โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่งออกวูบฉุดรายได้ ‘เอสซีจี เซรามิกส์’ ปรับใหญ่ ‘คลังเซรามิค-รุกเมียนมาร์’

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ม.ค. 2563 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 10.10 น. • The Bangkok Insight

ผลกระทบเศรษฐกิจโลก ฉุดรายได้ เอสซีจี เซรามิกส์ ลดลง 4% ผลจากส่งออกวูบ 23% เร่งปรับแผนเผชิญความท้าทายจากปัจจัยลบที่ยังมีต่อเนื่องในปีนี้ ด้วยการปรับโมเดล "คลังเซรามิก" พร้อมเร่งเครื่องขยายตลาดส่งออกเพื่อนบ้าน เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา หวังโต 3-5% ถ้าไม่มีปัจจัยลบเพิ่ม

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์ "คอตโต้" (COTTO), โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA) เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งความท้าทาย เนื่องจากยังคงมีปัจจัยลบที่จะเข้ามากระทบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าหากไม่มีปัจจัยลบใหม่ๆ เพิ่ม บริษัทน่าจะเติบโตได้ 3-5% "แต่หากมีปัจจัยลบใหม่ๆ เข้ามาก็อาจส่งผลให้รายได้ปี 2563 อยู่ในภาวะทรงตัว

ทั้งนี้ ปัจจัยลบสำคัญที่เกิดขึ้นในปี 2562 และต่อเนื่องถึงปีนี้คือ ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากผลกระทบที่ยืดเยื้อของสงครามการค้า รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้จากการส่งออกลดลงถึง 23%  โดยในปี 2562 บริษัทมีรายได้จากการส่งออก 1,946 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 18% จากรายได้รวม โดยในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน 1,370 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 50% เป็นยอดขายมาจากเมียนมาร์เป็นหลัก ตามด้วยกัมพูชาและลาว

"ค่าเงินบาทและสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ส่งผลกระทบกับยอดขายกระเบื้องเซรามิกในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก กัมพูชา ลาว และ พม่า ดังนั้น ในปีนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับตลาดที่ยังเติบโตและมีโอกาสขยายตัว โดยเฉพาะในเมียนมาร์ ด้วยการวางยุทธศาสตร์เป็น "Second Thailand" นั่นคือ จะทำการตลาดในเมียนมาร์เหมือนในประเทศไทย เพื่อสร้างยอดขายทดแทนในตลาดที่หดตัว

ขณะที่ยอดขายรวมในปี 2562 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 11,074 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ประมาณ 4% แต่มีมีกำไรสุทธิรวม 168 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 158 ล้านบาท  เนื่องจากได้อานิสงส์ต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามราคาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงความสามารถในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ประกอบกับสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ตามเป้าหมาย และมีกำไรจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมหนองแคเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน

อย่างไรก็ตาม สำหรับรายได้ที่ลดลงนั้น นอกจากผลกระทบจากตลาดส่งออกแล้ว ยังเป็นผลมาจากการที่มีรายจ่ายพิเศษเกิดขึ้นในปี 2562 จากการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ มีการควบรวมโยกย้ายฐานการผลิต และให้พนักงานลาออกตามความสมัครใจ ซึ่งในปีที่ผ่านมา มีพนักงานเลย์ออฟประมาณ 300 คน จึงเกิดค่าใช้จ่ายจากการจ่ายชดเชยพนักงาน แต่ผลที่ได้กลับมาคือ สามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น เห็นได้จากผลกำไรที่เพิ่มขึ้น

นายนำพลยังกล่าวถึงแผนงานในปีนี้ว่า จะเน้นการดำเนินงาน 3 เรื่องหลักเพื่อเผชิญความท้าทาย ได้แก่ 1.การพัฒนาสินค้าเพื่อรองรับเทรนด์สังคมสูงวัย โดยเฉพาะสินค้าที่เน้นความปลอดภัย 2. เร่งการเติบโตในตลาดที่มีแนวโน้มและมีศักยภาพ โดยเฉพาะตลาดเมียนมาร์ และ 3.การปรับโมเดลธุรกิจ "คลังเซรามิค"ใหม่

สำหรับการพัฒนาโมเดล คลังเซรามิค นั้น ได้ปรับสู่ "คลังเซรามิค แฟมิลี" โดยจากเดิมที่บริษัทเป็นผู้ลงทุนและบริหารเอง ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 25 สาขา จะเปลี่ยนรูปแบบเป็นการร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายที่มีศักยภาพ เพื่อเปิดสาขา "คลังเซรามิค" ร่วมกัน ทำให้สามารถใช้จุดแข็งที่แต่ละฝ่ายมานำมาใช้สร้างความสำเร็จ นั่นคือ บริษัทเป็นผู้ผลิตสินค้าที่ครอบคลุมตลาดทุกระดับ ขณะที่ผู้แทนจำหน่ายมีฐานลูกค้าและความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในพื้นที่และมีทำเลที่ตั้งของร้านเหมาะสม

การปรับโมเดล คลังเซรามิค ใหม่ครั้งนี้ ยังช่วยให้บริษัทสามารถขยายสาขาได้ในอัตราที่เร็วขึ้น และลดจำนวนเงินลงทุนจากเดิมอยู่ที่สาขาละ 6-10 ล้านบาท เหลือสาขาละ 3-5 ล้านบาท เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าสถานที่ โดยปีนี้บริษัทวางเป้าหมายลงทุนเปิดคลังเซรามิคเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15 สาขา คาดใช้งบกว่า 40-90 ล้านบาท จากงบลงทุนรวมในปีนี้ที่ตั้งไว้ 400-500 ล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายเปิดคลังเซรามิค ได้ครบ 100 สาขา ภายใน 3-5 ปีนับจากนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...