โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เปิดโผ 14 ถนน อัพสปีด 120 กม./ชม. "ศักดิ์สยาม" สแกนอีก 863 กม.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2564 เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2564 เวลา 06.32 น.

“ศักดิ์สยาม” ปลื้มนโยบายอัพสปีด 120 กม./ชม. นำร่อง “บางปะอิน-อ่างทอง” เมื่อเดือน เม.ย. พบคนทำผิดกฎน้อยลง จ่อขยายเพิ่มอีก 14 เส้นทาง แบ่ง 3 เฟสถึง เม.ย.ปีหน้า พร้อมสั่ง “ทางหลวง-ขนส่งทางบก” ร่วมสแกนถนนอีก 863 กม. ที่ต้องซ่อมสร้าง เพื่อรับนโยบายปรับความเร็วสูงสุดใหม่

วันที่ 5 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผ่านการเป็นประธานในการประชุมติดตามผลการเปิดใช้เส้นทางที่อนุญาตให้รถวิ่งได้ 120 กม./ชม. และความคืบหน้าการขยายเส้นทางที่จะเปิดใช้ในระยะถัดไปด้วยระบบ Zoom Cloud Meeting
โดยมี นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) คณะผู้บริหารกรมทางหลวง และกองบังคับตำรวจทางหลวง เข้าร่วมประชุม

ปรับสปีด คนขับเร็วเกินกฎหมายลดลง

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า กรมทางหลวงได้นำเสนอผลการใช้งานของประชาชนในเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ช่วง บางปะอิน-อ่างทอง ที่ได้เปิดใช้ไปตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ซึ่งผู้ขับขี่ได้มีการใช้ความเร็วตามความเร็วจำกัดในแต่ละช่องทางดีขึ้น โดยตรวจสอบจากสัดส่วนยานพาหนะที่วิ่งด้วยความเร็วที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดในแต่ละช่องทาง พบว่ามีการฝ่าฝืนการใช้ความเร็วในแต่ละช่องจราจรลดลง เทียบกับก่อนการบังคับใช้ความเร็ว 120 กม./ชม.

ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจทางหลวงได้รายงานว่า ในช่วงเส้นทางดังกล่าวมีการบังคับใช้กฎหมายและมีการออกใบสั่งแก่ผู้ฝ่าฝืนอย่างต่อเนื่อง

เปิดโผ 14 เส้นทาง อัพสปีด 120 กม./ชม. 3 เฟส ถึง เม.ย. 65

นอกจากนี้ ในการประชุมได้มีการกำหนดแผนที่จะเปิดเส้นทางที่อนุญาตให้ประชาชนผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. ในช่องทางขวาสุด เพิ่มเติมอีก โดยมีเส้นทางตามแผนรวมระยะทางทั้งสิ้น 246 กิโลเมตร โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ระยะที่ 2 จะเปิดให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป จำนวน 6 สายทาง ระยะทางรวม 132.133 กิโลเมตร ประกอบด้วย

  • ทล. 1 (ช่วงสนามกีฬาธูปะเตมีย์-ประตูน้ำพระอินทร์) กม. 35+000-กม. 45+000 จ.ปทุมธานี ระยะทาง 10 กิโลเมตร

2. ทล. 1 (ช่วงหางน้ำหนองแขม-วังไผ่) กม. 306+640-กม. 330+600 จ.นครสวรรค์ ระยะทาง 23.96 กิโลเมตร

3. ทล. 2 (ช่วงบ่อทอง-มอจะบก) กม. 74+500-กม. 88+000 จ.นครราชสีมา ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร

4. ทล. 32 (ช่วงอ่างทอง-โพนางดำออก) กม. 50+000-กม. 111+473 จ.อ่างทอง, จ.สิงห์บุรี ระยะทาง 61.473 กิโลเมตร

5.ทล. 34 (ช่วงบางนา-ทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) กม. 1+500-กม. 15+000 จ.สมุทรปราการ ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร

