ประธานคณะกรรมการฯ ‘วิชา มหาคุณ’ สรุปผลสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายคดี ‘บอส-วรยุทธ’ เสนอ ‘นายกรัฐมนตรี’ เห็นควรดำเนินการ ‘อาญา-วินัย-จริยธรรม’ กระบวนการร่วมกันทำสำนวนคดีในลักษณะสมยอม
วันที่ 31 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงาน วานนี้ (30 ส.ค.) นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณี คำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน กล่าวภายหลังการประชุมสรุปคดี กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ว่า จะนำเสนอนายกรัฐมนตรี วันที่ 31 สิงหาคมนี้ เป็นไปตามกำหนดเวลา 30 วัน
นายวิชา มหาคุณ กล่าวถึงการปฎิรูปกระบวนการยุติธรรมขอยืดออกไปอีก 30 วัน ในส่วนของการสรุปรายงาน แบ่งเป็น 2 แนวทาง คือ แนวทางแรกเป็นการสรุปรายละเอียดว่า ได้สอบพยานกี่ปาก ใครบ้าง มีข้อมูลอย่างไร รวมทั้งการลำดับเหตุการณ์ว่า เกิดขึ้นอย่างไร ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนมีผู้เสียชีวิต และมีผู้ต้องหา มีการทำสำนวนสอบสวนอย่างไร จนเกิดกรณีข้อสงสัยทั้งเรื่องการสั่งฟ้อง คดีขาดอายุความ
ในกระบวนการทั้งหมด พบว่า เป็นกระบวนการที่ร่วมมือกันหลายฝ่าย ไม่สามารถเกิดขึ้นจากฝ่ายพนักงานสอบสวนเพียงฝ่ายเดียว หรือพนักงานอัยการคนเดียว จุดมุ่งหมายของคณะกรรมการฯ คือ ต้องรื้อคดีนี้ใหม่ทั้งหมด มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ว่า การทำสำนวนคดีในลักษณะสมยอม หรือไม่สุจริตจะเสียกันทั้งระบบ จึงจะมีข้อเสนอให้เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เพื่อความยุติธรรมและเป็นธรรม แต่คงจะได้เฉพาะบางข้อกล่าวหาที่ยังไม่ขาดอายุความ หรือยังไม่เคยตรวจสอบ หรือยังไม่จัดการให้ชัดเจน บางประเด็นทางตำรวจได้พยายามแก้ไขโดยใช้มาตรา 147 แต่คณะกรรมการฯ เห็นว่า ต้องยิ่งกว่านั้น กระบวนการที่เสนอมีทั้งในส่วนของอาญา วินัย และจริยธรรม ครบทั้ง 3 ด้าน
“บางคดีขาดอายุความไม่สามารถรื้อกลับมาได้ เป็นเรื่องลำบาก เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ เพราะยังไม่เคยมีกรณีแบบนี้ ซึ่งมันรุนแรงมาก” นายวิชา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงาน ขณะที่ พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ได้ เรียกประชุมคณะพนักานสอบสวนเพื่อตรวจดูความคืบหน้าการทำสำนวนคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ตามคำสั่งของอัยการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งให้สอบสวนในประเด็นความเร็วรถของนายวรยุทธ และให้แจ้งดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติด อีกครั้ง
ก่อนเริ่มประชุม พ.ต.อ.สัมพันธ์ เปิดเผยว่า วันนี้ เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยการทำสำนวนคดี พร้อมยอมรับว่า ประเด็นคำให้การที่ นายกสภาวิศวกร มีคำตอบกลับมายัง พนักงานสอบสวนบางส่วนเพียงพอต่อการประกอบสำนวนคดี แต่ก็ยังไม่ครบถ้วนทั้งหมด จึงได้นัดสอบปากคำเพิ่มเติม
ส่วนประเด็นที่ขาดไป เป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อยในสำนวนคดี ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาของอัยการ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นประเด็นอะไร อย่างไรก็ตาม หากการตรวจดูความเรียบร้อยไม่พบว่ามีข้อขัดข้องอื่นก็จะให้พนักงานสอบสวน นำสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาได้ในช่วงบ่ายวันนี้ (31 ส.ค.) ส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จก็จะนำไปส่งในภายหลัง
“สำหรับการทำสำนวนคดีใหม่นี้ เป็นการทำสำนวนคดีโดยยึดหลักผลการสอบพยาน และเทคโนโลยี ไม่ได้นำพยานเดิมที่อยู่ในสำนวนคดีเก่ามาพิจารณาประกอบเป็นคดีใหม่ เพราะคดีสิ้นสุดไปแล้ว เป็นพยานความเร็วรถ 4 ปาก และพยานเกี่ยวกับผลการตรวจสารเสพติด 4 ปาก ซึ่งได้ให้การหนักแน่นว่า ผู้ต้องหากระทำผิดจริง ส่วนการตรวจสำนวนของอัยการ จะมีการพิจารณาในรูปของคณะทำงาน ซึ่งจะรับไปพิจารณาต่อว่า สำนวนที่ส่งให้พิจารณาเพียงพอฟ้องเอาผิดได้หรือไม่ ก่อนมีการสั่งคดีต่อไป” พ.ต.อ.สัมพันธ์ กล่าว