โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[Review] Dragonball Z: Kakarot ร่วมออกผจญภัยไปพร้อมกับซุนโกคู ในโลกใบเดิมที่หลาย ๆ คนคิดถึง

BT Beartai

อัพเดต 28 ม.ค. 2563 เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2563 เวลา 12.01 น.
[Review] Dragonball Z: Kakarot ร่วมออกผจญภัยไปพร้อมกับซุนโกคู ในโลกใบเดิมที่หลาย ๆ คนคิดถึง

Dragonball คือมังงะอนิเมะ ยุค 80-90 เป็นผลงานของAkira Toriyama ที่เรียกได้ว่าเด็กๆ ยุค 90 คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะพูดตามตรงดราก้อนบอลเป็นการ์ตูนที่เปิดโลกให้เด็กอย่างผมในยุคนั้น ได้รู้จักกับหนังสือการ์ตูน และมันเป็นหนังสือการ์ตูนเล่มแรกในชีวิต ที่ผมเก็บเงินซื้อด้วยตัวเอง ส่วนตัวแล้วผมมีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ผมโตกับมันมาตั้งแต่ยังเด็ก และมันเป็นสุดยอดการ์ตูนอมตะในดวงใจของผมไปแล้วครับ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Dragonball มี Video Game ออกมาเยอะมาก ตั้งแต่ยุค Famicom ยันยุคปัจจุบัน โดยส่วนมากก็จะเป็นแนว Fighting เสียส่วนใหญ่ แต่จริงๆแล้วรู้ไหมครับว่าเกมดราก้อนบอลนั้นในยุคแรก ๆ ส่วนมากจะเป็นเกมแนว RPG กันทั้งนั้น เพราะด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีของเครื่อง Famicom เอง และเด็กยุค 90 อย่างผมก็จะโตมากับเกมที่อยู่ในเครื่อง Super Famicom , PS2, Gameboy เป็นหลัก

โดยถ้าหากพูดถึงเกมดราก้อนบอลที่ฮิตสุด ๆ และหลาย ๆ คนคงรู้จักกันดี ก็น่าจะเป็นซีรี่ส์ชุด Budokai Tenkaichi ในเครื่อง PS2 ที่ถึงทุกวันนี้ก็ยังมีคนเล่นมันอยู่ หรือจะเป็นเกมในยุคใหม่ ๆ อย่าง FighterZ ที่ผมยกให้มันเป็นเกมดราก้อนบอลที่ดีที่สุดไปแล้ว แต่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่านอกจากยุค PS2 ซึ่งเป็นยุคที่บูมสุด ๆ ของดราก้อนบอลแล้ว ในเครื่องพกพาอย่าง Gameboy Advance ก็มีสุดยอดเกมดราก้อนบอลเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นภาค Advanced Adventure ที่ใช้ระบบ Side-Scrolling Platform โดยเล่าเรื่องของซุนโกคูในตอนเด็กจนถึงช่วงต่อสู้กับจอมมารพิคโกโร่ และเกมต่อสู้อย่างภาค Supersonic Warriors ที่เป็นเกมต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับเครื่องพกพาในยุคนั้น และแน่นอนกับเกมชุด The Legacy of Goku และ Buu’s Fury เกมดราก้อนบอลแบบ Topdown RPG ที่กลายร่างมาเป็น Dragonball Z: Kakarot ที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ครับ

Dragonball Z: Kakarot เป็นเกมแนว Openworld Action RPG ที่ใช้ระบบต่อสู้คล้าย ๆ กับภาค Budokai Tenkaichi ผสมกับภาค Xenoverse โดยเป็นผลงานของ CyberConnect2 ซึ่งเป็นทีมที่เรียกได้ว่าทำเกม Naruto มาแทบจะทั้งชีวิต กับชุด Ultimate Ninja Storm ทุกภาค จึงการันตีได้เลยว่า DBZ: Kakarot นั้นจะต้องออกมาเป็นงานละเอียดอย่างแน่นอน หลังจากที่ผมเล่นมาเกือบ 50 ชั่วโมง ผมบอกได้ว่าเลยว่าทีมงาน “ค่อนข้างจะทำได้ดีในระดับนึง” ครับ

