3 สิ่งที่นักการตลาดควรเลิกทำได้แล้ว - เพิท เพจ Ad Addict
เมื่อโลกเราเปลี่ยนแปลงไป แน่นอน ‘ธุรกิจ’ เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับโลกเช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกธุรกิจล้วนต้องให้ความสำคัญก็คือ“การตลาด” เพื่อหาวิธีในการขายและดึงดูดผู้บริโภคให้ซื้อสินค้าและบริการของเรา
แต่ถึงแม้ว่าโลกเราจะเปลี่ยนไปแบบนี้ ปัจจุบันก็ยังคงมีนักการตลาดหลายคนที่ยังทำการตลาดด้วยวิธีคิดหรือ Mindset แบบเดิมๆ ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างโฆษณา การสื่อสาร หรือกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ ที่ตอบโจทย์ธุรกิจและผู้บริโภคได้
ดังนั้นวันนี้ผมขอสรุป 3 สิ่งสำคัญที่นักการตลาดในปัจจุบันควรเลิกทำสิ่งเหล่านี้ได้แล้วในมุมมองของผมเอง เพราะหากทำต่อไปอาจจะส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณได้! ลองมาดูกันครับว่าจะมีอะไรกันบ้าง
========
1. สื่อสารแบบแมสๆ (Mass)
ในสมัยก่อนนักการตลาดหลายคนมักจะมีความเชื่อว่า ‘ถ้าคนยิ่งรู้จักเรามากเท่าไหร่ เราก็มีโอกาสที่จะขายของได้เยอะมากขึ้นเท่านั้น’ ซึ่งจริงๆ แล้วประโยคนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะในสมัยก่อนอาจจะยังเป็นยุคที่ไม่มีสื่อให้เลือกใช้หลากหลาย แต่ละธุรกิจล้วนต้องใช้สื่อต่างๆ ที่สามารถสื่อสารไปยังคนหมู่มาก เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ เป็นต้น
แต่ปัจจุบันเมื่อเกิดโซเชียลมีเดียขึ้นมา ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนโลกของเราให้กลายเป็นโลกที่มีสื่ออยู่ทุกที่ และมีช่องทางการสื่อสารสำหรับนักการตลาดมากมาย ดังนั้นคนเราจึงสามารถมีทางเลือกในการเสพสื่อต่างๆ ในสิ่งที่ตนเองสนใจจริงๆ มากขึ้น เช่น เราสามารถกดติดตามเพจเฟซบุ๊กที่เราต้องการ หรือเลือกช่องยูทูปที่เราสนใจ ส่วนอันไหนที่เราไม่สนใจก็ไม่จำเป็นต้องไปดูนั่นเอง
ดังนั้นสิ่งแรกที่นักการตลาดควรเปลี่ยนมุมมองคือ ปัจจุบันเราไม่ควรทำการตลาดแบบแมส หรือ การตลาดที่เข้าสู่คนหมู่มากต่อไปแล้ว แต่ควรเปลี่ยนมาทำการตลาดแบบเจาะเฉพาะกลุ่ม ว่าจริงๆ แล้วกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจของเราที่ต้องการจริงๆ เขาคือใคร อยู่ที่ไหน ต้องการอะไร พร้อมทั้งหาวิธีการในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาให้แปลกใหม่และน่าสนใจนั่นเอง
-----------------
2. ยัดเยียดไปยังผู้บริโภค
หากใครเคยเรียนพื้นฐานด้านการตลาดมา คงต้องรู้จัก Push & Pull Strategy หรือกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดแบบผลักและดึงนั่นเอง ซึ่งถ้าหากอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ การส่งเสริมการตลาดแบบผลัก (Push) ก็คือการที่แบรนด์พยายามผลักสินค้าและบริการของตนเองไปยังช่องทางต่างๆ เช่นร้านค้าคนกลาง พร้อมกับโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้และสนใจซื้อ
