โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับแล้วแม่วัย 18 ทิ้งลูกน้อยวัยขวบเศษไว้ริมถนน อ้างผัวไม่ยอมช่วยเลี้ยงดู เลยเอามาทิ้งไว้

Khaosod

อัพเดต 07 ม.ค. 2561 เวลา 15.10 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2561 เวลา 15.10 น.

จากกรณีที่มีชาวบ้านพบเด็กชายวัยขวบเศษ ถูกนำมาทิ้งไว้ ในพื้นที่หมู่ 1 บ้านชัยนาม ต.ชัยนาม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สวมเสื้อผ้ากางเกงแต่ไม่สวมรองเท้า ข้างๆ มีของเล่นเด็กวางอยู่ 2 ชิ้น เป็นภาพที่น่าเวทนาสงสารอย่างยิ่งแก่ผู้พบเห็น และไม่พบพ่อแม่ของเด็กแต่อย่างใด และเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่เด็กในหมู่บ้าน เมื่อตนสอบถามคนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครรู้จักเด็กมาก่อน ซึ่งอาจจะพลัดหลงกับผู้ปกครองที่มาทำงานอยู่ในพื้นที่ หรืออาจจะถูกพ่อแม่นำมาทิ้งไว้แล้วหลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว น่าเวทนา! หนูน้อยวัยขวบเศษถูกปล่อยทิ้งริมถนนเปลี่ยวทั้งคืนเพียงลำพัง ร้องไห้ผวา ยุงกัดผืนเต็มตัว

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 7 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจติดหาข้อมูล กระทั่งทราบตัวแม่เด็กชายคนดังกล่าว พบว่าพักอาศัยในหมู่บ้านชัยนาม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมควบคุมตัวมาสอบปากคำ โดยมีญาติเดินทางมาทางด้วย เบื้องต้นรับสารภาพเป็นคนนำลูกไปทิ้งไว้จริง เพื่อให้คนที่มาพบนำไปเลี้ยงดูแทนเท่านั้น

น.ส.ฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ที่ผ่านมาเคยมีครอบครัวและมีลูกด้วยกัน 1 คน แต่ช่วงหลังเกิดมีปัญหา และแยกกันอยู่ ทำให้มีปัญหาหลายเรื่อง ตนต้องการให้พ่อเด็กเอาลูกไปเลี้ยง เพราะตนรับภาระไม่ไหว แต่พ่อของเด็กได้ปฏิเสธไม่ยอมดูแลช่วยเลี้ยงดู ตนจึงตัดสินใจนำลูกมาทิ้งไว้ข้างทาง เพื่อต้องการให้ผู้มาพบนำไปเลี้ยงดูเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย หรือมีความผิดใดๆ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่า การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย มีโทษตามมาตรา 306 ผู้ใดทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีไว้ ณ ที่ใดเพื่อให้เด็ก นั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกับนำตัวไปทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วเอาไว้ ซึ่งขณะเด็กชายยังอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...