Story

Dragonball Z: Kakarot จะเล่าเรื่องแบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่ ๆ นั้นก็คือภาคSaiyan Saga, Frieza Saga, Android Saga, และ Majin Buu Saga หรือมันก็คือทั้งหมดของภาค Z นั้นล่ะครับ ซึ่งมันก็คงเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้ สำหรับเนื้อเรื่องเดิม ๆ ในเกมดราก้อนบอล จะมีก็ภาค Xenoverse ที่มันแปลกแหวกแนวไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็เพราะว่ามันเป็นดราก้อนบอลนั้นล่ะครับที่มันเป็นอมตะไปแล้ว ต่อให้เอามาเล่าสักกี่ครั้ง ก็คงยังไม่เบื่อ แต่อย่างไรก็ตามผมบอกเลยว่าใน DBZ: Kakarot นั้นทำได้ยอดเยี่ยมที่สุดในด้านการเล่าเรื่องจริง ๆ

บทพูดนั้น เรียกได้ว่าถอดมาจากหนังสือการ์ตูนเป๊ะ ๆ

ในช่วงแรกของภาค Saiyan Saga นั้น ตัวเกมเปิดมาได้ยอดเยี่ยม มีการเล่าเรื่องถึงซุนโกคู และซุนโกฮัง ที่ต้องต่อสู้กับชาวไซย่าไปพร้อม ๆ กับศัตรูเก่าอย่างพิคโกโร่ โดยไม่ว่าจะเป็นทั้ง Dialogue และ Voice Acting เองที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมทั้งคู่ และอย่างที่หลาย ๆ คนรู้กันว่าในเกมนี้มีซับไตเติ้ลภาษาไทยอย่างเต็มตัวด้วย และผมขอบอกเลยว่าทีมงานแปลได้มาดีมากครับ ตลอดทั้งเกม มันทำให้ผมกลับไปรู้สึกเหมือนตอนเด็ก ๆ อีกครั้ง ผมได้ลองเอาหนังสือการ์ตูนดราก้อนบอลมาเปิดดูบทพูด ควบคู่กับในเกมไปด้วย แล้วก็เห็นเลยว่ามันแทบจะเหมือนกันเป๊ะเลย

การต่อสู้ระหว่างเบจิโต้ และจอมมารบูที่บอกเลยว่า โคตรมันส์

แต่อย่างไรก็ตาม พอตัวเกมดำเนินเรื่องมาถึงช่วง Andrioid Saga มันจะมีอยู่บางช่วงที่ผมรู้สึกว่าการเล่าเรื่องมันแปลก ๆ ไปหน่อย เหมือนกับทีมงานรีบทำให้มันเสร็จ ๆ ไป แต่นั่นก็เป็นแค่เพียงความรู้สึกครับ แต่พอมาถึงช่วง Majin Buu Saga เท่านั้นล่ะครับ เห็นได้ชัดเลยว่าทีมงานนั้นรีบเผางานช่วงนี้เกินไปหน่อย มีหลายฉากมาก ๆ ที่ถูกตัดออกไป ตั้งแต่ช่วง Other World, World Tournament ที่ทีมงานตัดทิ้งไปเลย ทั้ง ๆ ที่มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่ขยายโลกภายในเกมให้มากกว่าเดิมแล้วแท้ ๆ

แต่ก็ยังได้เห็นหมายเลข 18 โชว์โหดอยู่นะเออ

รวมไปถึงฉากอื่น ๆ ที่ทีมงานตัดสินใจเล่าเรื่องผ่าน Cutscreen แทน ทั้ง ๆ ที่ผมรู้สึกว่ามันไม่น่าจะทำแบบนั้น และน่าจะให้ผู้เล่นสัมผัสกับมันเองมากกว่า เช่นในช่วงศึกชิงเจ้ายุทธภพ ของภาคจอมมารบู ที่ทีมงานตัดส่วนนั้นออกไป ทำให้ผมอดได้เห็นฉากฮ่าๆหลายๆฉากในนั้น รวมไปถึงอดเห็นฉาก ไมตี้สมาร์ต VS หมายเลข 18 ด้วย และก็ยังมีอีกหลาย ๆ ฉากที่ถูกตัดไปเช่นกันครับ อย่างเช่นในช่วงที่โกคูกับเบจิต้าเข้าไปในตัวจอมมารบูเองก็เช่นกัน

จะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ผมแนะนำให้ติดตามกันเอาเองครับ

ตรงนี้ผมเองก็มองว่าทีมงานอาจจะยกเอาเนื้อหาจากภาคต้นฉบับที่อยู่ในหนังสือการ์ตูนมาทำ แทนที่จะเอาเนื้อหาในภาค Z ที่ฉายไปในปี 1990 มาทำ แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะ ในเควสเสริม หรือแม้กระทั่งในเควสหลัก เราจะได้เห็นเนื้อหาตลก ๆ ฮ่า ๆ เข้ามาอยู่ตลอด เช่นการหัดขับรถของพิคโกโร่และโกคู หรือเควสตามหาเท็นชินฮังให้กับสาวรันจิ โดยเนื้อหาในเควสเสริมทั้งหมดนั้น ทำออกมาได้ค่อนข้างดีครับ ทำให้เราได้เข้าถึงโลกและตัวละครของดราก้อนบอลได้มากขึ้น

ไม่จบแค่นี้แน่นอน

นอกจากนี้เองแล้วหลังจากช่วงจบเกมไป ตัวเกมก็ยังมีเควสเสริมอื่น ๆ ให้ทำอีกเช่นกัน รวมไปถึงผู้เล่นสามารถใช้ Time Machine ย้อนกลับไปทำเควสเสริมอื่น ๆ ที่เราพลาดมาในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ด้วยครับ นอกจากนี้แล้วตัวเกมก็ยังมีแผนที่จะออก DLC เนื้อเรื่องเสริมอีก 3 ชุด โดยใน 2 ชุดนั้นจะเป็นเนื้อเรื่องแบบ Original ที่ผมเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอเลยว่ามันจะเป็นแบบไหน และอีก 1 ชุด ที่จะเป็นเนื้อเรื่องใหม่ ซึ่งผมขอเดาว่า มันน่าจะเป็นเนื้อเรื่องช่วงภาค Super ครับ

Gameplay

ผมว่าถ้าจะให้เอาเกมดราก้อนบอลทุกภาคมาวางเรียกกัน แล้วให้แฟน ๆ แต่ละคนมาชี้นิ้วเลือกเกมภาคที่มีระบบต่อสู้หรือระบบการเล่นดีที่สุด ผมคงนึกภาพไม่ออกว่าเสียงจะแตกกันขนาดไหน อย่างเช่นตัวผมเอง ที่อวยภาค FighterZ สุด ๆ แต่เพื่อนผมกลับชอบภาค Xenoverse มากกว่าแถมยังไม่ชอบภาค FighterZ เลย หรือแฟน ๆ บางคนชอบภาค Budokai Tenkaichi มาก ๆ แต่ไม่ชอบภาค Budokai 3 เลยสักนิด และนี่ยังไม่นับเรื่องแนวเกม ที่มีแทบจะทุกแนวไปแล้ว

แต่อย่างที่ผมบอกไปครับว่า DBZ: Kakarot นั้นมันเป็นเกมแนว Action RPG เพราะฉะนั้นระบบการเล่นหลัก ๆ ของเกมก็คือการ Grinding เลเวลตัวละครเพื่อไปฝึกวิชา หรืออัพสกิลเพิ่ม การหาวัตถุดิบในการทำอาหาร หรือการสร้างยานพาหนะและอัพเกรด การออกตามหาไอเท็มแปลก ๆ การฟาร์มเงินเพื่อซื้อไอเท็มที่เอามาช่วยในการต่อสู้ การออกสำรวจแผนที่ต่างๆภายในเกม และการทำเควสย่อยเสริมพิเศษ หรือแม้กระทั่งการออกตามหา “ลูกแก้วมังกร” เพื่อขอพรสิ่งที่เราต้องการได้

