โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไมโครไบโอม’ กุญแจลับความอ่อนเยาว์ ที่ช่วยให้ผิวดูเด็กลงอีกครั้ง

The Momentum

อัพเดต 17 ส.ค. 2562 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2562 เวลา 10.00 น. • THE MOMENTUM TEAM

In focus

  • ไมโครไบโอม หรือ microbiome คือจุลินทรีย์ธรรมชาติที่พบอยู่บนผิวสุขภาพดี โดยเฉพาะใน ‘ผิวเด็ก’ เพราะอันที่จริงไมโครไบโอมมีอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด ซึ่งมันจะค่อยๆ ลดน้อยถอยลงและเสียสมดุลไปตามกาลเวลา
  • ผิวหน้าเราก็ประกอบด้วยเซลล์ผิวมนุษย์ 50% และเซลล์ไมโครไบโอม อีก 50% การจะดูแลผิวหน้าให้ครบทั้ง 100% จึงไม่สามารถละเลยเรื่องไมโครไบโอมได้อย่างเด็ดขาด
  • ขณะที่ส่วนใหญ่แล้วสกินแคร์มักจะมุ่งตรงไปฟื้นบำรุงเซลล์ผิว แต่ไม่ได้ไปจัดการอะไรกับไมโครไบโอม สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นปริมาณไมโครไบโอมที่ลดน้อยถอยลงจนเสียสมดุล และส่งผลให้ผิวหน้าห่างไกลจากความเยาว์วัยลงเรื่อยๆ

ถ้าถามว่าผิวเด็กกับผิวผู้ใหญ่ต่างกันตรงไหน คำตอบข้อใหญ่ที่กลายเป็นกุญแจสำคัญสู่ผิวอ่อนเยาว์ก็คือ ‘ปริมาณไมโครไบโอมบนผิวหน้า’ ยิ่งเรามีไมโครไบโอมบนผิวมากเท่าไหร่ ผิวก็จะยิ่งดูเด็กลงเท่านั้น …ว่าแต่ ไมโครไบโอมคืออะไร?

ไมโครไบโอม หรือ microbiome คือจุลินทรีย์ธรรมชาติที่พบอยู่บนผิวสุขภาพดี โดยเฉพาะใน ‘ผิวเด็ก’ เพราะอันที่จริงไมโครไบโอมมีอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด ซึ่งมันจะค่อยๆ ลดน้อยถอยลงและเสียสมดุลไปตามกาลเวลา หากสังเกตเมื่อเรายังเด็ก ก่อนฮอร์โมนจะทำให้ผิวเริ่มเปลี่ยนไป ในตอนนั้นเรายังไม่มีสิว หรือหากจะมีสิวขึ้นมาสักเม็ดหรือแผลระคายเคืองใดๆ มันก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว แถมยังไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เป็นอย่างนั้นก็คือไมโครไบโอมบนผิวหน้านั่นเอง

ขอจริงจังขึ้นอีกนิด — ในทางวิทยาศาสตร์ ไมโครไบโอม ใช้เรียกจุลินทรีย์ทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ ซึ่งจำนวนยีนส์ของจุลินทรีย์เหล่านี้มีอยู่ในร่างกายเรามากกว่ายีนส์มนุษย์ถึง 10 เท่า การไขความลับเกี่ยวกับไมโครไบโอมจึงเป็นเรื่องใหญ่และใหม่ในแวดวงวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพราะสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ 

และถ้าว่ากันเฉพาะที่ผิวหน้า ผิวหน้าเราก็ประกอบด้วยเซลล์ผิวมนุษย์ 50% และเซลล์ไมโครไบโอม อีก 50% หรือในผิว 1 ตารางเซนติเมตร ประกอบด้วยไมโครไบโอมกว่า 1,000 สายพันธุ์ ดังนั้นการจะดูแลผิวหน้าให้ครบทั้ง 100% จึงไม่สามารถละเลยเรื่องไมโครไบโอมได้อย่างเด็ดขาด

