โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ถ้าขี่รถมอเตอร์ไซค์ล้ม แล้วจะกลับมาขี่ใหม่แบบสนิทใจได้อย่างไร ?

Checkraka

เผยแพร่ 05 มี.ค. 2563 เวลา 07.18 น. • เช็คราคา.คอม

ถ้าขี่รถมอเตอร์ไซค์ล้ม แล้วจะกลับมาขี่ใหม่แบบสนิทใจได้อย่างไร ?

ความจริงคือ ไม่มีใครอยากล้ม แต่ไบค์เกอร์ส่วนใหญ่ไม่มีใครไม่เคยล้มสักครั้ง จะด้วยเหตุผลที่ไม่เข้าท่า ล้มแบบโง่ๆ หรือหลุดล่วงในวันลงแทร็คเดย์ก็ตาม มันเกิดขึ้นกับเรากับเราทกุคนได้เสมอ เรื่องของเรื่องคือ เราจะกลับมาขี่ใหม่แบบไม่ระแวงได้ไหม แล้วล้มกลับบ้านไปจะบอกกับคนที่บ้านอย่างไรดี

เหตุผลที่เกิดขึ้นของแต่ละคนเวลาล้มไม่เหมือนกัน สถานการณ์คนละอย่าง มีแต่ตัวคุณเองเท่านั้นที่บอกถึงที่มาที่ไปได้ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือ คุณต้องสื่อสัตย์กับตัวเอง ถ้าเพราะคุณลนตื่นเต้น มันก็เป็นเรื่องปกติ คุณแก้มันได้ เวลากับชั่วโมงบินจะช่วยได้เสมอ คุณต้องมองให้ออกว่าที่ล้มมันเกิดจากอะไร เพื่อที่จะแก้ไขปรับปรุงต่อไปได้

มันคงไม่มีกรอบเวลาตายตัวว่านานขนาดไหนหลังจากล้มหนักมาแล้วจะกลับมาขี่ได้ใหม่ (กรณีตัวคุณไม่ได้เป็นอะไรมากหรือหายแล้วแต่ยังแหยงอยู่)  และแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน สรุปง่ายๆ คือ จนกว่าคุณจะรู้สึกดีและมั่นใจกับการขี่อีกครั้ง การเริ่มฝึกซ้อมหรือค่อยๆ กลับมาขี่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเยียวยาได้เช่นกัน

กรณีคุณเอารถตัวเองไปล้ม การหันมาดูแลซ่อมแซมปรับเปลี่ยนพาร์ตใหม่ๆ ให้ดีขึ้น หรือสวยขึ้น อาจช่วยสร้างความมั่นใจให้กลับมาได้เร็วเช่นกัน เช่น ยางดีๆ ที่เหมาะสมกับถนนและสภาพแวดล้อมที่ขี่จริงๆ และควรเป็นแบรนด์ที่ได้รับกายอมรับและน่าเชื่อถือ เช่น พีเรลลี่ ฯลฯ เมื่อคุณซ่อมแซม ตลอดจนอัพเกรดทุกอย่างแล้ว ความรู้สึกใหม่ๆ กับรถอาจช่วยให้คุณกลับมามั่นใจ และควบคุมทุกอย่างได้ดีอีกครั้ง

ท้ายที่สุดตัวคุณจะรู้ดีว่าถึงเวลาที่จะกลับมาขี่ใหม่ได้เมื่อไหร่ บางคนอาจถึงกับต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ หรือเปลี่ยวแนวรถไปเลย ให้เวลากับตัวคุณเองในการตัดสินใจ อย่างรีบกดดันตัวเองต้องกลับมาขี่ขณะที่ใจยังไม่พร้อม แล้วถ้าคุณยังฝังใจกับโค้งหรือจุดที่เคยล้ม โปรดอย่าเลือกที่จะเลี่ยงไปทางอื่นเพื่อลืมมันเลย เพราะสักวันคุณจะยิ้มขณะขี่ผ่านจุดนั้นได้ แค่ช่วงเริ่มต้นก็อาจต้องขี่แบบระวังหน่อย ผ่านให้บ่อยแล้วจะดีเอง