ฟังดูมันก็เป็นเกม RPG เกมนึงนั้นล่ะครับ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เกม RPG ทุก ๆ เกมมี และมันจะเป็นตัววัดเลยว่าคุณเหมาะกับเกมนี้ไหม นั้นก็คือ “ระบบต่อสู้” ครับ

ระบบต่อสู้ของเกมนี้ จะคล้าย ๆ กับภาค Xenoverse ผสมกับ Budokai Tenkaichi ครับ และผมขอย้ำอีกครั้งว่า “มันแค่คล้าย ๆ” นะครับ ทั้งการบังคับหรือการเล่นเอง หากเราดูจากตัวอย่าง หรือเล่นไปแค่ช่วงแรก ๆ ก็คงคิดว่ามันไม่ต่างอะไรมาก แต่พอเล่นไปสักพัก เราจะรู้เลยครับว่าระบบต่อสู้ของ DBZ: Kakarot นั้นมัน “กลวง” มากเลยครับ การต่อสู้ของเกมนี้ไม่มีความซับซ้อนสักเท่าไรเลย เพียงแค่รัว ๆ ปุ่มโจมตีพร้อมกับการกดป้องกัน หรือออกมาชาจพลังยิงท่าไม้ตายรัว ๆ ก็เอาชนะได้ อย่างเช่น Bigbang Attack ของเบจิต้า ที่โคตรโกง และกลายเป็นตัวละครที่เก่งกว่าโกคูเสียอีก

โดยผมได้เอาไปเปรียบกับเกม Arena Fighting แนว ๆ เดียวกันอย่าง Budokai Tenkaichi และ Xenoverse หรือแม้กระทั่งเกมชุด Naruto Shippuden ที่เป็นผลงานจากทีมเดียวกัน ก็ยังทำได้กว่าทั้งหมดทุกด้าน แต่อย่างไรก็ตามหากเราจะพูดว่า“ก็ DBZ: Kakarot มันเป็นเกม RPG ระบบต่อสู้ก็แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น” แต่น่าเสียดายที่ผมต้องบอกครับว่า ในส่วนของระบบ RPG เกมนี้เอง ก็มีความ “กลวง” อยู่มากเช่นกัน

DBZ: Kakarot นั้นได้โปรโมทตัวเองว่าเป็นเกม RPG แต่มันกลับสอบตกในทุกด้านของความเป็นเกม RPG ที่สมบูรณ์แบบไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันแย่ไปเสียทั้งหมด สิ่งเดียวที่ทำออกมาได้ดี ก็มีแค่โลกภายในเกม ที่กว้างใหญ่มาก ๆ เรียกได้ว่าแทบจะยกเอาโลกของดราก้อนบอลเข้ามายัดใส่ไว้ในเกมนี้เลย แถมยังมีการออกแบบเมืองต่าง ๆ ฉาก ต่างๆ ออกมาได้สวยงามเหมือนในการ์ตูนอีกด้วย

แต่ถ้ามามองดูถึงระบบอื่น ๆ ใน DBZ: Kakarot นั้นทำระบบ Progression ตัวละครมาได้เรียบง่ายมาก ๆ ไม่มีความซับซ้อนอะไร ในเกมนี้หลังจากเราต่อสู้เสร็จ เราจะได้ค่าประสบการณ์ และ เหรียญ Z ซึ่งแน่นอนว่าค่าประสบการณ์นั้นเอาไปใช้อัพเลเวลตัวละครซึ่งมันก็จะปลดล็อกสกิลใหม่ ๆ ให้เราได้ใช้เจ้าเหรียญ Z มาปลดล็อกหรืออัพเกรดครับ โดยนอกจากการต่อสู้แล้ว เหรียญ Z สามารถหาได้จากการบินเก็บในแผนที่ หรือการขอพรจากเทพเจ้ามังกรเอาก็ได้ โดยรวมแล้วผมไม่มีปัญหากับ Progression เลย แต่ผมกลับมีปัญหากับความหลากหลายของตัวละครมากกว่า

