โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : ส่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์... หลังวิกฤตโควิด-19

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 พ.ค. 2563 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2563 เวลา 06.44 น.
ภาพประกอบ/Pixabay

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลกŽ โดยมีรายงาน ตัวเลขรายได้จากการขายตั๋วชมภาพยนตร์ทั่วโลก (Global Box Office) หายไปถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนอกจากเบอร์หนึ่งอย่างอุตสาหกรรมหนังฮอลลีวู้ดŽ จะกระทบหนักแล้ว ตลาดใหญ่อันดับสองอย่างจีนŽ ที่มีโรงภาพยนตร์มากถึงกว่า 70,000 โรง ทั่วประเทศต้องปิดตัวลง

เมื่อสหรัฐ จีน คือตลาดผู้ชมขนาดใหญ่ของโลก โดยจีนครองส่วนแบ่งยอดขายตั๋วหนังทั่วโลกที่ 22% ตามหลังสหรัฐเบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรมนี้ที่มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 29% จึงคาดการณ์กันว่าจุดต่ำสุดที่อุตสาหกรรมหนังทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้จะมีมากถึง 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อเจาะดูที่อุตสาหกรรมหนังของจีน ที่จัดเป็น ตลาดใหญ่อันดับสองของโลกŽ ในปี 2019 ที่ผ่านมา รายได้จากการขายตั๋วหนังตลอดทั้งปีที่แล้วในจีนมากถึง 64,000 ล้านหยวน ซึ่งสูงมากเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทำรายได้ในจีนสูงสุด 10 อันดับแรก เป็นภาพยนตร์ของจีนเองถึง 3 เรื่อง

ปัจจุบันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของจีนมีการสร้างหนังมากขึ้น เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1,000 เรื่องต่อปี จากปัจจัยชนชั้นกลางในจีนขยายตัวสูงมาก เมื่อมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นก็มีความต้องการเสพคอนเทนต์บันเทิงสูงตามเป็นเงา นั่นทำให้ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ปริมาณการจำหน่ายตั๋วหนังในจีนจึงเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

ที่ผ่านมาจึงถือเป็นยุคทองของอุตสาหกรรมหนังจีน ที่มีตลาดผู้ชมจำนวนมหาศาลและกำลังการบริโภคที่ไม่หยุดยั้ง นั่นจึงทำให้บรรดาสตูดิโอค่ายหนังชั้นนำในฮอลลีวู้ดต่างก็หวังจะเข้ามาคว้าส่วนแบ่งการตลาดในจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ด้วย อย่างไรก็ดีก็ต้องขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้น เพราะภาพยนตร์ต่างประเทศที่นำเข้ามาฉายในจีนต้องแข่งขันกับภาพยนตร์สัญชาติจีนเองด้วยเช่นกัน ซึ่งภาพยนตร์จีนได้ยกระดับคุณภาพ เนื้อหา และความหลากหลายเพื่อเจาะกลุ่มคนดูเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพยนตร์จีนรุ่นหลังๆ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในกลุ่มผู้ชมชาวจีน รวมทั้งยังตั้งเป้าให้ภาพยนตร์จีนตลอดจนถึงแอนิเมชั่นจีนได้แจ้งเกิดในระดับสากลด้วย

อุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนจึงถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่จะดึงเม็ดเงินการบริโภคภายในประเทศได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 จึงสำคัญมากที่ต้องมองว่าจีนจะกลับมาเปิดโรงหนังแบบปูพรมอีกเมื่อไร และหนังฟอร์มใหญ่ของจีนที่หวังจะกวาดรายได้จากค่าตั๋วจะได้ไฟเขียวให้ถ่ายทำกันในระดับไหน เพราะขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจีนคลี่คลายลงกว่าสหรัฐอเมริกาเจ้าของอุตสาหกรรมฮอลลีวู้ดเป็นอย่างมาก

หากมองย้อนไปก่อนจะมีวิกฤตโควิด-19 ก่อนหน้านี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ และโรงภาพยนตร์นั้นถูกท้าทายจากรูปแบบธุรกิจให้บริการสตรีมมิ่งคอนเทนต์บันเทิงอยู่แล้วทั้งจากเจ้าใหญ่อย่างเน็ตฟลิกซ์ และบรรดาสตูดิโอยักษ์หลายค่ายที่แบ่งสัดส่วนธุรกิจมาสร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า บรรดาธุรกิจหนังแบบดั้งเดิมจะหันมาเล่นในเวทีสตรีมมิ่งทั้งหมด เพราะในวงการภาพยนตร์เอง โดยเฉพาะฮอลลีวู้ดที่ขึ้นชื่อถึงความเป็นอุตสาหกรรมยักษ์ที่มีโครงสร้างค่อนไปทางอนุรักษ์ และมีห่วงโซ่อุปทานที่โยงใยกันตั้งแต่เวทีรางวัลใหญ่อย่าง ออสการ์Ž ที่ยังมีกติกาว่าหนังที่สร้างฉายให้ดูผ่านสตรีมมิ่ง หากจะส่งเข้าประกวดจะต้องผ่านการฉายในโรงภาพยนตร์กี่รอบกี่วัน ไปจนถึงเครือข่ายธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่ยังต้องการเป็นผู้คุมเกมนี้ในระบบ

