วิธีเก็บข้าวโพดหวานสีแดง ในระยะเวลาที่เหมาะสม
จากพนักงานบริษัทผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่เนื่องจากเธออยู่กับคุณแม่เพียงแค่สองคน เมื่อคุณแม่มีอายุมากขึ้นจึงคิดที่อยากจะกลับบ้านเพื่อไปดูแลท่าน จึงตัดสินใจลาออกและกลับมาลงมือทำนาข้าวหอมมะลิ แต่ด้วยราคาข้าวที่ตกต่ำ ทำให้ต้องหาสิ่งใหม่มาเพาะปลูกแทน และสิ่งที่เธอนำมาเพาะปลูกแทนคือ ข้าวโพดหวานสีแดง พันธุ์สยามรูบี้ควีน และจากการปลูกข้าวโพดนี้ เธอไม่ได้ขายเพียงฝักข้าวโพดอย่างเดียว แต่ มีการแปรรูปข้าวโพดไปในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย และจากผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เธอมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีฐานะมั่นคง และมีอาชีพยั่งยืนอย่างแท้จริง
ระยะเก็บเกี่ยวข้าวโพดหวานถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากเก็บเกี่ยวเร็วเกินไปข้าวโพดจะหวานน้อย หากเก็บเกี่ยวช้าเกินไป ข้าวโพดหวานจะมีความหวานลดลงเช่นกัน ระยะการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม คือ หลังข้าวโพดออกไหม 18-20 วัน หรือ พบว่า ไหมข้าวโพดเปลี่ยนเป็นสีดำ หรือเมล็ดส่วนปลายของฝักเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หากเมล็ดสีขาวแสดงว่าข้าวโพดอ่อนเกินไป หากเมล็ดสีเหลือง และเมล็ดเริ่มเหี่ยวแสดงว่าแก่จัดเกินไป ผู้ปลูกต้องคอยสังเกตให้ดี
การเก็บเกี่ยวข้าวโพดของไร่คุณณัฐธิยาน์นั้น เมื่อข้าวโพดอายุได้ 15 วัน หรือ สังเกตที่ฝักว่ามีไหมโผล่ออกมา จะใช้เชือกปอ(สีแดง) ผูกที่ต้นข้าวโพดในไร่ เพื่อที่จะได้รู้ว่าข้าวโพดต้นไหนปลูกก่อนกัน และจะทำเช่นนี้กับข้าวโพดที่ปลูกรุ่นถัดไปโดยใช้เชือกปออีกสี เพื่อที่จะได้แยกออกว่าไร่ไหนปลูกก่อนปลูกทีหลัง เมื่อถึงระยะเก็บฝัก (60วัน) จะเป็นช่วงที่ข้าวโพดมีคุณภาพสูงพอเหมาะสามารถเก็บขายได้ ก็ลงมือเก็บเกี่ยว
วิธีการเก็บเกี่ยว ให้ใช้มือหักฝักสดบริเวณก้านฝักที่ติดลำต้น ฝักข้าวโพดหวานจะคงความสดได้ประมาณ 24 ชั่วโมง แต่ยืดอายุความสดได้ด้วยการตัดให้มีส่วนลำต้นปล้องด้านบน และด้านล่างติดที่ฝัก ซึ่งยืดอายุความสด และความหวานได้อีก 24 ชั่วโมง รวมเป็น 48 ชั่วโมง
หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรเก็บฝักข้าวโพดหวานในที่ร่ม และไม่ให้รับแสง ไม่กองฝักข้าวโพดบนพื้นดิน ควรวางบนพื้นที่ยกสูงด้วยไม้หรือวางกองบนพื้นซีเมนต์ที่ทำความสะอาดแล้ว ไม่กองสูงในปริมาณมาก เพราะจะทำให้ข้าวโพดร้อน เกิดการช้ำ ความหวานลดลง