โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ตีเชียงใหม่” โครงเรื่องหลักขุนช้างขุนแผน ทำไมตีแต่เชียงใหม่? ค้นต้นตอสำเนียงเหน่อ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 07 ก.ค. 2565 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2565 เวลา 00.14 น.
“พลายแก้ว(ขุนแผน) กับพระยาเชียงทองรบเชียงใหม่” จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผนที่ระเบียงคดรอบวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี จิตรกรผู้วาดภาพ เมืองสิงห์ จันทร์ฉาย

ตีเชียงใหม่เป็นโครงเรื่องหลักของขุนช้างขุนแผน แสดงความสัมพันธ์การเมืองระบบเครือญาติอุปถัมภ์ใกล้ชิด (ภาษาตระกูลเดียวกัน) ระหว่างสุพรรณ-ล้านนา-ล้านช้าง

เครือญาติยิ่งใกล้ชิดกันมากก็ยิ่งมีเรื่องขัดแย้งกันมาก (สืบเนื่องถึงสมัยอยุธยา) มีตัวอย่างอยุธยา (สมัยแรก) กับกัมพูชา ทำสงครามกัน เพราะเป็นเครือญาติใกล้ชิด

สุพรรณภูมิขัดแย้งเชียงใหม่ด้วยผลประโยชน์ ได้แก่ (1.) ทรัพยากรสำคัญ-เหล็ก และ (2.) กำลังคน

พบร่องรอยและหลักฐานหลายอย่างแสดงความใกล้ชิดเชียงใหม่ โดยเฉพาะตำนานนิทาน ได้แก่ ขุนบรม, ท้าวอู่ทอง, พญาพาน, ดาบฟ้าฟื้น, ขุนแผน

ตำนานนิทานเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ความเคลื่อนไหวโยกย้ายของภาษาไทยเป็นภาษากลางไปตามเส้นทางการค้าดินแดนภายใน จากล้านนา-ล้านช้าง ลุ่มน้ำโขงลงลุ่มน้ำเจ้าพระยาฟากตะวันตก (เพราะฟากตะวันออกมีอำนาจภาษาเขมร)

1. ขุนบรม มีลูกชาย 7 คน แยกครัวไปสร้างบ้านแปลงเมืองอยู่ในไทย ได้แก่ ไสผง ลูกชายคนที่ 4 ครองเมืองโยนก-ล้านนา งั่วอิน ลูกชายคนที่ 5 ครองเมืองสุพรรณภูมิ-อโยธยา

2. ท้าวอู่ทอง สืบเชื้อสายจากลุ่มน้ำโขง ล้านช้าง-ล้านนา มีหลักแหล่งอยู่ลุ่มน้ำน่าน-ยม โยกย้ายลงท่าจีน-แม่กลอง-เพชรบุรี แล้วไปสร้างอยุธยา

3. พญาพาน ลูกพญากง ครองเมืองลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง เคยยกทัพไปนมัสการพระธาตุ ลำพูน (หริภุญชัย) แล้วยกกลับ

4. พระร่วง (สุโขทัย-สุพรรณ) เป็นสหายมังราย (เชียงราย) กับ งำเมือง (พะเยา) ครั้งหนึ่งไปร่วมเลือกสถานที่สร้างเชียงใหม่

5. ดาบฟ้าฟื้น ชื่อ “ฟ้าฟื้น” คือผีบรรพชนตระกูลเมืองน่าน-เมืองหลวงพระบาง พบในจารึกสุโขทัย หลัก 45 (ปู่หลานสบถกัน)

6. ขุนแผน กลายคำจาก “แถน” พบในโองการแช่งน้ำ หมายถึงผู้สร้างทุกอย่างในโลก คือพระพรหม

สยามลุ่มน้ำโขง ลงลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง

ภาษาและวัฒนธรรมสยามจากลุ่มน้ำโขง แผ่ลงลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง เมื่อเรือน พ.ศ. 1000 (สยาม “ไม่ไทย” แต่พูดภาษาไทย)

จากนั้นค่อยๆ เติบโตขึ้นแล้วมีอำนาจเป็นรัฐสยาม ซึ่งเอกสารจีนเรียก เสียน หรือ เสียม ต่อไปจะมีนามว่ารัฐสุพรรณภูมิ ราว 800 ปีที่แล้ว ระหว่าง พ.ศ. 1700-1800

ความเก่าแก่ของภาษาไทยบริเวณลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง ดูจากความหนาแน่นของเพลงโต้ตอบมากสุดนับร้อยเพลง (หนังสือ เพลงนอกศตวรรษ ของ เอนก นาวิกมูล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2521) เทียบทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยามีไม่ถึง 10 เพลง เพราะดั้งเดิมเป็นหลักแหล่งของ “ขอม” พูดภาษาเขมร

ชาวสยามในรัฐสุพรรณภูมิพูดภาษาไทยที่มีรากเหง้าจากลุ่มน้ำโขง ด้วยสำเนียงเดียวกับคนสองฝั่งโขง ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันว่าลาว (โดยเฉพาะลาวเหนือแถบเมืองหลวงพระบางและเครือข่าย) เป็นต้นตอสำเนียง “เหน่อ” บางทีเรียก “เหน่อลาว”

สำเนียงเหน่อ มีระดับสูงต่ำกับหางเสียงบางช่วงทอดยาวเหมือนดนตรี เป็นต้นตอของวรรณยุกต์ในภาษาไทย

สำเนียงเหน่อเมื่อ 800 ปีที่แล้ว มีอย่างไร? ไม่พบหลักฐานโดยตรง แต่เทียบสำเนียง “เหน่อ” ได้หลายพื้นที่

เหน่อ

สำเนียงเหน่อมีต้นตอจากสำเนียงภาษาไทยลุ่มน้ำโขงนับพันปีมาแล้ว

สมัยแรก ฟักตัวอยู่ท่าจีน-แม่กลอง กระจายลงคาบสมุทรถึงเพชรบุรี-นครศรีธรรมราช (ละโว้ พูดเขมร)

สมัยหลัง เป็น “สำเนียงหลวง” กรุงศรีอยุธยา เมื่อสุพรรณภูมิยึดครองอยุธยาเป็น “ราชอาณาจักรสยาม” จากนั้นกระจายทั่วไปทางตะวันออก ได้แก่ โคราช (นครราชสีมา) และระยอง-จันทบุรี-ตราด

เหน่อ การพูดที่เพี้ยนไปจากสำเนียงมาตรฐาน (สมัยนั้น) สุนทรภู่บอกในโคลงนิราศสุพรรณ (บท 129) ว่า “ลาวเสียงเหน่อ” ดังนี้

บ้านตั้งฝั่งน้ำที่ กะดีทอง

ลาวอยู่รู้เสียงสนอง เหน่อช้า

คัดความจาก : สุจิตต์ วงษ์เทศ. ขุนช้างขุนแผน พื้นเพสุพรรณเมืองเพลง วรรณกรรม “ผู้ดี” กระฎุมพี เอกสารประกอบรายการทอดน่องท่องเที่ยว | มีนาคม 2564

ชมรายการทอดน่องท่องเที่ยว

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 เมษายน 2564

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...