ส่วนการส่งเสริมการตลาดแบบดึง (Pull) ก็คือการที่แบรนด์พยายามหาวิธีการสื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภคโดยตรงเพื่อให้เขาเกิดความสนใจและต้องการสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดยผู้บริโภคก็จะเป็นคนขวนขวายเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการเหล่านั้นเอง
โดยในปัจจุบันแบรนด์โดยส่วนใหญ่เน้นการใช้การส่งเสริมการตลาดแบบผลัก (Push) กันค่อนข้างมาก ทั้งตัวสินค้าและบริการเอง รวมถึงคอนเทนต์ต่างๆ ที่สื่อสารออกไป ทำให้ผู้บริโภคหลายคนรู้สึกรำคาญ และรู้สึกไม่ดีต่อแบรนด์นั้นๆ
ดังนั้นสิ่งที่ 2 ที่นักการตลาดปัจจุบันควรเลิกทำ คือการยัดเยียดในสิ่งต่างๆ ที่เราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เราอยากพูด อยากขาย ไปให้ผู้บริโภค แต่ควรหันมาให้ความสำคัญกับผู้บริโภคก่อนว่าจริงๆ แล้วกลุ่มเป้าหมายของเราเขาต้องการรับรู้อะไรเกี่ยวกับแบรนด์เรา หรือเขามีปัญหาอะไรอยู่ในชีวิตที่เราสามารถช่วยแก้ไขได้กันแน่ เราจะได้สามารถสร้างการตลาดที่เหมาะสมกับผู้บริโภคจริงๆ ได้
-----------------
3. ยึดติดกับสูตรสำเร็จเดิมๆ
เชื่อว่ามีนักการตลาดหลายคนที่มากประสบการณ์จากการทำงานมานาน มักจะเริ่มค้นพบ “สูตรสำเร็จ” บางอย่างในการทำการตลาด ซึ่งหลายคนอารจจะเชื่อว่า ถ้าหากทำตามสูตรสำเร็จเหล่านี้ก็จะทำให้แบรนด์หรือธุรกิจนั้นๆ ประสบความสำเร็จเสมอ จนทำให้สูตรดังกล่าวถูกถ่ายทอดมายังรุ่นสู่รุ่นจนนักการตลาดสมัยใหม่หลายคนก็ยึดติดกับสูตรสำเร็จเหล่านั้น
แต่หารู้ไม่ว่าปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่แทบจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วันหนึ่งอาจจะเกิดโซเชียลมีเดียใหม่ๆ ขึ้นมาโดยที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อนเหมือนดังเฟซบุ๊กที่เกิดขึ้นมาแล้วเปลี่ยนโลกของนักการตลาดไปอย่างสิ้นเชิงเลยก็ได้
ดังนั้นสิ่งที่ 3 ที่ผมอยากจะแนะนำในมุมมองของผมคือ ปัจจุบันนี้เราอยู่ในยุคที่ไม่มีสูตรสำเร็จทางการตลาดที่ตายตัวแล้ว โดยกลยุทธ์การตลาดที่ดีที่สุดคือการที่เราต้องทำความเข้าใจและคิดวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ช่วงเวลานั้นๆ เพื่อให้ตอบโจทย์และวัตถุประสงค์ของแบรนด์จริงๆ โดยที่เราไม่ควรยึดติดกับสูตรนั่นเอง
=========
และนี่ก็คือมุมมองของผมที่อยากแนะนำเพื่อนๆ พี่ๆ นักการตลาดหลายๆ คนที่อาจจะมีความเชื่อแบบเดิมๆ อยู่ให้ลองปรับเปลี่ยนมุมมองในการทำการตลาด โฆษณา และการสื่อสารให้เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันกัน
.
ถ้าหากใครมีมุมมองไหนอีกที่คิดว่านักการตลาดปัจจุบันควรเลิกทำเพิ่มเติม สามารถแนะนำกันในคอมเมนต์ได้นะครับ
ติดตามบทความของเพิท เพจ AD ADDICT บน LINE TODAY ทุกวันพุธ