โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ธุรกิจขนส่งมวลชน-โฆษณาผลงานดี ดันกำไร ‘BTS’ พุ่ง 107%

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 ก.พ. 2563 เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 05.17 น. • The Bangkok Insight

“BTS” เผยไตรมาส 3 กำไรพุ่ง 107% เป็น 2,460 ล้าน เหตุธุรกิจขนส่งมวลชน-โฆษณาผลงานดีขึ้น กำไรจากการขาย “หมอชิตแลนด์”

นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2562/63 ว่า กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ขยายตัว 107% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 2,460 ล้านบาท

ปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นในธุรกิจระบบขนส่งมวลชนและธุรกิจสื่อโฆษณา รวมถึงการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) จากการบันทึกกำไรจากการขายบริษัท หมอชิตแลนด์ จำกัด จำนวน 1,118 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิหลังหักภาษีจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 143% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 2,378 ล้านบาท

ในไตรมาส 3 ปี 2562/63 บริษัทมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน จำนวน 11,069 ล้านบาท โดยมีรายได้จากธุรกิจระบบขนส่งมวลชนจำนวน 8,659 ล้านบาท คิดเป็น 78% ของรายได้รวม ด้านรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ประจำไตรมาส 3 ปี 2562/63 เพิ่มขึ้น 67% เป็น 942 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง - เคหะฯ ทั้งสายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561

สำหรับผลการดำเนินงานจากธุรกิจสื่อโฆษณาในไตรมาส 3 ปี 2562/63 นับเป็นอีกครั้งที่กลุ่มบริษัท VGI Group สามารถสร้างรายได้และกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ โดยรายได้เติบโต 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนเป็น 1,867 ล้านบาท สูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดดำเนินการ ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตในทุกหน่วยธุรกิจสื่อโฆษณา รวมถึงการรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากการให้บริการสื่อโฆษณาออนไลน์ภายใต้ VGI Digital Lab ส่งผลให้กำไรของ VGI เพิ่มขึ้น 30% เป็น 401 ล้านบาท

ในไตรมาสนี้ บีทีเอส กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายการให้บริการระบบขนส่งมวลชนอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากการเปิดให้บริการสถานีห้าแยกลาดพร้าว ในเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดให้บริการเพิ่มอีก 4 สถานีของโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าที่จะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 4 สถานีในเดือนมิถุนายน 2563 และคาดว่าจะเปิดให้บริการแบบเต็มสายทั้งหมด 16 สถานีภายในปีนี้ ทั้งนี้ คาดว่าการเปิดให้บริการสถานีใหม่เพิ่มเติมดังกล่าว จะช่วยดันรายได้การให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ให้เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

ในส่วนของธุรกิจสื่อโฆษณานั้น เห็นบทบาทที่ชัดเจนขึ้นสำหรับการบริหารจัดการสื่อโฆษณาภายในประเทศ ภายหลังจากที่บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) หรือ MACO ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ได้เข้าซื้อกิจการบริษัท ฮัลโหล บางกอก แอล อี ดี จำกัด (Hello LED) เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ VGI จะยังคงมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการให้บริการ Offline-to-Online (O2O) โซลูชั่นส์ และร่วมสรรค์สร้าง Synergy ระหว่างกลุ่มบริษัทต่อไป ส่วน MACO นั้นจะมุ่งเน้นในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศอย่างเต็มตัว และมีฐานะเป็นเจ้าของสื่อโฆษณาภายในประเทศ ในขณะที่บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PlanB จะเป็นผู้บริหารจัดการขายและทำการตลาดสื่อโฆษณาในประเทศทั้งหมด  ทั้งนี้ คาดว่าการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทและอาจนำไปสู่การลดต้นทุน รวมไปถึงโอกาสในการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ อีกด้วย

นอกเหนือจากผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาสนี้แล้ว เรายังลงทุนในธุรกิจต่างๆ ที่เกื้อหนุนประโยชน์ต่อกันเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวในอนาคต พร้อมทั้งเปิดกว้างในการลงทุนในโอกาสทางธุรกิจที่จะต่อยอดและสร้าง Synergy ให้เกิดขึ้นในแพลตฟอร์มธุรกิจในปัจจุบันของเรา ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน” นายกวินกล่าว
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา บีทีเอส กรุ๊ป ได้จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและขยายขอบเขตความสนใจไปยังโครงการด้านขนส่ง โครงการโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจการชำระเงิน ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจโลจิสติกส์ และล่าสุด บริษัทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจการร่วมค้า เป็นผู้ชนะประมูลโครงการใหม่ ถึง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) และโครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...