ในเกมนี้ ทุกตัวละครมันมีความสามารถที่เหมือน ๆ กัน (ยกเว้นก็แต่ Bigbang Attack ของเบจิต้าที่โกง มาก ๆ) และมันทำให้ความหลากหลายในการเล่นลดน้อยลงไปครับ อย่างเช่นทั้งโกคูและโกฮัง ที่มีความสามารถคล้าย ๆ กัน ใช้ท่าได้เหมือน ๆ จะมีก็แค่ พิคโกโร่ ที่ดูจะมีท้าไม้ตายแตกต่างไป ตามมาด้วยทรังคซ์ที่มีท่าสวย ๆ เท่ ๆ ให้ใช้ แต่เอาเข้าจริงความสามารถมันก็ไม่ต่างอะไรกันมากนัก แถมชุดสกิลติดตัวของทุกตัวละครก็เหมือน ๆ กันหมดเลยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม Bigbang Attack ของเบจิต้า ก็คือ The Best เลยล่ะครับ

นอกจากนี้ระบบอื่น ๆ ก็จะมีอย่างเช่นการทำอาหารที่จะช่วยเพิ่มค่าสถานะให้ผู้เล่น อย่างเช่นเพิ่มค่า Ki 10% เพิ่มพลังชีวิต 20% อะไรพวกนี้ โดยจะมีระยะเวลาอยู่ประมาณ 2-3 นาที หรือระบบ Community Board ที่จะช่วยให้ผู้เล่นมีความสามารถที่สูงขึ้นในด้านต่าง ๆ ผ่านการผูกมิตรกับตัวละครอื่น ๆ ในรูปแบบของ Soul Emblem โดยผู้เล่นจะต้องเข้าไปทำเควสเสริมกับตัวละครบางตัว หรือบ้างก็จะได้เนื้อเรื่องหลักอยู่แล้ว และเมื่อทำสำเร็จ เราก็จะได้ Soul Emblem มา โดยเราสามารถนำเอามันไปใส่ไว้ตามประเภทของ Community Board ต่าง ๆ ที่จะช่วยทั้งในเรื่องการต่อสู้ หรือเพิ่มการได้ค่าประสบการณ์ต่อสู้เพิ่มขึ้น เป็นต้นครับ

Graphics

ขอชื่นชมทีมงานเลยครับว่า พวกเขาสามารถสร้างโลกของดราก้อนบอลออกมาได้ดีมาก ๆ เลยทีเดียว ตัวเกมนั้นยกเอาโลกทั้งใบของดราก้อนบอลมาใส่ไว้ พร้อมกับกราฟิกที่สวยงามสมกับเป็นเกมยุคใหม่ จัดเต็มทุกรายละเอียด แถมยังออกแบบโลกภายในเกมได้เหมือนกับในภาพที่เราเห็นในหนังสือการ์ตูน หรืออนิเมะทางทีวีเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงทางตะวันตก ที่ตั้งของบริษัท Capsule Corporation บ้านของบลูม่า หรือเมืองซาตานซิตี้ ที่มีทั้งโรงเรียนมัธยมปลาย Orange ของโกฮัง และเราก็ยังสามารถเข้าไปทำกิจกรรมในโรงเรียนได้ด้วย หรือจะเป็นสถานที่สำคัญอย่างวิหารพระเจ้า หอคอยคาริน และอื่น ๆ อีกมากมายรอให้แฟน ๆ เข้าไปสำรวจกันล่ะ

และแน่นอนโลกที่กว้างใหญ่มันคงไม่เพียงพอ ถ้าหากมันเป็นเพียงโลกที่ว่างเปล่าก็คงน่าเบื่อแย่ ตรงจุดนี้เองทีมงานได้พยายามทำให้ทุก ๆ ส่วนของแผนที่มีชีวิตชีวาอยู่ตลอดครับ ถ้าหากเราบินไปรอบ ๆ เมือง เราก็จะพบกับประชาชนที่ต่างก็กำลังทำหน้าที่ของตัวเองกันอยู่ หรือจะเป็นพวกสัตว์ป่ารอให้เราเข้าไปล่า หรือแม้กระทั่งไดโนเสาร์ที่เราก็สามารถจัดการมันมาเป็นมื้อเย็นของเราได้ และถ้าหากใครไม่ชอบบิน เรายังสามารถขับรถกินลมชมวิวไปรอบ ๆ เมืองได้อีกด้วย !

