โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

STGTคือนิวนอร์มอล คู่แข่งน้อยเป้า56บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 02 ก.ค. 2563 เวลา 00.30 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2563 เวลา 00.30 น.

ทันหุ้น-สู้โควิด- จับตา STGT เทรดวันนี้ ราคาจอง 34 บาท  เจ้าธุรกิจถุงมือยางอันดับ 3 ของโลก เป็นสินค้าในยุควิถีใหม่ (นิว นอร์มอล) ของคนทั้งโลก หลังจากไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด นักวิเคราะห์คาดกำไรปีนี้โต 5 เท่าจากปีก่อน เคาะพื้นฐาน 56 บาทต่อหุ้น หนุน STA บริษัทแม่รับอานิสงส์เต็มๆ เล็งไตรมาส 2 แจ่ม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศรับหลักทรัพย์บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของไทย และเป็นอันดับ 3 ของโลก เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือ SET ในวันนี้ เสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 438.78 ล้านหุ้น ในราคาเสนอขายหุ้นละ 34 บาท มีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัดเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

STGT ในไตรมาส 1/2563 มีกำไรอยู่ที่ 421.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 273.33 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 184%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น ประกอบกับการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงิน และการลดลงของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลจากสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใต้บัตรส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จากการขยายโรงงานสาขาหากใหญ่ และสาขาตรัง และมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 11.2% จาก 5.0% ในงวดเดียวกันปีก่อน

พื้นฐาน 56 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) มองว่า STGTได้ประโยชน์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้น รวมถึงยังมีปัจจัยบวกจากการที่มีบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STAซึ่งเป็นผู้ส่งออกยางพาราส่วนแบ่งอันดับ 1 ของโลก รวมถึงการที่ประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกน้ำยางธรรมชาติเข้มข้นรายใหญ่ของโลก โดยมีส่วนแบ่ง 73% ทำให้ STGT ไม่มีความเสี่ยงด้านขาดแคลนวัตถุดิบ

ขณะที่เงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งบริษัทมีแผนจะนำไปขยายกำลังการผลิตอีก 1 เท่าตัวใน 5-6 ปีข้างหน้า ในส่วนของบริษัทก็มีแผนเจาะตลาดในประเทศที่กำลังพัฒนา ที่ยังมีจำนวนการใช้ถุงมือยางต่ำ เช่นจีนที่ใช้ประมาณ 4-10 ชิ้นต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว จะใช้ถุงมือยาง 100-150 ชิ้นต่อคนต่อปี ทำให้ยังมีโอกาสเติบและไต่อันดับโลกสูงขึ้นไปได้อีก

ทั้งนี้ ประเมินราคาพื้นฐานของหุ้น STGT อยู่ที่ 56 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่าในปีนี้มีกำไรสุทธิที่ 3.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากปีก่อน เป็นผลมาจากกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาต้นปีประมาณ 20% และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15%จากภาวะขาดแคลนถุงมือยางทั่วโลก ซึ่งคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น จะปรับขึ้นเป็น 25.7% จาก 12.0% ในปีก่อน ซึ่งในไตรมาส 1/2563 ปรับขึ้นมาแล้วอยู่ที่ 18.8%

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด คาดว่าผลประกอบการของ STA ในไตรมาส 2/2563 มีโอกาสขยายตัวได้ต่อเนื่อง มีแรงหนุนหลักมาจากธุรกิจถุงมือยางที่ขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง และมองว่าธุรกิจถุงมือยางในยุค New Normal ก็มีอุปสงค์การใช้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและเริ่มมีลูกค้ากลุ่ม Non-Medical มากขึ้นด้วย

STA เป้า 39.90 บาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำซื้อหุ้น STA ให้ราคาเป้าหมายที่ 39.90 บาทต่อหุ้น โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการไตรมาส 2/2563 ที่คาดว่าจะมีกำไรที่แข็งแกร่ง จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นทั้งธุรกิจยางธรรมชาติ และธุรกิจถุงมือยาง

โดยได้ปรับประมาณการกำไรในปี 2563 ของ STA ขึ้นประมาณ 8.8% จากผลดำเนินงานของธุรกิจถุงมือยางในไตรมาสแรกปีนี้ออกมาดีกว่าคาด และแนวโน้มการเติบโตที่ดี คาดกำไรสุทธิปีนี้จะอยู่ที่ 3,139.7 ล้านบาท จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1,673.8 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...