โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากดราม่าบุฟเฟ่ต์ #ชาบูนางใน ถึง #Saveลุงวันเลิด เกิดอะไรขึ้น

Khaosod

อัพเดต 10 ก.ย 2563 เวลา 04.52 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2563 เวลา 04.30 น.

เรื่องดราม่านี่มีทุกที่จริงๆ คราวนี้ลามมาวงการบุฟเฟ่ต์ สืบเนื่องจากมีลูกค้าของร้านบุฟเฟ่ต์ชื่อดังแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 เข้าไปรีวิวร้านอาหาร ว่าทางร้านนั้นจะคิดเงินเพิ่มเพราะตนนั้นกินเนื้อเยอะไป ลูกค้าถึงกับงงบุฟเฟ่ต์ที่ไม่ใช่บุฟเฟต์นี่มันยังไงกัน จนมาถึงตอนนี้ #saveลุงวันเลิดก็โพล่มาอีก ไปดูไทม์ไลน์ของดราม่านี้กันดีกว่าว่ามีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร

ความดราม่าเริ่มจาก เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความว่า ตนนั้นได้ไปทานอาหารที่ร้านชาบูชื่อดังซึ่งเป็นร้านที่ไปเป็นประจำ แต่ในวันนี้จู่ๆ เจ้าของร้านเดินมาบอกว่า ตนและเพื่อนนั้นทานแต่เนื้อกับกุ้งไม่กินผัก จึงขอคิดเงินเพิ่ม ซึ่งตนมองว่าความพอใจในการกินอะไรมันอยู่ที่ตัวเรา

หลังจากนั้นเจ้าของโพสต์จึงได้เข้าไปคอมเมนต์ที่เพจของทางร้าน และแอดมินได้ออกมาตอบกลับว่า บุฟเฟ่ต์แปลว่าทานหลากหลาย ไม่ใช่ทานแต่เนื้อ กุ้ง แล้วไม่ทานอย่างอื่นเลย ถ้าทำธุรกิจแล้วเจอพฤติกรรมแบบนี้ของลูกค้าแล้วคิดว่าไม่ยุติธรรมกับตัวเอง แล้วมันยุติธรรมกับร้านเหรอ หากยังโพสต์ให้ร้านเสียหายก็คงต้องใช้กฎหมายตัดสิน

หลังจากที่เรื่องราวนั้นได้ถูกเผยแพร่จนคณะทัวร์ไปลงทางร้านจึงได้ออกมาชี้แจงว่า
- ลูกค้าคนนี้เป็นลูกค้าประจำนานกว่า 3 ปี มาอุดหนุนอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง
- แต่ลูกค้านั้นชอบทานแต่เนื้อ หากต้องการทานแบบเดิม คือการทานไม่อั้น ทางร้านยินดีให้บริการ
- แต่หลังจากวันนี้ทางร้านจะมีนโยบายขอขึ้นราคา "บุฟเฟ่ต์เนื้อแบบไม่อั้น" ทานเนื้อหรือกุ้งอย่างเดียว 549 บาท โดยเพิ่มจากราคาปกติ 200 บาท

- ทางร้านแค่เข้าไปชี้แจง แต่ไม่ได้มีการข่มขู่ หรือเก็บเงินเพิ่ม และให้ลูกค้านั่งทานต่อตามปกติ
- ทางร้านเข้าใจว่ามันเป็นสิทธิของลูกค้า แต่วันนั้นทางร้านแค่แจ้งการปรับเปลี่ยนราคา หลังจากนี้ก็แล้วแต่ลูกค้าจะพิจารณาว่าจะมาทานต่อหรือไม่

- สุดท้ายที่แอดมินเขียนไปว่า ถ้ายังโพสให้ร้านเสียหายจะพึ่งพากฎหมายนั้น ก็ด้วยแอดมินกลัวว่าลูกค้าจะโพสต์ในพื้นที่สาธารณะทำให้ร้านเสียหาย ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดร้านได้ ซึ่งจะนำมาซึ่งการเสียชื่อเสียงของร้านที่เราตั้งใจในการให้บริการตลอดมาไม่ได้มีเจตนานำกฎหมายมาขู่ลูกค้าแต่อย่างใด จึงเรียนชี้แจงมาให้ทราบ

หลังจากที่ทางร้านได้ออกมาชี้แจงพูดได้เลยว่า ทัวร์ลงหนักกว่าเดิม จนต้องลบโพสต์ชี้แจงนั้นทิ้ง และตอนนี้เพจของร้านบุฟเฟ่ต์เจ้านี้ก็ได้ปลิวหายไปแล้วเช่นกัน สงสัยจะทนกระแสไม่ไหวจนต้องระเบิดตัวเองทิ้งไปแน่

จากกระแสนี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างเป็นวงกว้าง ชาวเน็ตสายบุฟเฟ่ต์ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างเมามัน บ้างก็ชวนไปทานร้านอื่น สาขาๆ อื่นนั้นก็กลัวร้านตัวเองจะซวย ต่างก็ออกมาโพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวกันเป็นแถว

จนถึงตอนนี้ก็มีอีกแฮชแท็กนึงโผล่มานั่นก็คือ "#saveลุงวันเลิด" ซึ่งทางเพจชาบูนางในสาขากัลปพฤกษ์ ก็ได้ออกมาเล่าถึงเรื่องราวว่าลุงวันเลิดนั้นเป็นเจ้าของต้นตำหรับชาบูนางในเลยก็ว่าได้ โดยร้านต้นตำหรับนั้นจะอยู่ที่พระรามเก้าซอย 41 หลังเดอะไนน์ ซึ่งจะเป็นคนละร้านกับที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ ทางร้านเลยออกมาชี้แจงให้ทุกคนได้รับรู้เรื่องราวของลุงวันเลิด

https://www.facebook.com/shabunangnai.bkk/posts/3203059876398184

"วันที่เข้าไป ขอ แฟรนไชส์ สิ่งแรกที่เซอร์ไพรส์มาก คือ คุณลุง ไม่ได้คิดค่าแฟรนไชส์นะ ละคุณลุง ให้ แบบ ให้ ให้ทุกอย่าง สอนทุกสิ่ง บอกหมดไม่มีกั๊ก ให้ไป เรียนอยู่ที่ร้านคุณลุง อยู่เป็นอาทิตย์ ฝึกฝนว่าต้องทำยังไง"

เป็นหนึ่งในข้อความที่ทางร้านได้กล่าวขึ้น ความใจดี มีแต่ให้ของลุงวันเลิดนั้นมีมากมายทีเดียว ที่ทางร้านนั้นออกมาชี้แจงนั้นก็เพราะไม่อยากให้คนเข้าใจผิดเกี่ยวว่าเป็นสาขาเดียวกันรวมทั้งดราม่าที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เกี่ยวกับลุงวันเลิดแต่อย่างใด

ชาวเน็ตสายบุฟเฟ่ต์ทุกคนละมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง อย่าลืมมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะ แต่เอ๊ะ? สรุปแล้วว่าบุฟเฟ่ต์คือต้องกินหลากหลาย กินตามใจฉัน หรือกินตามใจร้านกันแน่ งงไปหมดแล้ววว

อ่านเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...