โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปมทวงเงินกู้ บุกยิงยกครัวดับ 4 ศพ เด็ก 8 ขวบสาหัส

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 พ.ย. 2567 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2567 เวลา 00.45 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สมุทรปราการ 26 พ.ย. – ปมทวงหนี้เงินกู้ บุกยิงยกครัวดับ 4 ศพ เด็ก 8 ขวบ อาการสาหัส ผู้ก่อเหตุจ่อขมับปลิดชีพตัวเองหนีคดี

เมื่อเวลา 20.30 น. (25 พ.ย.) ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดเทศบาลบางปู 2/2 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านเช่าชั้นเดียว ไม่มีเลขที่ ปลูกติดถนนไม่มีรั้วกั้น บริเวณเพลิงพักข้างบ้าน พบผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย โดยศพแรกชื่อ นายวาสนา อายุ 45 ปี สภาพศพอยู่ในลักษณะนั่งคร่อมอยู่กับม้าหินอ่อน มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนเข้าที่ท้อง 1 นัด หน้าอก 1 นัด หลัง 2 นัด ใกล้กันบริเวณพื้น พบศพนางรัตตาภัค อายุ 43 ปี ภรรยาของนายวาสนา สภาพนอนคว่ำหน้า พบบาดแผลถูกยิงด้วยปืนเข้าที่ต้นขาขวาทะลุขาซ้าย 1 นัด ต้นขาซ้าย 1 นัด แขนขวา 1 นัด บริเวณหน้าอก 2 นัด เสียชีวิตคาที่ ห่างไปประมาณ 5 เมตร บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าวพบศพ นางทองศิริ อายุ 69 ปี แม่ของนางรัตตาภัค สภาพนอนหงายจมกองเลือด มีแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณหลัง 2 นัด หน้าอก 2 นัด และยังมี ด.ญ.ณัฐรุจา หรือน้องแก้มบุ๋ม วัย 8 ขวบ ลูกสาวของนางรัตตาภัค มีบาดแผลถูกปืยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด หลัง 1 นัด และบริเวณแขน 1 นัด อาการสาหัส ถูกนำตัวไปรักษาที่ รพ.สมุทรปราการ

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายพิศิษฐ์ หรือ หนุ่ย อายุ 64 ปี เป็นเจ้าของบ้านเช่าของผู้ตาย หลังก่อเหตุใช้ปืนออโตเมติกยี่ห้อซิก ขนาด 9 มม. จ่อยิงที่ศีรษะปลิดชีพหนีความผิด นอนหายใจรวยรินอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนนำตัวไปรักษาที่ รพ.สมุทรปราการ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ที่เกิดเหตุยังพบแม็กกาซีนซึ่งถูกยิงจนหมดแล้วตกที่พื้น 1 อัน ส่วนแม็กกาซีนที่บรรจุในปืน ยังพบกระสุนบรรจุอยู่อีก 4 นัด และที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 13 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นายศุภเสกช์ อายุ 19 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เล่าวว่า ก่อนหน้านี้แม่เคยไปกู้ยืมเงินกับนายหนุ่ย ผู้ก่อเหตุ แต่ไม่ทราบจำนวน เพื่อมาจุนเจือครอบครัว หลังจากยืมมาตนเองเคยเห็นนายหนุ่ยมาทวงอยู่บ่อยครั้ง จนคยมีปากเสียงกับคนในครอบครัวถึงขั้นเอยปากว่า “ถ้าไม่ได้จะยิงทิ้ง” จนวันนี้พ่อกับแม่ นั่งกินข้าวอยู่เพลิงพักข้างบ้าน ส่วนน้องและย่าอยู่ในบ้าน ตนเองจึงออกไปเล่นกับเพื่อน แต่ไปไม่ถึง 1 ชั่วโมง ได้รับข่าวร้ายว่าครอบครัวถูกยิง จึงรีบกลับมาที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุตนคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องทวงหนี้ ไม่มีเรื่องอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน

นายไพบูลย์ พินเที่ยง กำนันตำบลท้ายบ้าน กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่นานหลายปีแล้ว มีอาชีพปล่อยเงินกู้และให้เช่าบ้าน ปกตินายหนุ่ย เป็นคนนิสัยดีไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร ลึกๆ แล้วตนเองก็ไม่ทราบว่าทั้งสองฝ่ายมีเรื่องอะไรกัน ก่อนเกิดเหตุ ช่วงประมาณ 4 โมงเย็น นายหนุ่ย ยังขี่รถจักรยานยนต์ไปดื่มเหล้าที่บ้านตน และคุยกันตามปกติ ก่อนที่ช่วงประมาณ 19.00 น. นายหนุ่ยได้ขอตัวกลับบ้าน จนมาก่อเหตุสลด

ขณะที่พยานแวดล้อมระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ยินทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันเสียงดัง ไม่นานก็ได้ยินเสียปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด จึงออกมาดู พบนายหนุ่มกำลังใช้ปืนจอศีรษะของตัวเองกก่อนที่จะลั่นไก ขณะนั้นตนเองเห็นน้องแก้มบุ๋ม เดินออกมาจากบ้าน บอกว่าเจ็บหลังตนเองไปดูพบว่าน้องถูกยิง จึงบอกให้น้องนอนลง และรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่

ส่วนน้องแก้มบุ๋ม ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุนายหนุ่ยมาทวงเงินกับแม่ที่บ้าน ก่อนจะทะเลาะกัน แม่จึงพาตนเข้าไปในบ้านก่อนจะเดินออกมา กระทั่งนายหนุ่ยใช้ปืนยิงแม่และพ่อ ตนเและยายได้ยินเสียงปืน จึงเดินออกมาดู นายหนุ่ยจึงหันกระบอกปืนมายิงใส่ตนและยาย

พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าว่า เบื้องต้นปมเหตุน่ามาจากเรื่องเงินกู้ ที่ผู้ตายไปยืมมาจากนายหนุ่ย เนื่องจากสอบพยานไป 2 ปาก ให้การตรงกันว่าเป็นเรื่องกู้เงิน เนื่องจากนายหนุ่ยเคยมาทวงและมีปากเสียงกันมาก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่น และสาเหตุที่คับแค้นยิงทั้งครอบครัว เจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนเพื่อหาสาเหตุต่อไป ตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อหตุพบว่าเป็นของนายหนุ่ยเอง และเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมไม่พบว่านายหนุ่ยเคยถูกต้องโทษคดีอาญา.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...