โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สถิตินักศึกษาจีนเรียนไทย เพิ่ม 24% ทุนจีนเข้าเทกโอเวอร์มหาวิทยาลัยไทย

Positioningmag

อัพเดต 03 ก.พ. 2568 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2568 เวลา 01.10 น.

“สุรเชษฐ กองชีพ” หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทยเปิดเผยว่า แม้ชาวต่างชาติเข้ามาเรียนในไทยจะมานานกว่า 20 ปี ทว่าปัจจุบันอัตราการเกิดเด็กไทยลดลง ส่งผลให้มหาวิทยาลัยต้องเฟ้นหาเด็กต่างชาติเข้ามาศึกษา

[caption id="attachment_1509119" align="alignnone" width="1769"]

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย[/caption]

ทำให้จำนวนนักศึกษาต่างชาติในไทยเติบโตเฉลี่ย 18% ต่อปี

  • ปี 2567 จำนวน 53,006 คน เติบโต 25% (YoY)

  • ปี 2566 จำนวน 42,555 คน เติบโต 16% (YoY)

  • ปี 2565 จำนวน 36,735 คน เติบโต 32% (YoY)

จำนวนนักศึกษาต่างชาติในไทย


สาเหตุที่คนต่างชาติเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไทย

  • ส่วนหนึ่งไม่ต้องการเรียนต่อระดับอุดมศึกษาในประเทศตนเอง เพราะการแข่งขันสูงเกินไป

  • ต้องการได้ทักษะภาษาต่างประเทศ

  • ค่าใช้จ่าย และค่าเล่าเรียนในประเทศไทยต่ำกว่าชัดเจน แต่คุณภาพทางการศึกษาไม่ได้น้อยกว่าประเทศอื่น ๆ มากนัก

สัญชาติไหนเรียนในไทยมากสุด

จำนวนนักศึกษาต่างชาติในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มาจากหลายประเทศด้วยกัน อาทิ จีน เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย

ทั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติที่มาจาก “ประเทศจีน” มากที่สุด โดย ณ ภาคการเรียนที่ 1 ปี 2567 มีจำนวน 28,052 คน หรือประมาณ 53% ของนักศึกษาต่างชาติทั้งหมดที่เข้ามาเรียนระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย สูงกว่าตอนปี 2563 ซึ่งมีนักศึกษาจีน จำนวน 14,423 คน

ช่วง 5 ปีนี้ (พ.ศ. 2563 – 2567) มีจำนวนของนักศึกษาจากประเทศจีนเพิ่มขึ้นประมาณ 24% ต่อปี

top 10 นักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนไทยมากสุด

ทุนจีนเทกโอเวอร์มหาวิทยาลัยไทย บางแห่ง นศ. จีนสูงกว่า นศ.ไทย

การที่นักศึกษาจีนขยายตัวสูง หลัก ๆ มาจากนักลงทุนชาวจีนที่ต้องการเข้ามาซื้อกิจการโรงเรียน และมหาวิทยาลัยในประเทศไทย จากนั้นทำกิจการทางการตลาดหรือการประชาสัมพันธ์ในประเทศจีนเพื่อดึงคนจีนเข้ามาเรียนหนังสือในประเทศไทยให้มากขึ้น

การเข้ามาของนักธุรกิจและนักลงทุนในจีนในธุรกิจการศึกษามีมานานแล้ว เท่าที่เป็นข่าวก็ตั้งแต่ช่วงปี 2560 - 2561 โดยที่มีการเปิดเผยแน่นอนแล้ว 3 มหาวิทยาลัย คือ

1. มหาวิทยาลัยเกริก

2. มหาวิทยาลัยชินวัตร

3. มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

ซึ่งทั้ง 3 มหาวิทยาลัยอยู่ในสถานะของนิติบุคคล ดังนั้น การเข้ามาของนักลงทุนจีนในทั้ง 3 มหาวิทยาลัยจึงเป็นการเข้ามาซื้อหุ้นในบริษัทอาจจะซื้อมากกว่ากึ่งหนึ่งหรือเทกโอเวอร์แบบ 100% เลย

จากนั้นจึงหาผู้บริหารที่มีสัญชาติไทยเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริษัทหรือใช้ผู้บริหารและกรรมการชุดเดิมมาร่วมเป็นคณะกรรมการ แต่เพิ่มเติมคนจีนเข้าไปในคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศไทย หรือมีส่วนของบริษัทที่มีคนจีนเป็นกรรมการเข้ามาเป็น 1 ในผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทที่มีชื่อเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัย

บางมหาวิทยาลัยมีการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปอย่างชัดเจน โดยมีนักศึกษาจีนเข้ามาเป็นนักศึกษากลุ่มหลักของมหาวิทยาลัยไปแล้วในปัจจุบัน เช่น

  • มหาวิทยาลัยเกริก มีนักศึกษาจีน 4,670 คน ครองสัดส่วน 71% จากจำนวนนักศึกษาทั้งหมด

  • มหาวิทยาลัยชินวัตร มีนักศึกษาจีน 863 คน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 79% ของนักศึกษาทั้งหมด

  • มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดมีนักศึกษาจีนจำนวน 1,101 คน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 27%

คอนโดรอบมหาวิทยาลัยที่คนจีนอยู่ ขายออกสูง 95-98%

จำนวนนักศึกษาจีนสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องของความต้องการที่พักหรือที่อยู่อาศัย 3 – 4 ปีหรือมากกว่านั้น

