โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สยามพิวรรธน์"เปิด 4 ศูนย์ช่วยผู้ประกอบการสู้วิกฤตไวรัสโควิด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มิ.ย. 2563 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 10.41 น.
ช่วยคู่ค้า - สยามพิวรรธน์ นำร่องกิจกรรม “ตลาดนัดยิ้มสยาม” ให้ผู้ประกอบการ หรือ พนักงานที่ได้รับผลกระทบ นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายฟรี 24-28 มิถุนายน 2563

“สยามพิวรรธน์” เผย new normal หลังเปิดห้าง 2 อาทิตย์ ทราฟฟิกลดแต่ลูกค้าซื้อเพิ่มขึ้น กลุ่มบิวตี้ เครื่องใช้ไฟฟ้า สุขภาพ ได้รับความนิยมสูง คาดร้านค้ากลับมาเปิดเต็ม 100% ในเดือน มิ.ย.นี้ ก่อนส่งโมเดลธุรกิจใหม่ หนุนสร้าง “ระบบนิเวศค้าปลีก” นำร่อง 4 โครงการ เปิดพื้นที่ 4 ศูนย์ 2.7 หมื่น ตร.ม. พาผู้ประกอบการฝ่าวิกฤตโควิด-19

นางสาวชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมของศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์ ทั้งสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมถึงโครงการไอคอนสยาม ในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลมีมาตรการคลายล็อกให้กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งในวันที่ 17 พ.ค. พบว่า ภาพรวมของทราฟฟิกผู้มาใช้บริการลดลงไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ประมาณ 50% โดยได้รับผลกระทบหลัก ๆ มาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับมา

ขณะที่พฤติกรรมการช็อปปิ้งของคนไทยมีการเปลี่ยนไป โดยความปกติใหม่ (new normal) ที่เกิดขึ้นคือ คนใช้เวลาลดลงไม่เกิน 2 ชั่วโมงภายในศูนย์ และการมาศูนย์แต่ละครั้งมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนคือเพื่อซื้อสินค้า หรือบริการต่าง ๆ ทำให้คนจับจ่ายเพิ่มขึ้น และมียอดขายต่อบิลสูงขึ้น

โดยกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สินค้าที่ผู้บริโภคต้องการทดลอง สัมผัส พูดคุยปรึกษากับพนักงานขาย เช่น สินค้ากลุ่มบิวตี้ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้ากลุ่มโฮม ตกแต่งบ้าน และสินค้าประเภทเฮลท์แอนด์เวลเนส เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น

สำหรับร้านค้าภายในศูนย์ ขณะนี้กลับมาเปิดแล้วมากกว่า 90% โดยส่วนที่เหลือ เช่น กลุ่มร้านอาหาร เนื่องจากพนักงานที่จะกลับมาทำงานอีกครั้งต้องผ่านการคัดกรอง หรือต้องกักตัว ตามมาตรการความปลอดภัย ก่อนที่จะเริ่มงาน ทั้งนี้คาดว่าร้านค้าต่าง ๆ จะกลับมาให้บริการครบ 100% ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้

อย่างไรก็ตาม หลายภาคส่วนยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ ดังนั้น เพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วน ทั้งพนักงาน ผู้ประกอบการรายย่อยที่ขาดรายได้ บริษัทจึงได้จัดทำแคมเปญ “I Love Siam-Smile Together” ซึ่งเป็นโมเดลการทำธุรกิจรีเทลแบบใหม่ ที่เรียกว่า “ระบบนิเวศค้าปลีก” สร้างความยั่งยืนตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

โดยการเปิดพื้นที่ของศูนย์การค้าทั้ง 4 แห่ง อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม รวมทั้งสิ้น 27,000 ตร.ม.ให้ขายของฟรี ซึ่งจะนำร่องด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่ “ตลาดนัดยิ้มสยาม” เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หรือพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง นำสินค้าเข้ามาจำหน่าย โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 24-28 มิถุนายน 2563 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ และวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2563 ณ ทรูไอคอน ฮอลล์ โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่ Line Official  Account @RoyalParagonHall และ @TrueIconHall ส่วนวันเวลาในการจัดกิจกรรมนั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับมาตรการคลายล็อกของรัฐบาลอีกที

นอกจากนี้ยังมีโครงการ “Siam Smile Space” นำพื้นที่ของศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์ ได้แก่ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ และโครงการไอคอนสยาม เปิดโคเวิร์กกิ้งสเปซ ให้สามารถเข้ามาทำงานได้ โดยมีบริการอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ไฟฟ้ารองรับ ภายใต้มาตรการดูแลด้านสุขอนามัยอย่างเข้มข้น ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

ตลอดจนโครงการ “ฟื้นใจไทย” ให้พื้นที่บุคคลทั่วไป เกษตรกร วิสาหกิจชุมชนอัตลักษณ์ไทย 77 จังหวัด ฯลฯ ได้หมุนเวียนมาจัดจำหน่ายสินค้ารอบละ 7-10 วัน เช่น ธนบุรีดีไลท์ ให้ชุมชนฝั่งธนบุรี อาหารพื้นถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมุนเวียนมาจำหน่ายทุกสัปดาห์ ลานเมือง 1 ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สินค้าโอท็อปจาก 77 จังหวัด ลานเมือง 2 ให้เกษตรกรผลไม้แก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด และผลไม้ที่ไม่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2563 เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G

และสุดท้าย โครงการ “ไทยช่วยไทย ยิ้มไปด้วยกัน” ร่วมกับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำผลไม้และสินค้าอุปโภคบริโภคจากชาวสวนและผู้ผลิตทั่วประเทศ มาจำหน่ายที่ลานพาร์คพารากอน ในเดือนกรกฎาคม 2563 นี้

“สยามพิวรรธน์มองว่า การสร้างระบบนิเวศค้าปลีกที่เป็นการร่วมมือกันของทุกภาคส่วน (cocreation) จะทำให้ธุรกิจค้าปลีกตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง” นางสาวชนิสากล่าวสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...