โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตา 4 แบรนด์ดัง อ่วมพิษเศรษฐกิจจีน

Positioningmag

อัพเดต 22 ม.ค. 2562 เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2562 เวลา 04.57 น.

ภาวะการเติบโตเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวกำลังถูกจับตามองใกล้ชิดว่าจะเป็นแรงผลักดันให้ 4 กลุ่มแบรนด์ทั้วโลกได้รับผลกระทบด้านลบ การวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่าไม่เพียงแบรนด์ใหญ่ แต่อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมกาแฟ และอีกหลายอุตสาหกรรมที่ทุ่มงบเพื่อครองใจชาวจีนล้วนมีต้องเตรียมตัวรับมือกับภาวะถดถอยที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปีนับจากนี้

แบรนด์ใหญ่หืดจับ

ถึงขณะนี้ แบรนด์ที่ประกาศตัวจริงจังว่าได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2019 คือยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Apple แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่านอกจาก Apple จะยังมีอีกหลายแบรนด์ระดับโลกที่ต้องคลอดมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อลดค่าใช้จ่าย รวมถึงการเตรียมรับมือกับยอดซื้อในตลาดจีนที่อาจหดตัว

ถามว่าสถานการณ์จะร้ายแรงขนาดไหน การประเมินเบื้องต้นพบว่า จากที่เศรษฐกิจจีนมีการเติบโตเฉลี่ย 9.5% ต่อปีในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา วันนี้เศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวลง จนปีนี้เชื่อว่าจะมีการเติบโตราว 6.3% เท่านั้น โดยแนวโน้มการเติบโตในปีหน้าคาดว่าจะแย่ลงอีก ซึ่งภาวะนี้ทำให้หลายบริษัทไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

กรณีของ Tim Cook นั้นเห็นได้ชัด เพราะหัวหน้าผู้บริหารของ Apple ยอมรับว่า Apple ไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมายในไตรมาสที่ 4 ปี 2018 ที่ผ่านมาเพราะยอดขายที่ลดลงในตลาดจีน การประกาศดังกล่าวทำให้หุ้น Apple ร่วงลงราว 8% ทันที

สถานการณ์ที่ Apple เป็น เชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับแบรนด์อื่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก แบรนด์เหล่านี้จะต้องเผชิญกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนในลักษณะใกล้เคียงกันกัน สะท้อนความสำคัญของจีนต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะเกิดขึ้นมากกว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจใดในตลาดโลก

ตลาดรถฟองสบู่แตก

ความสำคัญทางเศรษฐกิจของจีนต่อเศรษฐกิจโลกยังสะท้อนผ่านอุตสาหกรรมรถยนต์ เนื่องจากประเทศจีนเป็นตลาดสำคัญสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก ข้อมูลจากบริษัท MarketLine เปิดเผยว่าตลาดรถยนต์ใหม่ของจีนเติบโตขึ้น 2.5% ในปี 2017 ส่งให้มูลค่าทะลุ 408,600 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 13 ล้านบาท การเติบโตที่รวดเร็วในประเทศจีนเกิดขึ้นเพราะชนชั้นกลางที่ขยายตัว ทำให้ผู้บริโภคจีนเต็มใจใช้จ่ายเพื่อซื้อรถยนต์ใหม่ ซึ่งฟองสบู่เหล่านี้อาจถึงเวลาแตกในที่สุด

เบื้องต้น บริษัทรถยนต์ตะวันตกหลายแห่งเช่น Volkswagen และ Ford ยอมรับภาวะนี้ และรายงานยอดขายในประเทศจีนที่ลดลง โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจากการแข่งขันจากแบรนด์ในประเทศที่มีราคาถูกกว่า และการสูญเสียโมเมนตัมของระบบเศรษฐกิจจีน

Starbucks-Adidas ก่ายหน้าผาก

แม้แต่แบรนด์กาแฟยักษ์ใหญ่อย่าง Starbucks ก็กำลังประสบปัญหา หลังจากที่ผ่านมา Starbucks มีแผนขยายกิจการแบบก้าวกระโดดในประเทศจีน จนทำให้จีนกลายเป็นตลาดที่ใหญ่อันดับ 2 ของ Starbucks รองจากสหรัฐอเมริกา

โลกจึงไม่ค่อยแปลกใจที่ Starbucks ทำยอดขายชะลอตัวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จุดหนึ่งเป็นเพราะ Starbucks มีฐานะเป็นแบรนด์หรูในสายตาคนจีน ทำให้มีความเสี่ยงเป็นตัวเลือกแรกๆสำหรับผู้บริโภคจีนที่ต้องการลดการใช้จ่าย เมื่อการเติบโตของค่าจ้างเริ่มชะลอตัวเพราะปัญหาเศรษฐกิจ ความจริงนี้ทำให้คู่แข่งในท้องถิ่นเช่น Luckin Coffee สามารถดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวต่อราคาได้เพิ่มขึ้น แนวโน้มนี้เริ่มชัดเจนอย่างโดดเด่น ทำให้แบรนด์กาแฟจีนสามารถท้าทายแบรนด์ตะวันตกทั้ง Starbucks และแบรนด์กาแฟอื่นได้อย่างมาก

ถัดจากแบรนด์กาแฟ ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ถูกมองว่าต้องพึ่งพาตลาดจีนอย่างมากทั้ง Adidas และ Nike ที่โลกคอยจับตาดูพัฒนาการในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทั้ง Adidas และ Nike รวมถึงแบรนด์ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยมอื่น อาจได้รับผลกระทบมากที่สุดเนื่องจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว จนทำให้ผู้บริโภคจีนมองหาวิธีใช้เงินให้คุ้มค่ากว่าเดิม

จุดนี้นักวิเคราะห์ชี้ว่า แบรนด์ค้าปลีกกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงเพราะพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ซื้อชาวจีน ตัวอย่างเช่น Adidas ที่ยอดขาย 18% ของยอดขายรวมนั้นมาจากประเทศจีน หรือแบรนด์ผู้ค้าปลีกเครื่องประดับระดับโลกอย่าง Tiffany’s และผู้ผลิตเสื้อผ้า Nike ที่ยอดขายจากประเทศจีนคิดเป็น 16% และ 15% ของยอดขายรวม (ตามลำดับ)

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่ายอดขายในตลาดค้าปลีกโลกจะหยุดการเติบโตอย่างสิ้นเชิง แต่การเติบโตนี้จะชะลอตัวลง คาดว่าจะชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีด้วย ขณะที่ข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐฯในปัจจุบันจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์อีกทางด้วย.

ที่มา : 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...