โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไล่ออกครูหื่นข่มขืนลูกศิษย์คาห้องเรียน คาดโทษผอ.ร.ร.หากปล่อยเกิดเหตุซ้ำ

Khaosod

อัพเดต 03 ก.ย 2561 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2561 เวลา 09.24 น.

ไล่ออกครูพละหื่นข่มขืนเด็กคาห้องเรียน กทม.วางมาตรการเข้มข้น หากเกิดเหตุลวนลาม ตั้งสมมติฐานผิดวินัยร้ายแรงไว้ก่อน พร้อมเตรียมเอาผิดผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดกทม. หากละเลยปล่อยให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง นายเกรียงยศ สุตอาภา รองผู้ว่าฯกทม. แถลงถึงกรณีที่นายทิมทอง ปัญญาอิน ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตคลองเตย ถูกกล่าวหาข่มขืน และกระทำอนาจารเด็กนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งกทม.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัยร้ายแรง เรื่อง มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเด็กเรียนหญิงช่วงปีการศึกษา 2556

โดยมีลักษณะโอบกอด หอมแก้ม หอหน้าผาก อุ้ม ลูบก้น จับ ลูบ ถูกหน้าอก จูบปากดึงฉุดเข้าไปในห้องและเรียกให้ไปพบจับเหวี่ยงลงพื้น นั่งคร่อมและพยายามถอดเสื้อนักเรียน จำนวน 16 รายนั้น อีกทั้ง ยังมีพฤติกรรมเดียวกันเกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 15 ปีตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ว่า อ่านข่าว ครูพละหื่น นอนคุก! ตร.ส่งฝากขัง ไร้ญาติยื่นประกันตัว คุมส่งเรือนจำทันที

จากการพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (กก.กทม.) ประชุมเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา และมีมติเอกฉันท์ ให้ไล่ออกจากราชการ เพราะถือเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และฐานกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียน หรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลของตนหรือไม่ ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาปี 2547และข้อบังคับคุรุสภาจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2556 โดยมีผลบังคับเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา

นายเกรียงยศ กล่าวต่อว่า การพิจารณาเอาผิดโทษทางวินัย จากเดิมจะมีกรอบพิจารณาใน 30 วัน แต่กรณีดังกล่าวยอมรับว่าเกิดความล่าช้าเนื่องจากต้องรอการสอบปากคำพยาน ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรอบด้าน

แต่ตนได้สั่งการหากเกิดกรณีเช่นนี้ในอนาคต เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสังคมให้ความสนใจ หากเกิดการล่วงละเมิดทางเพศ หรือส่อไปในทิศทางที่ตั้งสมมุติฐานได้ว่าเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ ให้ตั้งเอาผิดทางวินัยร้ายแรงเป็นหลัก และต้องเร่งการสอบสวนให้เร็วที่สุด

ปัจจุบันนายทิมทองไม่ได้สอนและปฎิบัติราชการภายในโรงเรียนแล้ว อีกทั้ง ไม่สามารถบรรจุหรือแต่งตั้งยังโรงเรียนสังกัดกทม.อื่นได้ เนื่องจากมีคำสั่งลงโทษถูกไล่ออกจากราชการ ส่วนกรณีล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งครูคนดังกล่าวก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับเด็กหญิงวัย 15 ปีนั้น ขณะนี้ อ.ก.ก. อยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยกรณีนี้จำเป็นต้องใช้ระยะเวลา ซึ่งตนเองกำชับให้เร่งรัดการพิจารณาให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น หลังจากนี้คาดใช้ระยะเวลาไม่นาน” นายเกรียงยศ กล่าว

สำหรับการดูแลความปลอดภัยนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกทม. มีระเบียบข้อปฏิบัติชัดเจนที่ระบุการปฏิบัติตัวระหว่างครูกับนักเรียน *ต้องระวังการถูกเนื้อต้องตัวเด็ก แต่พฤติกรรมดังกล่าวก็ถือเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล *

ดังนั้นจึงต้องกำชับให้ครูปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง และกทม.จะออกมาตรการให้ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องดูแลส่องส่องครูอย่างเข้มข้น หากการกระทำที่สุ่มเสี่ยง ผู้บริหารสถานศึกษาจะมีความผิดร่วมด้วย ส่วนนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ เบื้องต้น จะเชิญนักเรียนและผู้ปกครองมารับทราบข้อมูล และดูแลด้านสภาพจิตใจ โดยทีมสหวิชาชีพและจิตแพทย์

อย่างไรก็ตาม จากนี้ ได้กำชับผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการเขต ให้ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้อำนวยการเขตต้องตั้งเป็นผู้พิทักษ์นักเรียน เป็นผู้ดูแลสวัสดิภาพ ความปลอดภัย และสภาพจิตใจของนักเรียนเป็นหลัก

ส่วนกรณีผู้ปกครองที่เกิดกรณีลักษณะดังกล่าว และไม่กล้าร้องเรียนกับทางโรงเรียน ให้เข้าแจ้งเรื่องร้องทุกข์ได้ที่สำนักงานเขตที่นั้นๆ ซึ่งผู้อำนวยการเขตต้องเข้าดูแลอย่างด่วนที่สุด อยากให้โรงเรียนปรับปรุงทันที โดยไม่ต้องรอให้ผู้บริหารลงพื้นที่ไปตรวจ เพราะถ้าลงไปตรวจแล้วพบข้อบกพร่องก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้บริหารสถานศึกษาทันที

ซึ่งตนยืนยันว่า กทม.ให้ความสำคัญกับนักเรียน โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย ซึ่งพยายามวางระบบการดูแลอย่างรอบด้านมากที่สุด โดยจากนี้ตนจะสุ่มพื้นที่สุ่มตรวจโรงเรียนต่างๆ

ทั้งนี้ปัจจุบัน กทม.มีโรงเรียนในสังกัดรวม 437 โรงเรียน โดยมีสัดส่วนครูชาย 5,209 คน หรือร้อยละ 36 และครูหญิง 9,250 คน หรือร้อยละ 64

ภาพบางส่วนจาก เฟซบุ๊ก หัวร้อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...