โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"กูไม่กลัว" สาส์นจากพระมหาจักรพรรดิถึงพระเจ้าบุเรงนอง สงครามการทูตหงสาวดี-อยุธยา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 ก.ค. 2567 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2567 เวลา 06.01 น.
ชาวพม่าคล้องช้างป่าเพื่อนำมาใช้ในการสงคราม

จุลศักราช 925 ตรงกับ พุทธศักราช 2106 พระเจ้าบุเรงนอง ทรงทราบว่า พระมหาจักรพรรดิ แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงมีพระเศวตกุญชรถึง 4 ช้าง หากได้มาสักช้างหนึ่งก็หมายจะได้เป็นพระราชไมตรีแก่กันสืบไป จึงรับสั่งให้แต่งคณะราชทูตไปถวายพระราชสาส์นแด่พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ “สงครามการทูต” ระหว่างสองอาณาจักร

พระมหาจักรพรรดิ กับการตอบโต้พม่า

เมื่อพระมหากษัตริย์แห่งแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาทรงทราบความในพระราชสาสน์ ก็ตรัสว่า “บัดนี้พระเจ้าหงษาวดีต้องการช้างเผือกตัวหนึ่งนั้นง่ายดอก แต่ผู้ขอนั้นจะลำบากด้วยพระมหากระษัตริย์โบราณนั้นผู้ให้กับผู้ขอเขามีบุญธิการมาก เขาให้กันแลกันง่าย นี่เราก็เปนผู้มีบุญธิการมากเหมือนกัน แต่เรายังไม่แจ้งว่าพระเจ้าหงษาวดีจะอยู่ในทศพิธราชธรรมหรือไม่ ถ้าอยู่ในทศพิธราชธรรมแล้วเราจะให้ช้างสักตัวหนึ่ง”

จากนั้นทรงรับสั่งให้แต่งคณะราชทูตไปกรุงหงสาวดี แล้วนำความกราบทูลพระเจ้าบุเรงนองว่า“เมื่อครั้งพระเจ้าอนรทาครองสมบัติก็เคยได้รับช้างชื่อมนุหาปูมครั้ง 1 เมื่ออายุมางครองราชสมบัติพระเจ้าอยุทธยาโบราณก็ถวายช้างเผือกครั้งหนึ่ง เมื่อราชาธิราชครองราชสมบัติก็ได้เคยถวายช้างชื่อคันธโยครั้ง 1 เมื่อพระเจ้าตะบิงสอยตี (พระเจ้าบุเรงนอง-ผู้เขียน)ซึ่งเปนพระอนุชาของพระองค์เสวยราชนั้น พระเจ้าอยุทธยาก็ได้ถวายชื่อไชยานุภาพ 1 กับปลาบใหญ่ 1″

เมื่อพระเจ้าบุเรงนองทรงทราบดังนั้นก็มั่นพระทัยว่า“จะได้โดยหัดถ์การเปนแน่แล้ว” คือทรงหมายถึงจะได้พระเศวตกุญชรจากกรุงศรีอยุธยาเป็นแน่แล้ว รับสั่งให้แต่งคณะราชทูตไปกรุงศรีอยุธยา ให้ไปเอาพระเศวตกุญชร

แต่หารู้ไม่ว่า กรุงหงสาวดีกำลังติดกับดักกลการทูตของกรุงศรีอยุธยาเสียแล้ว

เมื่อพระมหาจักรพรรดิทรงทราบคำกราบทูลของคณะราชทูตกรุงหงสาวดีแล้วจึงตรัสว่า“เราได้สั่งไปแล้วว่า ถ้าพระเจ้าหงษาวดีอยู่ในทศพิธราชธรรมแล้วเราจะให้ นี่พระเจ้าหงษาวดีมิได้อธิบายเรื่องทศพิธราชธรรมมาถึงให้เราแจ้งเลย กล่าวมาแต่จะได้โดยหัดถการเท่านั้น เพราะเชื่อบุญเชื่อหัดถการนั้นเราไม่ให้แล้ว”

จากนั้นโปรดให้ตอบพระราชสาส์นกลับไป โดยในท้ายพระราชสาส์นนั้นมี “เลขหนึ่ง” อยู่ตัวหนึ่ง หมายความว่า เอก มอบให้คณะราชทูตกรุงหงสาวดีนำไปถวายพระเจ้าบุเรงนอง

