โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิมณิชา กรรณเลขา นำ "เอ็นทูไอซ์" ไอติมโฮมเมด เจาะ BtoB เมืองน้ำหอม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ก.ค. 2562 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2562 เวลา 06.00 น.

สัมภาษณ์พิเศษ

กระแสของสินค้าโฮมเมด (homemade) ในยุคปัจจุบัน มีแนวโน้มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะไอศกรีม อีกหนึ่งสินค้าบริโภคที่ผู้ประกอบการหันมาจับตลาดโฮมเมด จนเรียกได้ว่า เริ่มมาแรงตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ไม่น้อย และเมื่อไม่นานมานี้ “นิมณิชา กรรณเลขา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นทูไอซ์ จำกัด (N2ICE Co.,Ltd.) นักธุรกิจสาวผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการไอศกรีมมากว่า 10 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” เกี่ยวกับธุรกิจของบริษัท และตลาดธุรกิจไอศกรีมในประเทศไทยว่า ยุคนี้การแข่งขันของธุรกิจไอศกรีมในตลาดแมสอาจจะดุเดือด แต่ตลาดแมสเริ่มกลัวตลาดโฮมเมดที่มีอัตราการเติบโตเร็วมาก ทั้งยังมีทิศทางที่สามารถไปได้อีกไกล โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองร้อน

“ภาพรวมของตลาดไอศกรีมในประเทศไทยยังคงเติบโตเรื่อย ๆ และกลุ่มลูกค้ามีแนวโน้มหันมาลองไอศกรีมโฮมเมดมากขึ้นอย่างน้อย 5% เพราะบางคนเบื่อไอศกรีมตลาดแมส เพราะรับประทานมาตั้งแต่เด็กจนโต แต่ไอศกรีมโฮมเมดจะเป็นไอศกรีมที่มีเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ รสชาติ สีสัน หรือวัตถุดิบที่ใช้จะมีความเข้มข้นมากกว่ารสชาติไอศกรีมในตลาดแมส ที่สำคัญตอบโจทย์ลูกค้า สามารถทานได้ทุกช่วงวัย ที่สำคัญร้านกาแฟหรือคาเฟ่เริ่มมีไอศกรีมเป็นของตัวเองแล้ว”

ทั้งนี้ กระแสความนิยมในการกินไอศกรีมของลูกค้าจะผลัดเปลี่ยนรสชาติไปเรื่อย แต่ความนิยมสูงสุดที่ขายดีที่สุดในกลุ่มลูกค้าคนไทยจะชอบรสช็อกโกแลต ส่วนกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติจะชอบรสวานิลลา และรสผลไม้จะเป็นรสทุเรียนที่ยังตอบโจทย์คนรักทุเรียนอยู่

สำหรับบริษัท เอ็นทูไอซ์ จำกัด “นิมณิชา” เล่าว่า เปิดทำธุรกิจไอศกรีมมาได้ 10 ปีแล้ว โดยมีออฟฟิศหลักที่นนทบุรี เปิดคอร์สสอนทำไอศกรีมโฮมเมด นำเข้าเครื่องผลิตไอศกรีมมาขาย รวมไปถึงทำไอศกรีมขายในแบรนด์ “เย็นใจ” และรับจ้างผลิต (OEM) ในสัดส่วน 50 : 50 เรียกได้ว่าเราเป็น “total solution” ที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครบวงจร จับกลุ่มลูกค้าตลาดกลางถึงระดับบน กระทั่งเติบโตและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปี 2562 นี้ ได้มีโปรดักต์ใหม่ล่าสุดคือ ผงไอศกรีมสำเร็จรูป สามารถผสมเข้ากับน้ำเปล่าแล้วเข้าช่องฟรีซก็กลายเป็นไอศกรีมได้เลย เป็นโปรดักต์ที่ง่ายต่อการขนส่ง ไม่ต้องใช้อุณหภูมิติดลบเพื่อรักษาคุณภาพ และสามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 1 ปี

ด้านวัตถุดิบในการผลิตมาจากหลากหลายพื้นที่ ทั้งภายในประเทศไทย อิตาลี และญี่ปุ่น โดยส่วนผสมแต่ละแหล่งจะถูกนำมารวมกันเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ และทำให้เนื้อไอศกรีมมีเนื้อสัมผัสที่เนียนที่สุด ซึ่งส่วนผสมที่ใช้ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นผลไม้ เช่น มะม่วง ทุเรียน จากภาคตะวันออกก่อนนำมาทำรูปทรงให้เป็นผลไม้ ซึ่งยังคงรสชาติและหายากในต่างประเทศ เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของรูปแบบไอศกรีมไทยให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าต่างชาติ และสามารถไปสู่ตลาดโลกได้

“เรียกได้ว่าเราเป็นผู้นำของตลาดไอศกรีมโฮมเมดก็ว่าได้ ทำมาตั้งแต่ตลาดยังไม่บูม พอนำเครื่องทำไอศกรีมเข้ามาตลาดก็เริ่มตื่นตัว เพราะไม่ได้ขายไอศกรีมเพียงอย่างเดียว บางทีลูกค้าอยากเปิดร้านของตัวเองแต่ไม่อยากทำเองเราก็มีโปรดักต์แบบสำเร็จรูปให้มีเครื่องจักรทำไอศกรีมรองรับในระดับโรงแรม เป็นผู้ให้คำปรึกษาทางด้านธุรกิจไอศกรีม สามารถคิดค้นรสชาติไอศกรีมได้หลากหลายรูปแบบ เช่น รสวาซาบิ รสไข่เค็ม หรือรสชาติเฉพาะตามที่ลูกค้าต้องการได้ เราถือว่ามีส่วนแบ่งการตลาดถึง 80% สำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจด้านไอศกรีมแบบครบวงจร รวมมูลค่ารายได้ต่อปีปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท มีการส่งออกไอศกรีมไปยังประเทศเมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา รวมถึงการส่งออกเครื่องจักรและวัตถุดิบไปยังประเทศในฝั่งยุโรป เช่น ฝรั่งเศส ตั้งเป้ารายได้ในปีนี้จะเติบโตขึ้น 10%”

อย่างไรก็ตาม “นิมณิชา” บอกว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้เหนื่อยพอสมควร เพราะสร้างธุรกิจมาด้วยตัวเองโดยไม่มีพาร์ตเนอร์ และต้องศึกษาการทำไอศกรีมจากหลายแห่งหลังจากเรียนจบ ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี อเมริกา สิงคโปร์ ฝรั่งเศส แม้ล่าสุดได้รับรางวัล “THAIFEX Taste Innovation Show Winners 2019” โดยส่งเข้าประกวดเป็นครั้งแรก และได้วางแผนจะทำตลาดเข้าสู่โมเดิร์นเทรดบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีแผนสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองอย่างเต็มตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...