โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไวรัสโคโรนา : โควิด-19 เรื่องอะไรบ้างที่เรายังไม่รู้แน่ชัด

Khaosod

อัพเดต 29 มี.ค. 2563 เวลา 12.58 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. 2563 เวลา 12.58 น.

ไวรัสโคโรนา : โควิด-19 เรื่องอะไรบ้างที่เรายังไม่รู้แน่ชัด - BBCไทย

เจมส์ กัลลาเกอร์

ผู้สื่อข่าวสุขภาพและวิทยาศาสตร์ บีบีซีนิวส์

วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกดูเหมือนจะกินเวลายาวนานชั่วนิรันดร์ แต่อันที่จริงแล้วโลกของเราเพิ่งรู้จักกับไวรัสชนิดนี้เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้วนี้เอง

แม้จะมีความพยายามจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกที่ค้นหาคำอธิบายเกี่ยวกับโรคนี้ แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่นักวิทยาศาสตรยังไม่อาจทำความเข้าใจได้ ขณะนี้เองที่เรากำลังเป็นส่วนหนึ่งของการค้นคว้าทดลองที่ใหญ่ระดับโลกเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับโรคนี้

นี่คือคำถามใหญ่ ๆ บางคำถาม

ไวรัส

1. มีคนติดเชื้อทั่วโลกเท่าไรกันแน่

นี่เป็นคำถามพื้นฐานที่สุด และก็เป็นคำถามที่สำคัญที่สุดด้วยเช่นกัน

จนถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วหลายแสนคนทั่วโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 29 มี.ค.2563 จากการแถลงของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ของไทย ระบุว่าทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อจำนวน 645,158 ราย) แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดเท่านั้น ตัวเลขดังกล่าวยังคงมีความสับสน สืบเนื่องจากผู้ติดเชื้อบางรายไม่มีอาการป่วยออกมาให้เห็น แม้ว่าจะติดเชื้อแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาชุดตรวจภูมิคุ้มกันจะช่วยให้นักวิจัยสามารถระบุได้ว่าใครมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายบ้าง หลังจากนั้นจึงจะสามารถประเมินการระบาดได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

อาการ

2. รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตมากน้อยแค่ไหน

คำตอบนี้เราจะรู้ก็ต่อเมื่อทราบจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะทราบอัตราการเสียชีวิตที่แน่ชัด จากตัวเลข ณ ขณะนี้ อัตราผู้เสียชีวิตประมาณการณ์อยู่ที่ 1 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด แต่ถ้านับจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการเข้าไปด้วยแล้ว อัตราการเสียชีวิตก็อาจจะต่ำลงกว่านี้ได้

3. อาการของโรค

แม้ว่าอาการเจ็บป่วยหลัก ๆ ของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ คือ มีไข้ และไอแห้ง แต่ก็มีอาการอื่น ๆ ที่ควรระวังด้วย ได้แก่ เจ็บคอ ปวดหัว ท้องเสีย อาการเหล่านี้มีรายงานในผู้ป่วยบางราย รวมถึงอาการสูญเสียความสามารถในการได้กลิ่นของจมูก นอกจากนี้ผู้ป่วยบางราย ยังมีอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก มีอาการคล้ายเป็นหวัด เช่น น้ำมูกไหล จาม

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่อาการเหล่านี้จะเป็นอาการของผู้ป่วยโควิด-19 และผู้ป่วยก็อาจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าพวกเขามีเชื้ออยู่ในร่างกายแล้ว

อิตาลีออกคำสั่งฉุกเฉินห้ามจัดพิธีศพขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตรายวันพุ่งเฉียดพันราย

4. เด็กช่วยแพร่เชื้อนี้หรือ

กลุ่มเด็กเป็นกลุ่มที่สามารถติดเชื้อไวรัสนี้ได้เช่นกัน ส่วนมากมักมีอาการไม่รุนแรงและมีจำนวนผู้เสียชีวิตน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้สูงอายุ

โดยปกติแล้วผู้ติดเชื้อที่เป็นเด็กมักเป็นผู้แพร่กระจายเชื้อให้กับคนอื่นจำนวนมากหรือที่เรียกว่าซูเปอร์สเปรดเดอร์ นั่นเป็นเพราะว่าเด็กคลุกคลีอยู่กับคนจำนวนมาก เช่น ในสนามเด็กเล่น แต่กับโรคโควิด-19 ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การแพร่กระจายจากเด็กเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน

5. ไวรัสโคโรนา 2019 มาจากไหนกันแน่

เริ่มปรากฏการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน เมื่อปลายปี 2019 ผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่คือกลุ่มที่ติดจากตลาดซื้อขายสัตว์

ก่อนหน้านี้มีรายงานออกมาว่าเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เริ่มต้นจากค้างคาว และเชื้อก็ติดต่อไปยัง "สัตว์อีกชนิดหนึ่ง" ก่อนติดต่อมาสู่มนุษย์ ซึ่งตอนนี้ปริศนายังคงอยู่ทีสัตว์ตัวกลางที่นำเชื้อมาสู่มนุษย์ และอาจเป็นแหล่งของการแพร่ไวรัสได้อีกทางหนึ่ง

6. เมื่อถึงฤดูร้อนผู้ติดเชื้อจะลดลงไหม

โรคไข้หวัดและโรคหวัดทั่วไป เป็นโรคที่เกิดขึ้นเป็นปกติในช่วงฤดูหนาวมากกว่าฤดูร้อน แต่สำหรับโควิด-19 นั้นยังไม่แน่ชัดว่าอากาศที่อุ่นขึ้นจะช่วยลดการแพร่ระบาดได้หรือไม่

ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักร ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับปัจจัยจากฤดูกาลและสภาพอากาศ หากแม้นว่ามีผลจริง พวกเขาคิดว่ามีแนวโน้มที่จะ "มีผลน้อยมาก" เมื่อเทียบกับโรคไข้หวัด หากจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงจำนวนมากในฤดูร้อน ก็ต้องระวังว่าในฤดูหนาวยอดผู้ติดเชื้อจะกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีก เมื่อถึงเวลานั้นโรงพยาบาลก็ต้องรับมือกับผู้ป่วยที่ล้นทะลักพร้อม ๆ กับดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสที่ระบาดในฤดูหนาว

7. ทำไมผู้ป่วยบางคนอาการรุนแรงกว่าคนอื่น

ผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนมากมีอาการไม่รุนแรง มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ที่อาการพัฒนาไปถึงขั้นรุนแรงหนัก ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่ละคนมีผลต่อระดับความรุนแรงแตกต่าง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางพันธุกรรม หากการแพทย์สามารถไขคำตอบเรื่องนี้ได้จะช่วยลดอัตราการมีผู้ป่วยหนักลงได้

8. ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะต้านได้นานแค่ไหน และการติดเชื้อรอบที่สองเป็นไปได้หรือไม่

มีการถกเถียงในเรื่องนี้เช่นกัน แต่ยังคงมีหลักฐานน้อยมากที่ชี้ว่าภูมิคุ้มกันของร่างกายต้านทานไวรัสได้แค่ไหน

ผู้ป่วยจะสามารถสร้างการตอบสนองของภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้เองหากภูมิคุ้มกันต่อสู้กับไวรัสได้สำเร็จ แต่จากการศึกษานับแต่เริ่มการระบาดยังคงไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะตอบได้ ส่วนภาวะการติดเชื้อรอบสอง อาจเป็นไปได้ว่ามีสาเหตุจากการผลตรวจที่ไม่ถูกต้องว่าผู้ป่วยรายนั้นไม่มีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายแล้ว

หมอคนไข้

9. ไวรัสจะกลายพันธุ์หรือไม่

โดยธรรมชาติแล้วไวรัสแต่ละชนิดมีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา แต่โดยมากแล้วการเปลี่ยนแปลงของรหัสพันธุกรรมไม่มีผลต่อความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญต่อไวรัส

กฎทั่วไปคือ ในระยะยาวคุณคาดว่าไวรัสจะวิวัฒนาการไปเป็นไวรัสที่มีฤทธิ์คร่าชีวิตคนได้น้อยลง แต่ไม่มีอะไรการันตีการคาดการณ์นี้

ความกังวลต่อเรื่องนี้คือ หากไวรัสกลายพันธุ์นระบบภูมิคุ้มกันร่างกายไม่สามารถจดจำไวรัสตัวนั้นได้อีก และวัคซีนที่มีอยู่ก็อาจไม่สามารถป้องกันไวรัสชนิดนั้นได้อีกต่อไป ดังที่เกิดกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่าง ๆ

วิดีโอน่ารู้เกี่ยวกับไวรัสโคโรนา

https://www.youtube.com/watch?v=rG9MZH2xm4A

https://www.youtube.com/watch?v=BxWhmbxdGOY&t=34s

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...