ส่วนตัวผู้เขียนที่เคยมีประสบการณ์ล้มมาบ้างแบ่งออกเป็น 3 ประเภทการขี่ 1. บนถนนสาธารณะ ซึ่งถ้าล้มจะมีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยรองรับ และมีตัวแปรมากมายทั้งรถร่วมทางและสิ่งก่อสร้าง ซึ่งถ้าพลาดพลั้งโอกาสบาดเจ็บหนักหรือเสียชีวิตมีสูงมาก 2. ในสนามแข่ง มีความเสี่ยงน้อยกว่าเพราะมีรันออฟพื้นที่ปลอดภัยรองรับหลายจุด อีกทั้งยังมีชุดแข่งที่เซฟตี้ได้ดีกว่าทั่วไปอย่างไรก็ตามก็มีนักแข่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในสนามมาตลอดเช่นกัน และ 3. เส้นทางออฟโร้ด ทางธรรมชาติ การขี่แบบแอดเวนเจอร์มักไปกันไม่เร็วมาก แต่ด้วยสภาพเส้นทางที่คาดเดาได้ยากมักทำให้การขี่ล้มเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญคือ ชุดสวมใส่ต้องมีมาตรฐานปกป้องได้ตามที่กำหนด  ผู้เขียนเคยล้มในข้อ 1. และ 3. มาบ้าง โดยเฉพาะ 3. ที่การขี่ล้มเป็นเรื่องปกติ แม้ไม่รุนแรง แต่ที่ช่วยได้ดีมาก คือ หมวก ชุด การ์ด และบูธสูง เมื่อมีประสบการณ์ออกทริปมากขึ้น และได้เรียนรู้การขี่และแก้ไขเอาตัวรอดจากผู้รู้อย่างถูกวิธีก็จะช่วยคลายความกดดันและรับมือกับสถานการณ์ได้ดี  ส่วนข้อ 1. การล้มบนถนนสาธารณะเป็นความเสี่ยงอย่างมาก ส่วนใหญ่เกิดจากความประมาทและมั่นใจเกินไปทั้งนั้น ถ้าขี่ด้วยความระมัดระวังและกลัวบ้างก็มักจะรอบคอบมากกว่า และที่สำคัญเหมือนกันคือ อุปกรณ์และชุดเซฟตี้ถ้าใส่ครบถ้วนก็จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้เขียนได้ผ่านประสบการณ์ตรงนี้มาแล้ว จึงตระหนักดีกว่า หมวกกันน็อค เสื้อ-กางเกงการ์ด รองเท้าหุ้มข้อ ล้วนช่วยได้ดีอย่างคาดไม่ถึง แม้เราต้องขี่ระยะใกล้ ทำให้หลายคนมักเกิดความชะล่าใจ และพอมีอุบัติเหตุจากที่ควรเจ็บไม่มากก็จะกลายเป็นหนัก ดังนั้นสิ่งสำคัญนอกจากความไม่ประมาท คือ ชุุดและอุปกรณ์ ส่วนการกลับมาขี่หลังจากเกิดอุบัติเหตุ อย่างที่บทความข้างต้นได้เกริ่นมาก ผู้เขียนบอกได้เลย สำหรับ ข้อ 1 สิ่งที่ยากคือ การขี่ผ่านจุดเดิมที่เคยล้ม แม้ผ่านหลายครั้งก็อดคิดไม่ได้ แต่ข้อดีคือ จุดนั้นเสมือนการเตือนสติให้ขี่อย่างรอบคอบไม่ประมาทเสมอ  การขี่ด้วยความกลัวบ้างและระวังมีสติเสมอมักดี การขี่ด้วยความมั่นใจเกินไปหลายครั้งมักลงเอยด้วยอุบัติเหตุ หรือต่อให้ขี่ช้าแต่ขาดสติก็เกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...