โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวหมู่บ้านชวนชื่นค้านสป.กห. สร้างคอนโด 28 ชั้น หวั่นแออัด รถติด-น้ำท่วม

Khaosod

อัพเดต 29 ส.ค. 2563 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2563 เวลา 06.51 น.
ชาวหมู่บ้านชวนชื่นค้านสป.กห. สร้างคอนโด 28 ชั้น

ชาวหมู่บ้านชวนชื่นค้านสำนักงานปลัดกลาโหม สร้างคอนโด 28 ชั้น หวั่นแออัด เผยร้องเรียนหลายที่แต่ยังเงียบ ขู่หากยังดื้อสร้างต้องไปสู้กันในศาลปกครอง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 ส.ค. ที่ทางเข้าหมู่บ้านชวนชื่น มีผู้พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชวนชื่นมารวมตัวกันชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยของ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พื้นที่ประชาชื่น) ซอยประชานุกูล 1 ถนนรัชดาภิเษก และหมู่บ้านชวนชื่นซอยประชาชื่น 30 ถนนประชาชื่น แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ ซึ่งมีขนาด 28 ชั้น 2 ตึก 644 ยูนิต ใช้งบประมาณ 900 ล้านบาท ในพื้นที่เดิมติดรพ.เกษมราษฏร์ และหมู่บ้านชวนชื่น

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

โดยพื้นที่ส่วนนี้อยู่ลึกเข้าไปด้านในไม่ติดถนนสาธารณะ มีแค่ทางออกไม่ถึง 10 เมตร ติดซอยสายสิน ประชาชื่น 30 และจะมีกำลังพล 3,000 คน ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ มีรถบัสเข้าออกรับส่ง 40 คัน ประชาชนเกรงว่าจะเกิดปัญหาความแออัดของชุมชน จราจรติดขัด น้ำท่วม และปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย

นายวิรัช (ขอสงวนนามสกุล) ผู้พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชวนชื่น กล่าวว่า ตามขั้นทางกฎหมายต้องทำประชาพิจารณ์คนในพื้นที่ก่อน แต่เท่าที่ทราบมาตอนนี้เรื่องได้ไปอยู่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคารการจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชนกรุงเทพมหานคร

โดยทางกระทรวงกลาโหมมอบหมายให้ บริษัท มิตรสิ่งแวดล้อมไทย จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และจัดทำรายงานการวิเคราห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (พื้นที่ประชาชื่น) ได้จัดการประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการและนำเสนอร่างมาตรการป้องกันแก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รับฟังความคิดเห็นต่อการพัฒนาโครงการเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย.63

ซึ่งมีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเข้าร่วมประชุมประมาณ 100 คน เพื่อรับทราบข้อมูลรายละเอียดโครงการมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมปรากฏว่าข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ บริษัท ฯ นำเสนอมา รวมทั้งข้อวิตกและผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบจากปัญหา

นายวิรัช กล่าวต่อว่า แต่ในเอกสารที่ บริษัท มิตรสิ่งแวดล้อมไทย จำกัด จัดทำเป็นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการฯ ระบุเป็นข้อมูลว่าบริเวณทางเข้า-ออกของโครงการสอดคล้องกับข้อกฎหมายกำหนด

โดยมีที่ดินด้านข้างของอาคารทั้ง 2 อาคารยาวไม่น้อยกว่า 12 เมตร เขตทางบริเวณด้านหน้าทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยมีเขตทางมากกว่า 18 เมตร และถนนสาธารณะที่โครงการจะเชื่อมเข้า-ออกมีเขตทางไม่น้อยกว่า 18 เมตร คือถนนประชาชื่นและวงศ์สว่าง บริษัทฯ มีเจตนาแอบแฝงด้วยการบิดเบือน

จากเจตนารมณ์กฎหมายตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ.2535) บัญญัติว่า “ต้องมีที่ดินด้านหนึ่งด้านใดของที่ดินนั้นยาวไม่น้อยกว่า 12 เมตรติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร ยาวต่อเนื่องกันโดยตลอดจนไปเชื่อมต่อกับถนนสาธารณะอื่นที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร" แต่บริษัทฯ ตัดข้อบัญญัติเหลือแค่“ 1) มีที่ดินด้านข้างของอาคารทั้ง 2 อาคารยาวไม่น้อยกว่า 12 เมตร

ผู้พักอาศัยในหมู่บ้านชวนชื่น กล่าวอีกว่า บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ อายุ 40 กว่าปี มีบ้านเรือนประมาณ 450 หลังคาเรือน คนส่วนใหญ่ที่พักอาศัยก็จะเป็นคนที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป เส้นทางสัญจรมีทางเดียวและต้องใช้รวมกันกับหลายหน่วยงาน ทั้งรพ.และผู้พักอาศัยมนสำนักปลัดกลาโหม จากเดิมที่พักอาศัยของสำนักปลัดกลาโหมมีอยู่ 300 ห้อง แต่จะมาเพิ่มเป็น 644 ห้อง มีกำลังพล 3,000 คนย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ มีรถบัส เข้า-ออก รับส่ง 40 คัน เมื่อฝนตกลงมาน้ำก็จะท่วมหนักกว่าเดิม รถก็จะติดเพิ่ม คนแก่จะต้องไปหาหมอก็จะได้รับความเดือดร้อน

"ที่ผ่านมาเคยไปร้องเรียนมาแล้วหลายที่ เช่น สำนักงานแผนงานและผังเมือง, ฝ่ายควบคุมอาคาร กทม., สำนักปลัดกลาโหม แต่ก็ยังไม่ได้รับการชี้แจงหรือแก้ไขแต่อย่างใด หากทางสำนักปลัดกลาโหมยืนยันที่จะเดินหน้าก่อสร้าง โดยไม่ฟังเสียงความเดือดร้อนของประชาชน ก็ต้องไปต่อสู้กันในศาลปกครองต่อไป"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...