ขณะที่ส่วนใหญ่แล้วสกินแคร์มักจะมุ่งตรงไปฟื้นบำรุงเซลล์ผิว แต่ไม่ได้ไปจัดการอะไรกับไมโครไบโอม สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นปริมาณไมโครไบโอมที่ลดน้อยถอยลงจนเสียสมดุล และส่งผลให้ผิวหน้าห่างไกลจากความเยาว์วัยลงเรื่อยๆ 

แล้วไมโครไบโอมลดลงด้วยสาเหตุอะไรบ้าง?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไมโครไบโอมบนผิวหน้าเสียสมดุลแฝงอยู่ในแทบทุกไลฟ์สไตล์ มีตั้งแต่ สภาพอากาศ รังสียูวี มลภาวะ ควันพิษ การรับประทานอาหารประเภทไขมันหรือโซเดียมมากเกินไป การรับยาปฏิชีวนะที่มากเกินไป การล้างหน้าที่ไม่สะอาดหรือสะอาดจนเกินไป รวมถึงประเภทของผิวแต่ละคนกับสิ่งเร้าที่มากระทบด้วย และผลของการเสียสมดุลไมโครไบโอมก็คือ ผิวอ่อนแอ อักเสบง่าย ฟื้นตัวยาก นำมาซึ่งริ้วรอยแห่งวัย และปัญหาผิวอีกมากมาย ดังนั้นต่อให้บำรุงเซลล์ผิวเต็มที่แค่ไหน แต่ไมโครไบโอมไม่สมดุล ก็ยังแก้ปัญหาได้ไม่ครบถ้วนอยู่ดี ซึ่งในตลาดสกินแคร์ ณ ตอนนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดไมโครไบโอมมากที่สุดยังคงเป็น LancômeAdvanced Génifique

โดยไมโครไบโอมที่สำคัญต่อผิวหน้านี้ ประกอบด้วยพรีไบโอติกและโพรไบโอติก อย่างที่หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินกันแล้ว ว่าจุลินทรีย์เหล่านี้จำเป็นต่อร่างกายมากแค่ไหน โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์ที่ดีซึ่งจะอยู่ในผลไม้อย่าง กล้วย แอปเปิล กีวี่ หรือจำพวกผักอย่าง เห็ด กระเทียม หัวหอม หน่อไม้ฝรั่ง ไปจนถึงธัญพืชอย่าง อัลมอนด์ งา ถั่ว รวมถึงน้ำผึ้ง ฯลฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้โพรไบโอติกเจริญเติบโตได้ก็คือพรีไบโอติกที่เป็นอาหารสำคัญของโพรไบโอติก ซึ่งนอกจากการกินเข้าไปเพื่อบำรุงจากภายในแล้ว เรายังสามารถเติมทั้งพรีไบโอติก และโพรไบโอติกที่ผิวชั้นนอกได้โดยตรง เมื่อทั้งสองส่วนทำงานร่วมกันผิวก็จะยิ่งแข็งแรงมากขึ้น 

ในวันที่รอบตัวเราเต็มไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ในสกินแคร์ การพุ่งเป้าไปที่ไมโครไบโอม กลายเป็นกุญแจลับที่ถูกละเลยไปในหลายผลิตภัณฑ์ นี่จึงน่าจะเป็นคำตอบใหม่ๆ ให้ผิวได้รับการดูแลอย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดการระคายเคือง ลดการอักเสบของผิว ลดรอยดำ รอยแดง และลดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ หรือสำหรับสายบำรุงที่รู้สึกว่าตัวเองเซลล์ผิวแข็งแรงอิ่มฟูมากแล้วก็ตาม หากเข้าไปบำรุงในอีก 50% ที่เหลือ แน่นอนว่านั่นหมายถึงความอ่อนเยาว์กว่าที่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...