โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คำสั่งเสียของ "เล่าปี่" เพื่อลองใจและซื้อใจขงเบ้ง รัชกาลที่ 4 ทรงใช้กับเจ้านายผู้ใหญ่

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ก.ย 2565 เวลา 07.15 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2565 เวลา 01.57 น.
หลิวปัง (เล่าปัง) ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น

วรรณกรรม “สามก๊ก” ฉบับสำนวนเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กล่าวถึงเล่าปี่ เมื่อป่วยหนัก ใกล้สิ้นใจ ว่าให้ทหารไปแจ้งกับขงเบ้งกุนซือคนสำคัญ และลิเงียม ขุนนางจากตระกูลใหญ่ของเสฉวนว่า ตนเองป่วยหนักขอเห็นหน้าจะได้สั่งเสียเรื่องกิจการบ้านเมือง

เล่าปี่สั่งเสียกับขงเบ้งถึง 2 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกต่อหน้าลิเงียม สั่งว่า ถ้าบุตรตนเองยังด้อยความสามารถขอให้ขงเบ้งช่วยเป็นธุระเรื่องบ้านเมืองให้ ขงเบ้งก็รับปาก

ครั้งที่ 2 หลังจากเล่าปี่เขียนราชโองการให้เล่าเสี้ยนครองแผ่นดินต่อจากตนเอง ต่อหน้าเหล่าขุนนางที่ปรึกษา เล่าปี่ก็กระซิบสั่งความในใจกับขงเบ้งว่า

“ปัญญาความคิดของท่านนี้ไม่มีใครเสมอแล้วดีกว่าโจผีสักร้อยส่วน ท่านดูเอาแต่การซึ่งจะบำรุงแผ่นดินให้เปนสุขพอประมาณเถิด ถ้าเห็นลูกเราไม่อยู่ในสัตย์ในธรรมทำผิดประเพณีไปไม่ฟังท่าน ก็ให้ท่านรักษาเมืองเสฉวนบำรุงแผ่นดินเองเถิด”

หากเสียงกระซิบสั่งเสียดังกล่าวนี้ ทำเอาขงเบ้งตกใจตัวสั่น ต้องถอยลงมากราบแผ่นดินจนหน้าแตกโลหิตไหลก่อนจะตอบว่า “ข้าพเจ้าคิดจะบำรุงบุตรพระองค์ไปกว่าจะตาย อย่าได้คิดว่าข้าพเจ้าจะเบียดเบียนบุตรพระองค์เลย”

เล่าปี่เห็นดังนี้จึงวางใจ ขงเบ้งมีความสัตย์ และเรียกลูกมาสั่งว่า ให้คอยดูแลกัน ถ้าติดขัดสิ่งใดให้ปรึกษาขงเบ้ง จงรักขงเบ้งเหมือนบิดา

สมัยรัชกาล 4 ก็มีเหตุการณ์รับสั่งลองใจขุนนางคล้ายๆ กับวรรณกรรมสามก๊กเช่นกัน ม.ร.ว.คึกฤทธ์ ปราโมช หนึ่งในทายาทของเจ้านายที่ทรงลองใจ บันทึกไว้ในหนังสือ “โครงกระดูกในตู้” ว่า [จัดย่อหน้าใหม่และสั่งเน้นคำโดยผู้เขียน]

“เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2396 ในอุโบสถวัดพระแก้ว รัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ พระราชกุมารขึ้นทรงกรมเป็นกรมหมื่นพิฆเนศวรสุรสังกาศ เมื่อพระราชทานพระสุพรรณบัฏแด่พระราชกุมารแล้ว พระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่ได้ทรงกระทำสัตย์ปฏิญานต่อพระพุทธปฏิมากรแก้วมรกต แล้วแสดงความในพระราชหฤทัยว่า

ในเวลาต่อไป ถ้าเจ้านายทรงกรมเป็นกรมหมื่น 4 พระองค์คือ กรมหมื่นพิฆเนศวรสุรสังกาศ [รัชกาลที่ 5] กรมหมื่นบำราบปรปักษ์ [ต้นราชสกุล มาลากุล] กรมหมื่นวรจักรธรานุภาพ [ต้นราชสกุล ปราโมช] และกรมหมื่นราชสีห์วิกรม [ต้นราชสกุล ชุมสาย] พระองค์ใดพระองค์หนึ่งจะได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติในกรุงเทพพระมหานครแล้วจะมิได้ทรงรังเกียจเดียดฉันท์เลย ทรงเห็นชอบตรงต่อพระราชประสงค์ทุกประการ…

ในพระอุโบสถนั้นมีเจ้านายขุนนางเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่มาก ทุกคนก็ได้ยินพระราชปณิธานนี้…

จึงทำให้เจ้านายที่ถูกเอ่ยพระนามนั้นต้องสะดุ้งสะเทือนเป็นอย่างยิ่ง ตาทุกคู่ในพระอุโบสถวัดพระแก้วก็จับมองมาที่เจ้านาย 3 พระองค์นั้น ทั้งสามพระองค์ก็หมอบนิ่งก้มพระพักตร์ไม่กล้าจะกระดิกพระองค์ เพราะทุกพระองค์แทนที่จะทรงยินดีกลับหวาดหวั่นพรั่นพรึงเป็นล้นพ้น

อันตำแหน่งพระมหากษัตริย์นั้นเป็นของสูงสุด ประกอบด้วยความศักดิ์สิทธิ์และพระราชอำนาจทั้งปวง ในใจของคนไทยนั้นเพียงแค่อาจเอื้อมคิดเอาตัวเข้าไปพัวพันก็ไม่เป็นสิริมงคลแก่ตัวเองเสียแล้ว เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ มีพระราชดำรัสดังนั้น กรมหมื่นทั้งสามพระองค์ ก็ตกอยู่ในฐานะลำบากอย่างยิ่ง ตาทุกคู่ที่จับมองในพระอุโบสถนั้น

*ถึงแม้ว่าออกไปนอกพระอุโบสถไปแล้วก็ยังมิได้วางตาและมองต่อไปด้วยความระแวง หากทรงทำอะไรไปในทางส่งเสริมบุญวาสนา หรือแม้แต่จะมีข้าไทมากคนก็จะต้องพูดซุบซิบหรือนึกในใจว่าเตรียมพระองค์จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินหรือจะคิดกบฏแย่งชิงราชสมบัติจากสมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไม่เป็นสิริมงคล และบังคับให้เจ้านายทั้ง 3 พระองค์ ต้องระวังพระองค์อย่างยิ่งยวดอยู่ทั้งนั้นจนตลอดรัชกาลที่ 4…”*

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

สามก๊ก สำนวนเจ้าพระยาคัง(หน) ราชบัณฑิตสภาชำระ, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และสำนักพิมพ์สุขภาพใจ จัดพิมพ์เผยแพร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

ม.ร.ว.คึกฤทธ์ ปราโมช. โครงกระดูกในตู้, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พิมพ์ครั้งที่ 5 พฤษภาคม 2544

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 กรกฎาคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...