้สึกได้ดี จากการศึกษาของลิงไพรเมตพบว่าเมื่อร่างกายสามารถมองเห็นสีแดงและรู้สึกชอบ จึงทำให้บางส่วนของร่างกายเริ่มมีสีแดง อย่างก้นและอวัยวะเพศ เมื่อถึงช่วงที่ติดสัดจะยิ่งเพิ่มความบวมแดง เป็นที่สนใจของฝ่ายตรงข้าม

จนกระทั่งเกิดวิวัฒนาการให้สามารถยืนได้ด้วยสองขา สีแดงของอวัยวะเพศไม่ได้อยู่ในระดับสายตา ร่างกายจึงต้องวิวัฒนาการอวัยวะอื่นขึ้นมาทดแทน ที่สามารถมองเห็นได้ในระดับสายตา ซึ่งนั่นก็คือปาก เราจะเห็นว่าผู้หญิงมักทาปากให้มีสีแดง และพยายามฉีดสารหรือทำบางอย่างให้ปากดูบวม อวบอิ่ม ทั้งหมดนั่นก็เพราะปากสามารถดึงดูดความสนใจได้นั่นเอง

การจูบเริ่มเมื่อไหร่

น่าสงสัยไหมคะ การจูบแท้จริงแล้วเป็นสัญชาตญาณหรือเป็นพฤติกรรมที่มนุษย์เราสร้างขึ้นเอง ในหนังสือ 500 ล้านปีของความรัก พาเราย้อนกลับไป 3,000 ปีที่แล้ว หลักฐานชิ้นเก่าแก่ที่สุดจากคัมภีร์ถรวเวทของศาสนาฮินดู มีการบันทึกถึงการแสดงออกของชายและหญิง ฝ่ายชายเลียริมฝีปากของผู้หญิงซ้ำ ๆ และได้มีการห้ามชายชนชั้นสูงดื่มด่ำความชุ่มชื้นจากริมฝีปากผู้หญิง ซึ่งเราก็พอจะเดาได้ว่านั่นอาจจะเป็นการจูบ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีมานานหลายพันปีแล้ว

คนไทยเริ่มจูบเมื่อไหร่

วัฒนธรรมการจูบของไทยไม่ได้ระบุอย่างแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม ได้วิเคราะห์ถึงงานวรรณกรรมในราชสำนักช่วงรัตนโกสินทร์ เรื่องราชาพิลาป มีท่อนที่บอกว่า "จุมพิตณนงคริมไร โอษฐคันธกัลยา" เป็นการบรรยายที่เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ข้องแวะเกี่ยวกับปาก อีกบทหนึ่งคือเรื่องลิลิตพระลอ บรรยายว่า “เชยชมชู้ปากป้อน แสนอมฤตรสข้อน สวาทเคล้าคลึงสมร ฯ” แม้ปากป้อนจะคล้ายการจูบ แต่หากแปลจริง ๆ แล้ว คือการพูดจาเอาอกเอาใจ

จากการสันนิษฐานคาดว่า ในเมืองไทยน่าจะได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยนิยมในกลุ่มแคบ ๆ จากการที่ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศและรับวัฒนธรรมฝรั่งมา นอกจากนี้ยังสันนิษฐานได้อีกว่าพฤติกรรมการจูบได้รับอิทธิพลผ่านการแปลงานเขียนจากต่างประเทศอีกด้วย

รวมท่าจูบยอดฮิต

1. French Kiss 

2. Kiss on the Cheek 

3. Single Lip Kiss 

4. Vampire Kiss

5. The Forehead Kiss 

Source : 1, 2, 3, 4, 5, 6, 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...