ทั้งนี้ ที่พักที่คนจีนหรือชาวต่างชาติให้ความสนใจนั้นส่วนใหญ่ยังคงเป็นคอนโดมิเนียม เพราะนักศึกษาจีนที่มาเรียนในประเทศไทยส่วนใหญ่ที่บ้านมีฐานะพอสมควร

การเลือกซื้อหรือเช่าคอนโดมิเนียมในพื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยเป็นทางเลือกที่พวกเขาให้ความสนใจมาก รวมไปถึงการเช่าบ้านรูปแบบต่างๆ เช่น ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว ในโครงการที่อยู่รอบๆ มหาวิทยาลัยเพื่อเป็นที่พักอาศัยระหว่างการศึกษาของตนเอง

พื้นที่รอบๆ ของบางมหาวิทยาลัยมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมารองรับนักศึกษาทั้งไทยและต่างชาติจำนวนมาก เช่น 4 ทำเลต่อไปนี้

1.พื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยเกริก

พื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยเกริกมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว เพราะเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีชมพู รวมไปถึงยังไม่ไกลจากสายสีแดงอีกด้วย

นอกจากนี้ สถานีวัดพระศรีมหาธาตุซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเกริกยังเป็นสถานีร่วมของสายสีชมพูและสายสีเขียวอีกด้วย

ดังนั้น คอนโดมิเนียมที่เปิดขายในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมาในพื้นที่โดยรอบจึงมีจำนวนประมาณ 13,209 ยูนิต ที่มีจำนวนมากเพราะปัจจัยจากสเนทางรถไฟฟ้าแล้วยังมีมหาวิทยาลัยอื่นๆ อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย

แต่อัตราการขายในพื้นที่นี้ค่อนข้างสูงเพราะมีอัตราการขายเฉลี่ยประมาณ 95% ราคาขายเฉลี่ยที่ประมาณ 65,000 บาทต่อตารางเมตร

2. พื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์อาจจะอยู่ในทำเลที่ไม่มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่าน แต่อยู่ในทำเลที่ไม่ไกลจากเส้นทางรถไฟฟ้า เช่น สายสีม่วง สายสีแดง และสายสีชมพู

พื้นที่นี้อาจจะมีคอนโดมิเนียมไม่มากนัก แต่มีหอพักหรืออพาร์ทเม้นต์จำนวนมากน่าจะหลายสิบอาคารรวมแล้วหลายพันห้อง ซึ่งอาจจะมีความทรุดโทรมไปตามกาลเวลาบ้าง

โครงการคอนโดมิเนียมในทำเลนี้ก็มีบ้างโดยมีจำนวนรวมประมาณ 6,039 ยูนิตขายไปแล้วประมาณ 98% มียูนิตเหลือขายไม่มากแล้ว เพราะเป็นโครงการที่เปิดขายมานานมากเกิน 10 ปีแล้วซะเป็นส่วนใหญ่ ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 64,000 บาทต่อตารางเมตร

3. พื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญหรือเอแบคอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างห่างไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร แต่ภายในมหาวิทยาลัยมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาบางส่วนที่พักอาศัยนอกจากหอพัก อพาร์ตเมนต์ที่มีมากแล้ว ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนรวมกันประมาณ 2,619 ยูนิตอาจจะไม่มากเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ แต่ก็ขายดีมากปิดการขายหมดแล้ว เหลือเพียงยูนิตที่ต้องการขายต่อเท่านั้น

ราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในพื้นที่อยู่ที่ประมาณ 50,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น อาจจะมีบางโครงการที่ขายราคาสูงกว่านี้ แต่หลายโครงการขายในราคตาที่ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาขายต่อก็ไม่สูงมากเช่นกัน

4. พื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

พื้นที่นี้ไม่มีคอนโดมิเนียมเลย มีแต่โครงการบ้านจัดสรร หอพัก และอพาร์ตเมนต์ อีกทั้งการเดินทางออกไปพื้นที่ต่างๆ นอกมหาวิทยาลัยอาจจะไม่สะดวกมากนัก เพราะไม่มีเส้นทางรถไฟฟ้า อาจต้องใช้เวลาเดินทางสักพักเพื่อไปต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีหลักสอง นักศึกษาจีน และต่างชาติส่วนใหญ่พักอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือพื้นที่โดยรอบ

พื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่มาในรูปแบบของผู้ประกอบการ และนักลงลทุนรายย่อย โดยผู้ประกอบการเข้าไปพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อรองรับความต้องการที่พักอาศัยที่เปลี่ยนแปลงจากที่พักรูปแบบเดิมๆ เช่น หอพัก อพาร์ตเมนต์ มาเป็นคอนโดมิเนียม

โดยพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยที่มีโครงการคอนโดมิเนียมมากที่สุดน่าจะเป็นพื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยกรุงเทพเพราะมีคอนโดมิเนียมรวมกันประมาณ 12,100 ยูนิต ยังไม่รวมพื้นที่ใกล้เคียง เช่น พื้นที่รอบสถานีรถไฟรังสิตอีกประมาณ 12,750 ยูนิต และพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตอีกประมาณ 9,300 ยูนิต

พื้นที่รอบสถาบันการศึกษาทุกประเภทมีความต้องการที่อยู่อาศัยมากแน่นอน ทั้งจากนักเรียน นักศึกษา บุคลากร เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งทั้งคนไทยและต่างชาติอาจจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมแทนการเช่า เพราะมองเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง จากนั้นอาจจะปล่อยเช่าต่อหรือขายออกไปเมื่อสำเร็จการศึกษา เพราะอย่างไรก็ตามนักศึกษาใหม่มีเข้ามาทุกปีอยู่แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...