โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกทุเรียนทะลุ 5 หมื่นล้าน ปั้นพันธุ์ท้องถิ่นขายพรีเมี่ยม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2564 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2564 เวลา 02.43 น.

5 เดือนส่งออกทุเรียนพุ่ง 58,000 ล้านบาท จีนตลาดเบอร์ 1 “ลาว” ตลาดน้องใหม่มาแรงนำเข้าทุเรียนสดพุ่ง 1,200% ทูตพาณิชย์ไทยในเวียงจันทน์คาดส่งผ่านไปจีน ผู้ส่งออกทุเรียนชี้ปีนี้ราคาพรีเมี่ยมทะลุ กก.ละ 250 บาท ทำตลาดออนไลน์ล่วงหน้า ท้องถิ่นระดมสร้างชื่อทุเรียนตัวเอง หมอนทองหนองคาย ภูเขาไฟศรีสะเกษ ทุเรียนน้ำแร่โนนสุวรรณ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานภาพรวมตลาดทุเรียนในช่วงกลางฤดูการผลิตปี 2564 ปรากฏยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) 2564 ประเทศไทยส่งออกทุเรียนสดและแช่เย็นแช่แข็งรวม 58,343 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้น 39% โดยมีจีนเป็นตลาดนำเข้าอันดับ 1 มูลค่า 51,098 ล้านบาท ขยายตัว 66.1%

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ตลาดในกลุ่มอาเซียนนำเข้าทุเรียนจากไทยมากขึ้น โดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตทุเรียนมูซันคิง แต่นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นถึง 319% และลาวเพิ่มขึ้น 1,233% แม้ว่าจะยังมีฐานการส่งออกไม่มาก แต่ส่งผลให้ราคาทุเรียนหน้าสวนของไทย กก.ละ 150-250 บาท

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทุเรียนพันธุ์หมอนทองยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรไทยเริ่มหันมาทำตลาดทุเรียนสายพันธุ์ท้องถิ่นมากขึ้น โดยเน้นชูเอกลักษณ์ท้องถิ่นเป็นจุดขาย เช่น ทุเรียนหลง-หลิน ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ราคา กก.ละ 200 บาท ที่มีลักษณะเด่น ผลกลม ร่องพูไม่ชัดเจน เมล็ดลีบ เนื้อในสีเหลืองจัด รสชาติหอมมัน หรือทุเรียนพันธุ์นกหยิบ จ.นนทบุรี และพันธุ์สาลิกา จ.พังงา เป็นต้น

ล่าสุดมีการทำการตลาดทุเรียนหมอนทอง จ.หนองคาย โดยชูจุดเด่นปลูกบนดินทราย ทำให้กลิ่นไม่ฉุนและด้วยความที่รสชาติดี เนื้อแน่น ทานแล้วไม่ร้อนใน จึงทำให้ระดับราคาพุ่งขึ้นไปแตะ กก.ละ 150 บาท แข่งขันกับเจ้าตลาดทุเรียนภาคอีสานอย่างทุเรียนภูเขาไฟ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในปีนี้มีราคา กก.ละ 140-250 บาท ทุเรียนป่าละอู กก.ละ 250-300 บาท และยังมีทุเรียนน้ำแร่โนนสุวรรณ ซึ่งเป็นพันธุ์หมอนทองที่ปลูกในแหล่งที่เป็นแอ่งน้ำแร่ธรรมชาติ ก็มีผลผลิตออกสู่ตลาดด้วย จำหน่ายในราคา กก.ละ 180-200 บาท

Miss.Jiaoling pan (นางสาวเจียวหลิง พาน) กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอยัล ฟาร์ม กรุ๊ป จำกัด (Thailand) บริษัทผู้ส่งออกทุเรียนไทยไปจีน และรองนายกสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ ฝ่ายต่างประเทศ และกรรมการสมาคมผู้ประกอบการทุเรียน มังคุด กล่าวว่า ราคารับซื้อทุเรียนหน้าสวนปีนี้ปรับราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนพรีเมี่ยมราคา กก.ละ 210 บาท

จากปัจจัยหลักตลาดจีนตลาดส่งออกหลัก มีเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังจากผ่านวิกฤตโควิด ประกอบกับผู้บริโภคชาวจีนที่เคยเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยรู้จักชื่อเสียงทุเรียนไทยมากขึ้น เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นทุเรียนไทยสั่งซื้อเรียกว่าแทบจะไม่พอกับความต้องการ โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่จะนิยมทุเรียนเกรดพรีเมี่ยมด้วยวิธีการรับพรีออร์เดอร์ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น และขนส่งทางเครื่องบินแทน ซึ่งสะดวกรวดเร็วกว่าเดิมที่ขนส่งทางรถยนต์หรือทางเรือทำให้สินค้าไปกระจุกตัวที่ด่านโหย่วอี้กวนใช้เวลาหลายวัน ส่งผลกระทบต่อผลทุเรียนกว่าจะถึงมือลูกค้า

“หมอนทองยังได้รับความนิยมมากที่สุด แต่ระยะหลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปิดใจเปลี่ยนไปนิยมทุเรียนไซซ์เล็กขนาด 2-4 กก. และเริ่มชอบหลากหลายพันธุ์ ไม่ใช่แค่หมอนทอง แต่ยังมีพันธุ์อื่น ๆ เช่น ชะนี ก้านยาว พันธุ์ลูกผสมจันทบุรี 10 นวลทองจันทร์ กระดุม พวงมณี ลูกค้าตอบรับดีมาก เพราะขนาดลูกไม่ใหญ่ คุณภาพสม่ำเสมอ เนื้อสีสวย เหลือง รสชาติดี ต่างจากที่เคยนิยมหมอนทองไซซ์ใหญ่ ขนาด 5-6 กก. เคยเจอตัดอ่อนขายยาก แต่ปีนี้ไม่มีปัญหานี้”

ด้านนายกวิน วิริยพานิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว กล่าวว่า ภาพรวมลาวมีการนำเข้าทุเรียนมากขึ้น โดยส่วนใหญ่นำเข้าผ่านบริเวณชายแดนเป็นหลัก มี 4 ด่านสำคัญ คือ นครพนม เชียงราย มุกดาหาร และบึงกาฬ เพื่อนำเข้าไปจำหน่ายใน สปป.ลาว และมีการส่งออกผ่านแดนไปตลาดจีน โดยใช้เส้นทาง สปป.ลาว เวียดนาม-จีน

“แม้ว่าจะมีปัญหาโควิด แต่ปัจจุบันการขนส่งยังปกติ แต่จะติดปัญหาเรื่องของรถสะสมหน้าด่านตรงด่านชายแดนเวียดนาม-จีนอยู่บ้าง เนื่องจากจีนเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบสินค้าเพื่อป้องกันปัญหาเชื้อโควิด-19”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...