โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศุกร์ (สุข) ละวัด กับ ‘ไอ้ส้มฉุน’ เด็กวัดทรงเสวย แรงศัทธานักเสี่ยงโชค!

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ก.ย 2563 เวลา 00.47 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2563 เวลา 00.46 น. • The Bangkok Insight

ศุกร์ (สุข) ละวัด วัดทรงเสวย อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ประชาชนกราบไหว้ไม่ขาดสาย กับ "ไอ้ส้มฉุน" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของชาวบ้าน เพื่อขอโชคลาภ

วัดทรงเสวย ตั้งอยู่ตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกายสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2430 เดิมชื่อว่าวัดหนองแคแต่หลังจากที่สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ได้เสด็จตรวจลำน้ำเก่าและแวะพักเสวยพระกระยาหารที่วัดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2451จึงได้พระราชทานนามว่า "เสวย" ซึ่งชาวบ้านเห็นว่าเป็นคำราชาศัพท์ จึงเพิ่มคำว่า "ทรง" และเรียกว่า "วัดทรงเสวย" มาถึงปัจจุบัน

หลังจากเสด็จกลับพระองค์ได้พระราชทานของที่ระลึกแด่"หลวงพ่อคล้อย" เจ้าอาวาสวัดหนองแคในสมัยนั้น เนื่องในงานพระศพของพระเจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภชน์มีบาตร ปิ่นโต พระขรรค์ ตาลปัตร ใบลาน ตะเกียงลาน เรือสำปั้น ป้านน้ำชา 1 ชุด นับเป็นของพระราชทานที่ยังสมบูรณ์ที่สุด และทำการเก็บรักษาเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ สำหรับเก็บสิ่งของพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 และมีงานประจำปีในวันที่ 6 ธันวาคม เป็นประจำทุกปี

ประวัติวัดทรงเสวย

เมื่อวันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2451 (ร.ศ.127)พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตรวจสอบลำน้ำเก่าโดยทางรถไฟถึงจังหวัดนครสวรรค์แล้วเสด็จประทับเรือพระที่นั่งครุฑเหิรเท็จ เพื่อมาตรวจสอบแม่น้ำมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน)ทรงประทับแรมที่วัดหัวหาด อำเภอมโนรมย์นับเป็นการเสด็จเมืองขัยนาท เป็นครั้งที่ 3ต่อจากนั้นวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2451 เสด็จตามแม่น้ำมะขามเฒ่าผ่านตลาดวัดสิงห์ ลำน้ำมะขามเฒ่า สมัยนั้นเต็มไปด้วยผักตบชวา และตอไม้ พระองค์ประทับแรมที่บ้านหนองแค

ในสมัยนั้นขึ้นกับตำบลคลองจันทน์ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์ในครั้งนั้นพระอธิการคล้อยเป็นเจ้าอาวาส ได้ชักชวนราษฎรสร้างพลับพลารับเสด็จพระองค์มีพระราชประสงค์เสวยยอดหวายโปง ตาแป้นมัคทายกวัดหนองแคจึงให้ชาวบ้านไปหายอดหวายโปงมาเผาไฟหยวกกล้วยต้ม น้ำพริกปลาร้า (ปลามัจฉะ) มาถวายพระองค์ทรงเจริญพระกระยาหาร (เสวยอย่างเอร็ดอร่อย)และตรัสกับชาวบ้านว่า"ต่อไปนี้ให้เรียกวัดนี้ว่า วัดเสวย"แต่ชาวบ้านเติมคำว่า ทรง ไปด้วย จึงเรียกว่า วัดทรงเสวย

ผู้ที่พิสมัยตัวเลข ต้องแวะมาหาน้องส้มฉุน ณ วัดทรงเสวย ตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ที่นี่จะมีชาวบ้าน ชาวช่องแห่กันเดินทางมาที่ศาลาการเปรียญเพื่อนำสิ่งของทั้งอาหารหวานคาว ขนม นมเนย น้ำแดงและของเล่นเด็ก เสื้อผ้าต่างๆ ที่เป็นสีแดง มาถวาย “ไอ้ส้มฉุน” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อของชาวบ้านที่ได้สร้างรูปปั้นตั้งไว้บนศาลาแห่งนี้

เนื่องจาก หลวงปู่คล้อย เจ้าอาวาสองค์แรก ทั้งรักและเอ็นดูมาก "ไอ้ส้มฉุน" จะออกมาปรากฏให้ชาวบ้านเห็นอยู่ตลอด  ที่ผ่านมามีคนมากราบไหว้ ขอโชคลาภแล้วสมหวังกันไปจำนวนมาก หลายงวดติดกัน ทำให้ผู้คนที่ทราบข่าว เดินทางมาด้วยความหวังที่จะได้โชคลาภ กลับไปเหมือนกันเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล

ด้วยความศรัทธาและบารมีหลวงปู่ย้อย เทพเจ้าวาจาสิทธิ์ลูกศิษย์หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าและ ไอ้ส้มฉุน เด็กวัดทรง ให้คิดดีทำดี ฝึกสมาธิ ปฏิบัติธรรม ทำบุญแผ่เมตตาให้ตนเองและส้มฉุนเด็กวัดทรงเสวยขอให้บารมีส้มฉุนเด็กวัดทรงเสวยช่วยให้สมหวังด้วยเถิด สาธุ ขอให้รวยทั้งแผ่นดิน"ศาลาพิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 5" อยู่ในวัดทรงเสวยหลังจากที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช (พระโอรสที่ 75) สิ้นพระชนม์ด้วยวัยเพียง 17 พรรษา

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงรับสั่งให้มีการบูรณะวัดทรงเสวย ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภชถวายของที่ระลึกแด่พระอธิการคล้อย เป็นของที่ระลึกงานพระศพของที่ถวาย ได้แก่ บาตร ฝาบาตรมีตราสีทองรูปวงรี มีข้อความว่าร.ศ. 128 งานพระศพพระเจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช ปิ่นโตขนาดใหญ่ที่ฝาปิ่นโตมีข้อความเช่นเดียวกับฝาบาตรพระขรรค์ ตาลปัตรใบลาน ตะเกียงลาน เรือสำปั้น ป้านน้ำชา 1 ชุดสิ่งของต่างๆ วัดทรงเสวยยังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีใน “พิพิธภัณฑ์วัดทรงเสวย” ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมทุกวันพุธ-วันอาทิตย์

นอกจากนั้นภายในพิพิธภัณฑ์จะรวบรวมข้อมูลต่างๆในครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสต้นในช่วงเวลานั้นไว้มากมายอีกทั้งยังบอกถึงความสำคัญของการประพาสต้นในครั้งนั้นไว้ว่า การมาประพาสต้นที่ชัยนาท พระองค์ท่านทรงมีวัตถุประสงค์เพื่อสำราญพระราชอิริยาบถทั้งยังถือโอกาสสำรวจลักษณะภูมิประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเป็นการเสด็จไปอย่างเงียบๆหากทรงพอพระทัยจะพักแวะที่ใดก็ทรงแวะที่นั้นและตระเตรียมอาหารกันเองปลูกพลับพลาที่ประทับกันเอง โดยส่วนมากจะแวะตามวัดต่างๆทำให้การประพาสนี้พระองค์เองได้ใกล้ชิดกับราษฎรและทำให้ราษฎรซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...