Dragonball Z: Kakarot นั้นสอบผ่านในเรื่องของกราฟิกครับ ตัวเกมได้ใช้ Unreal Engine 4 ในการสร้างโลกในเกมขึ้นมา และแน่นอนว่าถ้าเป็นไอ่เจ้า Engine ตัวนี้เมื่อไร ปัญหาของ Performance ก็จะโผล่ขึ้นมาทันที ก่อนอื่นต้องบอกก่อนครับว่ามันมีหลายเกมอยู่เหมือนกัน ที่ใช้ UE4 แล้วไม่มีปัญหาในเรื่อง Performance สักเท่าไร แต่มันก็มีอีกหลายเกมมาก ๆ เช่นกัน ที่มีปัญหากับ Performance และมีเยอะกว่าเกมที่ไม่มีปัญหาอีกด้วย

สำหรับเกมนี้เองก็มีปัญหาในเรื่อง Performance เช่นเดียวกับเกมยุคหลัง ๆ ของ Bandai ที่ต่างมาใช้ UE4 กันหมด โดยตัวเกมที่ผมใช้รีวิวในครั้งนี้เป็นเวอร์ชัน PC ครับ สเปคที่ผมใช้ก็เป็น Ryzen 5 1600, RAM 16GB, GTX 1070Ti ตัวเกมไม่ค่อยมี Graphics Option อะไรให้ปรับมากนัก แถมยังไม่รองรับภาพ 4K อีกด้วย (ทั้ง ๆ ที่เวอร์ชัน Xbox One X รองรับ) แน่นอนว่าผมสามารถเล่นใน 60 Frame Rate ได้ แต่มันก็มีอยู่หลายช่วงเลยทีเดียว ที่ Frame Rate ตกมาเหลือ 30-40 ในจังหวะที่มีการโหลดฉากเยอะ ๆ ครับ

แต่เรื่องที่น่าผิดหวังที่สุด ก็น่าจะเป็นชาว Console ล่ะครับ เพราะ Frame Rate ของเกมนี้ถูกล็อกไว้ที่ 30FPS แถมยังเป็น 30FPS ที่ไม่เสถียรอีกด้วย มีอาการเฟรมตกอยู่ตลอดเวลา โดยข้อมูลนี้มาจากทั้งเครื่อง PS4 รุ่นธรรมดาเอง และเครื่องรุ่น Pro ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่รวมเรื่องการโหลดฉากที่โหลดบ่อยมาก ๆ โหลดบ่อยจนชนิดที่ว่าน่าลำคาญกันสุด ๆ แต่สำหรับผมที่เล่นในเวอร์ชัน PC ก็สบายหน่อย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม Unreal Engine 4 นั้นมันสร้างปัญหาเยอะจริง ๆ หากตัวเกมไม่ได้รับการขัดเกลาที่ดีพอ ก็จะมีปัญหาแบบนี้ให้เราเห็นกันอยู่ตลอดล่ะครับ

โดยรวมแล้วองค์ประกอบทั้งหมดที่ Dragonball Z: Kakarot ใส่เข้ามานั้น มันก็ทำให้กลายเป็นเกม RPG สเกลใหญ่ ๆ เกมหนึ่งได้เลย แต่อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกครับว่า ระบบส่วนมากก็ยังกลวง ๆ อยู่ หรือก็คือทุกสิ่งทุกอย่างมันยังถูกขัดเกลามาไม่ดีครับ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นเกมที่ไม่ดีนะ เพราะตลอด 50 ชั่วโมงที่ผมเล่นมา ผมสนุกกับมันมาก ๆ ผมแทบจะอวยในทุกส่วนของตัวเกม เพราะตัวผมก็เป็นแฟนดราก้อนบอลจัดคนนึง แต่ถ้าเรามามองในแง่ของ Video Game ก็ต้องพูดตามตรงว่า DBZ: Kakarot นั้นยังไม่ Perfectและต้องมีการขัดเกลาให้มากขึ้นกว่านี้ครับ

สุดท้ายนี้ก็ต้องบอกเลยครับว่า Bigbang Attack ของเบจิต้า นั้นสุดยอดจริง ๆ ครับ

 

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...