แม้ด้านหนึ่งตลาดผู้บริโภค หรือกลุ่มคนที่ยังออกจากบ้านมาดูหนังที่โรงภาพยนตร์ยังเติบโตได้อยู่ แต่วิกฤตโควิด-19 ทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ปิดยาว และผู้คนก็ยังไม่มั่นใจนักหากจะกลับเข้าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์อย่างน้อยก็จนถึงกลางปีนี้

เราจึงได้เห็นว่าคณะกรรมการออสการ์ผ่อนคลายกฎเกณฑ์พิเศษว่าการส่งหนังเข้าประกวดที่จะมีขึ้นในต้นปีหน้า อนุโลมให้หนังที่ฉายแบบสตรีมมิ่ง-ออนไลน์ สามารถเข้าประกวดได้ ซึ่งต้องทำเช่นนั้น เพราะหนังฟอร์มดีของหลายสตูดิโออาจต้องพึ่งพาการดูแบบออนไลน์เป็นหลักในห้วงวิกฤตโควิด-19 ที่ยังอาจแพร่ระบาดได้ต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมภาพยนตร์แบบดั้งเดิมนั้นถูกท้าทายในระยะ 2-3 ปี มานี้ และยกระดับเป็นการถูกดิสรัปชั่นŽ กลายๆ จากผลพวงโควิด-19 ที่ช่วยเร่งเร้าสถานการณ์ให้สตูดิโอหนังบางค่ายต้องปรับตัว ยอมทำหรือจำต้องทำในสิ่งที่พยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด นั่นคือ การทดลองนำ หนังใหม่ฟอร์มดีŽ มาฉายในแบบ Premium Video on DemandŽ ให้ผู้ชมดาวน์โหลดเสียเงินดูบนออนไลน์

แม้บางสตูดิโอจะลงมือทำกันบ้างแล้ว โดยเลือกภาพยนตร์ใหม่จำนวนหนึ่งมาจำหน่ายในรูปแบบ VOD แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่ารูปแบบนี้จะใช้ต่อไปในระยะยาว หรือทำเพียงคั่นเวลาแค่ช่วงหนึ่ง หรือคิดถึงขนาดที่ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตที่คนไปดูหนังในโรงภาพยนตร์น้อยลงหรือไม่

ยังไม่มีใครแน่ใจนักว่า New Normal หลังวิกฤตโควิด-19 จะเปลี่ยนรูปแบบการชมภาพยนตร์ไปในทิศทางออนไลน์มากขึ้นจนทำลายรูปแบบการชมภาพยนตร์แบบดั้งเดิมไปได้เลยหรือไม่ สิ่งที่จะตอบได้หรือเป็นตัวชี้วัดคือ ตัวเลขรายได้แท้จริงŽ หลังวิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไปแล้ว

นอกจากเรื่องรายได้ คำถามต่อมาคือ การถ่ายทำภาพยนตร์และกองถ่ายละคร ที่ต้องทำงานหลังวิกฤตโควิด-19 จะเป็นไปในรูปแบบใด?

คาดกันว่า รายการทีวี โดยเฉพาะประเภทเกมโชว์ที่ต้องมีผู้ชมมานั่งเชียร์ลุ้นสร้างบรรยากาศในสตูดิโอจะเหลือเพียงมีพิธีกร แขกรับเชิญ/ผู้เข้าร่วมแข่งขัน และทีมงานถ่ายทำจำนวนจำกัด โดยไร้ผู้ชมในสตูดิโอ

ขณะที่การถ่ายทำละครที่ฉายทางโทรทัศน์จะใช้วิธีจำกัดจำนวนทีมงานให้น้อยที่สุด

เช่นกรณีของละครซีรีส์เก่าแก่สัญชาติออสเตรเลียที่สร้างออกอากาศต่อเนื่องยาวนานมาถึง 3 ทศวรรษ เรื่อง NeighboursŽ ที่มีข่าวว่าจะกลับมาถ่ายทำในเร็วๆ นี้ ผู้สร้างจะใช้วิธีจำกัดจำนวนทีมงานไม่ให้เกิน 100 คนในการถ่ายทำต่อฉากในแต่ละวัน โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมินักแสดง-ทีมงาน วันละ 2 รอบ และยังคงยึดระยะห่างทางสังคมŽ ไม่มีฉากใกล้ชิดกันของนักแสดง แต่จะใช้เทคนิคมุมกล้องช่วยพรางตาให้คนดูเห็นว่านักแสดงอยู่ใกล้กันในฉากแทน

เช่นเดียวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีข่าวว่าในจีนรัฐบาลเริ่มไฟเขียวคัดเลือกให้ภาพยนตร์บางเรื่องกลับมาถ่ายทำได้ โดยใช้รูปแบบจำกัดจำนวนทีมงานเช่นกัน แต่ภาพยนตร์อีกหลายเรื่องยังต้องรอการอนุมัติจากทางการ

“เป็นการสรุปภาพรวมโดยย่อของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ที่ยังต้องฝ่าฟันกับวิกฤตครั้งนี้อย่างหนักหน่วงŽ”

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...