“มหาราชวงษ์พงษาวดารพม่า” เล่าว่า“พระเจ้าหงษาวดีก็ทอดพระเนตรเห็นเลขหนึ่งอยู่ว่าเอกอยู่ที่ท้ายพระราชสาส์นนั้น แล้วพระองค์มีรับสั่งให้พระยาทะละเข้าเฝ้าแล้วทรงปฤกษากับพระยาทะละ ๆ ทูลว่า เลขนี้บาฬีว่าเอกา โหราศาสตร์ว่าเอก ภาษาพม่าว่าติด ภาษาข้าพระพุทธเจ้ารามัญเรียกว่าไอ้ ทำเลขไอ้มาเช่นนี้ พวกข้าพระพุทธเจ้ารามัญหมายความว่า กูไม่กลัว เมื่อพระยาทะละทูลดังนั้น พระองค์มีพระไทยยินดีตรัสสรรเสรีญพระยาทะละเปนอันมาก แล้วพระองค์ตรัสกับพระยาทะละว่า บัดนี้เขาหมิ่นประมาทเช่นนี้เราก็ยังไม่อยากยกกองทัพไป”

พระเจ้าบุเรงนองจึงให้ตอบพระราชสาส์น โดยให้เขียน“เลขสอง” ลงท้ายพระราชสาส์น“เลข 2 นี้ บาฬีว่าทวา โหราศาสตร์ว่าจันทร์ ภาษาพม่าว่านิด ภาษารามัญว่าทวี ทวิตะแล๊ดทวีตะเลขหมายความว่า ถ้าไม่กลัวจะเอาเชือกผูก”

เมื่อพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาทรงทราบความในพระราชสาส์นก็ตกพระทัยที่พระเจ้าบุเรงนองทรงทราบความหมายเหล่านั้น แล้วพระองค์“มิได้ตรัสถ้อยคำอันไพเราะ” คณะราชทูตกรุงหงสาวดีจึงนำความที่พระมหากษัตริย์อยุธยาตรัสนั้นมาทูลพระเจ้าบุเรงนองทุกประการ

เมื่อพระเจ้าบุเรงนองทรงทราบก็ตรัสว่า “เจ้าอยุทธยาจะถึงคราวพินาศแล้วจึงได้ตรัสเช่นนี้”

ใน “คำให้การชาวกรุงเก่า” ได้ระบุถึงเหตุการณ์ “สงครามการทูต” การตอบโต้พระราชสาส์นของกษัตริย์ทั้งสองอาณาจักรนี้ว่า เนื่องด้วยกิตติศัพท์ช้างเผือก 7 ช้าง ของพระมหาจักรพรรดิ ทำให้พระเจ้าบุเรงนองทรงมีพระราชประสงค์ช้างเผือกนั้น จึงให้อาลักษณ์จารึกพระราชสาส์นเป็นตัวอักษร 3 ตัว แต่ละตัวมีความว่าต้องการช้างเผือก, เชือก, ถ้าไม่ให้จะเอาเชือกผูกจับเอา

พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาทรงทราบความในพระราชสาสน์ก็ทรงพระพิโรธ รับสั่งให้อาลักษณ์จารึกพระราชสาส์นตอบเป็นตัวอักษร 3 ตัว แต่ละตัวมีความว่า ถ้าขอทานแล้วจะให้, ไม่กลัว, เราผูกจับก็เป็น เมื่อพระเจ้าบุเรงนองทรงทราบความในพระราชสาสน์ก็ทรงพระพิโรธเช่นกัน จึงรับสั่งให้จัดกองทัพบุกโจมตีกรุงศรีอยุธยา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสิรฐ คำให้การชาวกรุงเก่า คำให้การขุนหลวงหาวัด. (2553). นนทบุรี : ศรีปัญญา.

นายต่อ (ผู้แปล). (2545). มหาราชวงษ์พงษาวดารพม่า. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 กันยายน 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “กูไม่กลัว” สาส์นจากพระมหาจักรพรรดิถึงพระเจ้าบุเรงนอง สงครามการทูตหงสาวดี-อยุธยา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...