และ 6.ทล. 304 (คลองหลวงแพ่ง-ฉะเชิงเทรา) กม. 53+300-กม. 63+000 จ.ฉะเชิงเทรา ระยะทาง 9.7 กิโลเมตร

ระยะที่ 3 จะเปิดให้ใช้ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป จำนวน 5 สายทาง รวมระยะทาง 65.472 กม. ประกอบด้วย

1.ทล. 4 (ช่วงเขาวัง-สระพระ) กม. 160+000-กม.167+000 จ.เพชรบุรี ระยะทาง 7 กิโลเมตร

2.ทล. 4 (ช่วงเขาวัง-สระพระ) กม. 172+000-กม.183+500 จ.เพชรบุรี ระยะทาง 11.5 กิโลเมตร

3.ทล. 9 (ช่วงบางแค-คลองมหาสวัสดิ์) กม. 23+000-กม. 31+872 เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ระยะทาง 8.872 กิโลเมตร

4.ทล. 35 (ช่วงนาโคก-แพรกหนามแดง) กม. 56+000-กม. 80+600 จ.สมุทรสงคราม ระยะทาง 24.6 กิโลเมตร

และ 5.ทล. 219 (ช่วงสตึก-หัวถนน) กม. 108+500-กม. 122+000 จ.บุรีรัมย์ ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร

ระยะที่ 4 จะเปิดให้ใช้ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไป จำนวน 3 สายทาง ระยะทางรวม 48.5 กม. ประกอบด้วย

1.ทล. 1 (ช่วงหนองแค-สวนพฤกษาศาสตร์พุแค) กม. 79+000-กม. 105+000 จ.สระบุรี ระยะทาง 26 กิโลเมตร

2.ทล. 347 (ช่วงเทคโนโลยีปทุมธานี-ต่างระดับเชียงรากน้อย) กม. 1+000-กม. 11+000 จ.ปทุมธานี ระยะทาง 10 กิโลเมตร

และ 3.ทล. 219 (ช่วงสตึก-หัวถนน) กม. 122+000-กม. 134+500 จ.บุรีรัมย์ ระยะทาง 12.5 กิโลเมตร

โดยที่ในเส้นทางที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน ระหว่างกรมการขนส่งทางบกและกรมทางหลวง ภายในเดือนสิงหาคม 2564 ที่กระทรวงคมนาคม ซึ่ง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการทางสาธารณสุข และประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

พร้อมทั้งให้กรมทางหลวงประชาสัมพันธ์และสื่อสารให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ทั้งในมิติของเส้นทางที่จะดำเนินการ และวันที่ ที่ประชาชนจะสามารถใช้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 120 กม./ชม. ได้ตามกฎกระทรวง และประกาศผู้อำนวยการทางหลวง เพื่อให้เกิดการรับรู้อย่างทั่วถึง และถูกต้องต่อไป

เตรียมปรับปรุงถนนทั่วประเทศ 863 กม.รับ 120

นอกจากนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการยกระดับความปลอดภัยบนทางหลวงสายหลัก จำนวน 47 เส้นทาง โดยเป็นเส้นทางในภาคเหนือ 9 เส้นทาง ระยะทาง 186 กิโลเมตร, เส้นทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 เส้นทาง ระยะทาง 96 กิโลเมตร, เส้นทางในภาคกลาง 15 เส้นทาง ระยะทาง 288 กิโลเมตร, เส้นทางในภาคตะวันออก 9 เส้นทาง ระยะทาง 177 กิโลเมตร และเส้นทางในภาคใต้ 7 เส้นทาง ระยะทาง 116 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 863 กิโลเมตร

ซึ่งจะต้องมีการก่อสร้างกำแพงคอนกรีต สะพานกลับรถหรือทางลอดกลับรถ สะพานคนเดินข้าม พร้อมทั้งปรับปรุงกายภาพ เส้นทางให้ปลอดภัย สามารถรองรับความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. โดยได้กำชับให้กรมทางหลวงเตรียมการออกแบบให้เหมาะสมเพื่อให้ประชาชนผู้สัญจรใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัยต่อไป

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...