โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยาเขียวสามารถกินแก้ไข้เหมือนยาพาราเซตามอลได้จริงหรือ?

สวพ.FM91

อัพเดต 30 พ.ค. 2563 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2563 เวลา 06.01 น.

จากประเด็นบนโลกสังคมออนไลน์ที่แชร์กันว่ายาเขียวของไทยสามารถกินแก้ไข้ได้ทดแทนยาพาราเซตามอลได้เลย สามารถใช้ได้สำหรับไข้ทุกประเภท และบอกว่าไม่สร้างผลข้างเคียงเหมือนยาทั่วไปนั้นเป็นจริงหรือไม่มาดูกัน
ตามบัญชียาหลักแห่งชาติ พ.ศ. 2556 ระบุถึงสรรพคุณของยาเขียวหอมว่าใช้บรรเทาอาการไข้ ร้อนในกระหายน้ำ บรรเทาอาการไข้จากหัดและอีสุกอีใส แม้ยังไม่มีงานวิจัยใด ๆ สนับสนุน และยังไม่มีการเก็บข้อมูลการใช้ยาเขียวในผู้ป่วยไข้ออกผื่น หรืออาการไข้ธรรมดา แต่การที่มีการใช้ตั้งแต่โบราณทำให้เชื่อในระดับหนึ่งว่าการใช้ยาเขียวน่าจะบรรเทาอาการไข้ได้ไม่มากก็น้อย
สรุปแล้วยาเขียวแก้ไข้ได้ไม่เหมือนกับยาพาราเซตามอล แม้ว่ายาเขียว-พาราเซตามอลมีสรรพคุณลดไข้เหมือนกัน แต่ยาเขียวใช้ลดไข้ที่รุนแรงน้อยกว่า โดยยาเขียวไม่สามารถลดไข้ได้หลายประเภทเหมือนพาราเซตามอล เหมาะสำหรับไข้ออกผื่น  และหากใช้ยาเป็นเวลานานเกิน 3 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ นอกจากนั้นไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากอาจบดบังอาการของไข้เลือดออก แต่ยาพาราเซตามอลสามารถลดไข้ในผู้ป่วยไข้เลือดออกได้
ส่วนในเรื่องผลข้างเคียงยา ยาเขียวจะมีผลข้างเคียงน้อยกว่าพาราเซตามอล โดยยาพาราเซตามอลจะมีพิษต่อตับได้ หากใช้ยาพาราเซตามอลเกินขนาดที่แนะนําในฉลากหรือเอกสารกํากับยาหรือใช้ยานี้ติดต่อกันเกิน 5 วัน ยาเขียวแม้จะมีผลข้างเคียงน้อย แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้ ระบุว่าควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้ เพราะมีส่วนประกอบของเกสรดอกไม้ในตำรับยา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...