ปิดฉากครึ่งศตวรรษ "ไร้แชมป์" งานต่อไปของแข้ง "สิงโตวัยรุ่น"
อังกฤษ ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้อาจจะไม่น่าตื่นเต้นเท่าไร เพราะทีมสิงโตคำรามเคยผ่านเข้ารอบนี้มาแล้วถึง 6 ครั้งในอดีต แถมยังเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 1966
เรื่องเซอร์ไพรส์สำหรับรอบ 16 ทีม ที่อังกฤษปราบ โคลอมเบีย คือ พวกเขาเอาชนะด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งคอบอลรู้กันอยู่แล้วว่า สิงโตจะกลายเป็นลูกแมวทันทีเวลาที่ต้องตัดสินเกมด้วยการยิงลูกที่จุดโทษ เนื่องจากเกือบทุกครั้งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลรายการเมเจอร์ อังกฤษเป็นฝ่ายปราชัยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นชุดใหญ่หรือชุดเยาวชน
ท่ามกลางความลุ้นหนักของ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือสิงโตคำราม ที่เคยพลาดจุดโทษมาแล้วในฟุตบอลยูโร 1996 นักเตะทุกคนในทีม และแฟนบอลทั่วโลก 3 คนแรกของโคลอมเบียยิงเข้าทั้งหมด สกอร์นำอยู่ 3-2
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สังหารพลาด ประวัติศาสตร์มีโอกาสจะซ้ำรอยอีกครั้ง แต่กลายเป็นว่า มาเตอุส อูริเบ้ และ คาร์ลอส บัคก้า ของโคลอมเบียกลับพลาด 2 คนติด ขณะที่ คีแรน ทริปเปียร์ และ เดเล่ อัลลี่ ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ถือเป็นการชนะดวลจุดโทษหนแรกในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ของทีมสิงโตคำรามเลยทีเดี่ยว หลังจากแพ้มาแล้ว 3 ครั้ง ปี 1990 แพ้เยอรมนี ในรอบรองชนะเลิศ 3-4 ปี 1998 แพ้ อาร์เจนตินา ในรอบ 16 ทีม 3-4 และปี 2006 แพ้ โปรตุเกส 1-3 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
อังกฤษเตรียมรับมือกับจุดอ่อนนี้มาโดยตลอดในหลายทัวร์นาเมนต์หลัง แต่ก็ยังแพ้จนเหมือนเป็นคำสาป ในฟุตบอลยูโร อังกฤษต้องดวลจุดโทษตัดสิน 4 ครั้ง แพ้ไปถึง 3 ครั้งแรก ครั้งเดียวที่ทำได้ คือ ชนะ สเปน 4-2 ในรอบ 8 ทีม ยูโร 1996 แต่ขยับเข้าไปรอบรองชนะเลิศ ก็แพ้จุดโทษเยอรมนี 5-6 ทำให้ชัยชนะเหนือโคลอมเบีย เป็นการลบอาถรรพ์ในรอบ 22 ปี
มีการวิเคราะห์ปัจจัยของความสำเร็จในครั้งนี้ว่า คือความมั่นใจของนักเตะวัยรุ่นในทีม ไม่เคยเจอความผิดหวังในการแพ้จุดโทษกับทีมชาติมาก่อน แฮร์รี่ เคน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, ทริปเปียร์, อีริค ดายเออร์ มาเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรก
จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวารมือหนึ่งโดนสื่อผู้ดีจวกเละ หลังจากไม่สามารถหยุดลูกยิงของ อัดนัน ยานาซาย เกมที่แพ้ เบลเยียม 0-1 ได้ และควรจะถูกดร็อป แต่นักวิเคราะห์ฟุตบอลตามรายการทีวีต่างๆ ต่างแสดงความเห็นว่าต้องให้ความไว้วางใจพิคฟอร์ดต่อไป ทำให้ความเผ็ดร้อนในเรื่องนี้ลดอุณหภูมิลง
อีกปัจจัยหนึ่ง เพราะเซาธ์เกตรู้จุดอ่อนของอังกฤษดี แถมยังเคยผิดหวังในฐานะนักเตะชุดยูโร 1996 มาแล้ว จึงเตรียมพร้อมเรื่องยิงจุดโทษมาอย่างละเอียด ในการฝึกซ้อมสต๊าฟโค้ชอังกฤษจะจำลองการยิงจุดโทษในสนามจริงให้มากที่สุด โดยให้นักเตะเดินเข้ามาจากนอกเขตโทษ รับบอล และสังหาร ขณะที่พิกฟอร์ดต้องศึกษาเทปการยิงจุดโทษของนักเตะโคลอมเบียให้ถ่องแท้ที่สุดเท่าที่จะทำได้
เซาธ์เกตจะกำหนดตัวบุคคลที่สามารถสื่อสารกับนักเตะที่จะยิงจุดโทษเอาไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งสต๊าฟที่เข้าไปพูดคุยด้วยจะช่วยให้นักเตะผ่อนคลาย นิ่ง และมีสมาธิกับการสังหารจุดโทษมากที่สุด
“การยิงจุดโทษเป็นเรื่องยาก จึงต้องคุยเรื่องนี้กับลูกทีมนานและจริงจังเป็นพิเศษ เน้นเรื่องเทคนิค กำชับให้ทุกคนเล่นกันเป็นทีม และบทบาทของผู้รักษาประตู อย่างไรก็ตามตอนนี้มองไปถึงสวีเดนแล้ว เพราะสถิติอังกฤษในการเจอกับสวีเดนไม่สู้ดีนัก และพวกเราก็ประเมินสวีเดนต่ำเกินไปมานานแล้ว” เซาธ์เกตกล่าว
อังกฤษและสวีเดนเจอกันมา 2 ครั้งในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย และเสมอกัน 1-1 กับ 2-2 ส่วนสถิติการเจอกันรวมทุกครั้งที่ฟีฟ่ารับรอง 23 ครั้ง ผลัดกันแพ้-ชนะ 7 ครั้ง และเสมอ 9 ครั้ง ถือว่าสถิติเท่ากันเป๊ะ แต่ทีมไวกิ้งยิงไป 35 ตุง สิงโตคำราม 31 ประตู
สวีเดนเสียไปเพียง 2 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ ในแมตช์แพ้เยอรมนี 1-2 ซึ่งเป็นแมตช์เดียวจาก 4 แมตช์ที่เสียประตู แถมยังยิงได้ทุกเกมที่ลงเตะ ส่วนอังกฤษโดนเจาะไปแล้ว 4 โดนยิงทุกนัด
สิงโตของเซาธ์เกตอาจจะมาได้ไกลจนหวังไปถึงแชมป์โลกสมัยที่ 2 แล้ว แต่ต้องไม่ลืมว่ารอบน็อคเอาต์พลาดเพียงนิดเดียวก็สามารถร่วงตกรอบได้ทันที อาถรรพ์แพ้จุดโทษในรอบ 22 ปี ถูกทำลายลงแล้ว แต่การไม่เคยสัมผัสแชมป์ใดๆ เลยกว่า 52 ปียังคงอยู่
และยังไม่รู้ว่าจะจบลงที่รัสเซียได้หรือไม่!